Negative SEO คืออะไร? เข้าใจภัยเงียบที่อาจทำลายเว็บไซต์ของคุณ
TL;DR
Negative SEO คือการกระทำที่มุ่งร้ายเพื่อทำให้เว็บไซต์ของคุณเสียอันดับในผลการค้นหา เช่น การสร้างลิงก์คุณภาพต่ำจำนวนมาก การคัดลอกเนื้อหา หรือการแฮ็กเว็บไซต์ บทความนี้จะอธิบายประเภทของ Negative SEO วิธีป้องกัน ตรวจจับ และแนวทางรับมือ พร้อมตัวอย่างจริงที่เกิดขึ้นในวงการ SEO
Negative SEO คืออะไร?
Negative SEO (เนกาทีฟ เอสอีโอ) คือการใช้กลยุทธ์ด้าน SEO ในทางที่ผิด เพื่อทำลายอันดับของเว็บไซต์เป้าหมายบน Google หรือ Search Engine อื่น ๆ โดยมากมักเป็นการกระทำจากคู่แข่งที่ไม่หวังดี
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย
- การยิง Backlink จากเว็บไซต์คุณภาพต่ำจำนวนมาก
- การคัดลอกบทความของคุณไปเผยแพร่ในหลายเว็บไซต์ (Content Scraping)
- การส่ง Report Spam ไปยัง Google เพื่อรายงานว่าเว็บไซต์คุณละเมิดนโยบาย
- การแฮ็กเว็บไซต์และเปลี่ยนโค้ดให้แสดงเนื้อหาที่ผิดกฎ
| ประเภทการโจมตี | รายละเอียด |
|---|---|
| Spammy Backlinks | ยิงลิงก์จำนวนมากจากเว็บไม่คุณภาพ เช่น เว็บพนัน, เว็บโป๊ |
| Duplicate Content | คัดลอกบทความของคุณไปลงเว็บอื่นเพื่อทำให้ Google มองว่าไม่ Original |
| Fake Reviews | รีวิวปลอมใส่ร้ายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Google Maps |
| Hacking | เจาะระบบหลังบ้าน ฝังลิงก์/โค้ดแปลก ๆ ใส่ในเว็บคุณ |
| CTR Manipulation | จ้าง Bot คลิกหรือ Bounce หน้าเว็บคุณเพื่อให้สถิติผิดปกติ |
เคสตัวอย่างจริง
1. คดีร้านขายสินค้าออนไลน์ในสหรัฐฯ ถูกยิง Spam Link
มีคู่แข่งใช้บริการยิงลิงก์จากเว็บโป๊และคาสิโนกว่า 100,000 ลิงก์มายังเว็บไซต์ ทำให้เว็บไซต์โดน Google ลดอันดับใน 2 สัปดาห์
2. เว็บไซต์คอนเทนต์สุขภาพไทยถูก Copy Content
บทความสุขภาพจากเว็บไซต์ชื่อดังถูกเว็บ Copy ไปลงซ้ำ ทำให้ Google สับสนว่าใครคือเจ้าของต้นฉบับ อันดับจึงตกลงทันที
วิธีตรวจสอบว่าเว็บไซต์โดน Negative SEO หรือไม่
- ใช้ Google Search Console
- เข้าเมนู "Links" และตรวจสอบว่ามีลิงก์ผิดปกติหรือไม่
- ใช้ Ahrefs / SEMrush / Majestic
- ดูว่าโดนลิงก์จากโดเมนแปลก ๆ หรือไม่ เช่น .xyz, .club, .ru ฯลฯ
- เช็ก Duplicate Content
- ใช้ Copyscape หรือ Siteliner ตรวจสอบว่าบทความของคุณถูก Copy หรือไม่
- ตรวจสอบ Site Health
- ใช้ Screaming Frog หรือ Sitebulb ดูว่ามีโค้ดผิดปกติแทรกในเว็บหรือไม่
แนวทางป้องกัน Negative SEO
- ตั้งแจ้งเตือน (Alert) ใน Google Search Console หรือ Ahrefs
- ตรวจสอบลิงก์เข้าเว็บเป็นประจำ
- ใช้ HTTPS และอัปเดต CMS/Plugin เสมอ
- สำรองข้อมูลเว็บไซต์เป็นประจำ
- สร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์บนหลายช่องทาง เพื่อเสริม Trust
วิธีรับมือเมื่อโดน Negative SEO
- Disavow Link ส่งไฟล์ disavow.txt ผ่าน Google Search Console เพื่อแจ้งว่าไม่ต้องนับลิงก์นั้น ๆ
- แจ้งเว็บที่ Copy Content ให้ลบออก ติดต่อ Admin เว็บปลายทาง หรือแจ้ง Google ผ่านแบบฟอร์ม DMCA
- ตรวจสอบและล้าง Malware หากถูกแฮ็ก รีบเปลี่ยนรหัสผ่าน Hosting / FTP และสแกนไวรัสทั้งระบบ
- เพิ่มบทความใหม่คุณภาพสูง เพื่อดึงอันดับกลับมา ทำ SEO On-page และ Internal Linking ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
Negative SEO กับ Off-page SEO Strategy
- ในยุคที่การทำ Off-page SEO สำคัญมาก การป้องกัน Negative SEO ต้องเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โดยรวม เช่น
- ตรวจสอบคุณภาพลิงก์อย่างสม่ำเสมอ
- มีการ Disavow Link เป็นระยะ
- ไม่ใช้กลยุทธ์เสี่ยง เช่น PBN หรือ Link Farm จนเกินขอบเขต
สรุป หัวใจสำคัญของการป้องกัน Negative SEO
- ตรวจสอบ Backlink Profile อย่างสม่ำเสมอ
- ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เชิงรุก เช่น Ahrefs, GSC
- มีแผนสำรองเมื่อเกิดเหตุ เช่น Disavow, ล้างมัลแวร์, เพิ่มคอนเทนต์คุณภาพ
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Negative SEO
ป้องกัน 100% ไม่ได้ แต่สามารถใช้โค้ดปิดคลิกขวา หรือแจ้งลิขสิทธิ์ไว้ชัดเจน
ขึ้นอยู่กับประเทศ ถ้าเกิดความเสียหายสามารถฟ้องร้องได้ในบางกรณี
อ่านต่อหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
- Disavow Link คืออะไร? วิธีล้างลิงก์พิษอย่างมืออาชีพ
- Off-page SEO คืออะไร? ครบทุกกลยุทธ์เพิ่มพลัง SEO นอกเว็บ
- Backlink คืออะไร? วิธีสร้างลิงก์ให้เว็บคุณโต
- PBN คืออะไร? รู้ทันลิงก์เครือข่ายแบบเจาะลึก
- Guest Post คืออะไร? เขียนยังไงให้ได้ลิงก์และอันดับ
- Ahrefs / SEMrush ใช้ยังไงในการป้องกัน Negative SEO
