Digital PR พีอาร์ออนไลน์ - แมวส้ม SEO

สารบัญ

Digital PR คืออะไร พีอาร์ออนไลน์ที่ทำให้สื่อและ AI พูดถึงแบรนด์

·พฤศจิกายน 1, 2026·คำศัพท์ AI SEO·

ฮัลโหล แมวส้มเองครับ ขอถามข้อเดียวสั้น ๆ แบรนด์ที่ติดป้ายบอกเองว่า “เราเก่งที่สุด” กับแบรนด์ที่เว็บข่าวเขียนถึงเองโดยไม่ได้รับเงิน คุณเชื่อใครมากกว่ากันครับ

ถ้าตอบข้อหลัง แปลว่าคุณเข้าใจไปครึ่งทางแล้ว อ่านต่อแล้วจะรู้ว่า digital pr คืออะไร เกี่ยวกับการที่ AI รู้จักแบรนด์คุณยังไง และจบด้วยไอเดียแรกของคุณเองใน 4 ขั้น

Digital PR คือการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บข่าว บล็อก พอดแคสต์ และโซเชียล โดยตั้งใจให้สื่อและคนจริงอยากเขียนถึงแบรนด์เอง ผลที่ได้คือการถูกพูดถึง (brand mention) และลิงก์จากเว็บอื่น ที่ได้มาเพราะเรื่องน่าสนใจ ไม่ได้จ่ายเงินซื้อ ภาษาไทยอาจเรียกว่า “พีอาร์ออนไลน์” หรือ “การประชาสัมพันธ์ดิจิทัล”

หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ ทำเรื่องให้คนอื่นอยากเล่าถึงคุณเอง โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายให้เขาพูด นั่นเอง แยกคำดูก็เห็นวิธีทำงานในตัว

  • Digital แปลว่า ดิจิทัล หรือบนโลกออนไลน์ คำนี้บอกว่าเราวัดผลแบบออนไลน์ได้ด้วย เช่น นับว่าได้ลิงก์กี่ลิงก์ และ AI เริ่มเอ่ยชื่อเราหรือยัง
  • PR ย่อมาจาก Public Relations แปลว่า การประชาสัมพันธ์ คือการสื่อสารให้คนรู้จักและเชื่อถือแบรนด์

Digital PR เปรียบง่ายๆ เหมือนอะไร

Digital PR เหมือนนักเรียนที่ทำโครงงานวิทย์จนได้รางวัล แล้วครูเอาไปประกาศหน้าเสาธง หนังสือพิมพ์โรงเรียนลงข่าว เพื่อนต่างห้องก็เล่าต่อ ทั้งหมดนี้ไม่มีใครจ้างให้พูด

ทีนี้ลองเทียบกับการซื้อป้ายติดหน้าโรงเรียนว่า “ห้องเราเก่งที่สุด” ป้ายนั้นทุกคนรู้ว่าจ่ายเงินมา จึงเชื่อน้อยกว่าเสียงที่คนอื่นพูดเอง Google เองก็ให้ติดป้ายลิงก์ที่จ่ายเงินว่าเป็นโฆษณา

แมวส้มมองว่าเส้นแบ่งของสองเรื่องนี้มีข้อเดียว คือใครเป็นคนจ่าย เสียงที่แบรนด์จ่ายให้พูด ต่อให้พูดดีแค่ไหนก็คือป้ายโฆษณา แล้วถามว่า.. Google กับ AI มองแบบนี้จริงไหม ส่วนถัดไปมีหลักฐานครับ

ทำไม Digital PR สำคัญกับ SEO, AEO และ GEO

Digital PR สำคัญเพราะ Google ไม่ยอมให้ลิงก์ที่ซื้อมาส่งคะแนนอันดับ และแหล่งที่ AI อ้างส่วนใหญ่ไม่ใช่ของแบรนด์และไม่ได้จ่ายเงิน เรื่องนี้กระทบทั้ง SEO (การติดอันดับ Google) AEO (การเป็นคำตอบสั้นๆ ที่ระบบหยิบไปตอบ) และ GEO (การได้ไปอยู่ในคำตอบของ AI อย่าง ChatGPT และ Gemini) ข้อมูลที่ตรวจได้วันนี้มีสามเรื่อง ไล่ดูกันเลย

ภาพหน้าจอจริงหัวข้อ Link spam ในนโยบายสแปมของ Google ที่นับบทความโฆษณาแฝงและข่าวแจกที่ฝังลิงก์คำค้นเป็นสแปม และบอกว่าลิงก์ที่จ่ายเงินต้องติด rel nofollow หรือ sponsored แคปเมื่อ 25 ต.ค. 2026
ภาพหน้าจอจริงหัวข้อ Link spam ในนโยบายสแปมของ Google ที่นับบทความโฆษณาแฝงและข่าวแจกที่ฝังลิงก์คำค้นเป็นสแปม และบอกว่าลิงก์ที่จ่ายเงินต้องติด rel nofollow หรือ sponsored แคปเมื่อ 25 ต.ค. 2026
  • Google นับการซื้อลิงก์เพื่ออันดับเป็นสแปม นโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) ระบุว่าการจ่ายเงินแลกลิงก์ บทความโฆษณาแฝง (advertorial) ที่มีลิงก์ส่งคะแนนอันดับ และข่าวประชาสัมพันธ์ (press release) ที่ฝังลิงก์คำค้นแล้วกระจายไปหลายเว็บ นับเป็น link spam ทั้งหมด
  • AI ชอบอ้างแหล่งที่ไม่ได้จ่ายเงิน ทีม Muck Rack (บริษัทซอฟต์แวร์สำหรับคนทำ PR) เล่าใน PR Daily (3 ก.ย. 2026) ว่างานวิจัย “What Is AI Reading?” 3 รอบพบว่าลิงก์ที่ ChatGPT, Claude และ Gemini อ้าง เป็นงานข่าว 25-27% และเป็นแหล่งที่ไม่ใช่ของแบรนด์และไม่ได้จ่ายเงิน 82-89% รอบล่าสุดดูลิงก์มากกว่า 25 ล้านลิงก์
  • ผู้เขียนยอมรับเองว่ากลุ่ม “ไม่ได้จ่ายเงิน” นี้รวมเว็บสารานุกรม เว็บรัฐ งานวิชาการ และโซเชียลด้วย และงานนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่างาน PR อย่างเดียวทำให้ AI มองเห็นแบรนด์

สรุปให้เลย Digital PR ไม่ใช่ทางลัดซื้อลิงก์ แต่เป็นการสร้างเหตุผลให้คนอื่นอยากพูดถึงคุณ ยิ่งหลายแหล่งพูดตรงกัน AI ก็ยิ่งมีข้อมูลยืนยันว่าแบรนด์คุณคือใครและเก่งเรื่องอะไร

แผนภาพ 4 ขั้นของ Digital PR จากเรื่องจริงที่มีข้อมูลใหม่ สื่อและบล็อกเลือกเขียนเอง ได้ mention และลิงก์ที่ไม่ได้ซื้อ จนหลายแหล่งพูดตรงกันให้ Google และ AI เห็น ส่วนการซื้อลิงก์ข้ามขั้นที่ 2 และ Google นับเป็นสแปม
แผนภาพ 4 ขั้นของ Digital PR จากเรื่องจริงที่มีข้อมูลใหม่ สื่อและบล็อกเลือกเขียนเอง ได้ mention และลิงก์ที่ไม่ได้ซื้อ จนหลายแหล่งพูดตรงกันให้ Google และ AI เห็น ส่วนการซื้อลิงก์ข้ามขั้นที่ 2 และ Google นับเป็นสแปม

แมวส้มชอบที่ทีม Muck Rack ยอมรับข้อจำกัดไว้เอง เพราะตัวเลข 82-89% อ่านผ่าน ๆ ชวนให้คิดว่าทำ PR อย่างเดียวก็พอ เอาจริง ๆ ตัวเลขนี้บอกแค่ว่า AI ชอบอ้างเสียงที่แบรนด์ไม่ได้เป็นเจ้าของและไม่ได้จ่าย ซึ่งงานข่าวเป็นแค่ส่วนหนึ่ง

ทีนี้ โฆษณากับการปล่อยข่าวล่ะ นับเป็น Digital PR ไหม

Digital PR ต่างจากโฆษณาและการปล่อยข่าวยังไง

Digital PR ต่างตรงที่สื่อเลือกเขียนเพราะเรื่องน่าสนใจ ไม่ได้รับเงิน ตารางนี้เทียบสามวิธีที่คนมักสับสนกัน

วิธี ได้มายังไง Google และ AI มองยังไง
Digital PR ส่งเรื่องจริงที่มีข้อมูลใหม่ให้นักข่าวหรือบล็อกเกอร์ เขาเลือกเขียนเอง เป็นเสียงจากคนอื่นที่แบรนด์ไม่ได้จ่ายเงิน ลิงก์ที่ได้มาแบบนี้ไม่อยู่ในตัวอย่าง link spam ที่ Google ยกไว้
โฆษณาและ advertorial จ่ายเงินให้เว็บลงบทความหรือป้าย ทำได้ แต่ลิงก์ต้องติดป้าย rel=”sponsored” หรือ rel=”nofollow” (โค้ดบอก Google ว่าไม่ต้องนับลิงก์นี้) ไม่อย่างนั้นผิดนโยบายสแปม และควรบอกผู้อ่านให้ชัดว่าเป็นเนื้อหาที่จ่ายเงิน
หว่านข่าวประชาสัมพันธ์ ส่งข่าวฉบับเดียวกันไปลงหลายสิบเว็บพร้อมลิงก์คำค้น Google ระบุชื่อวิธีนี้ไว้ในนโยบาย link spam

ภาพข้างล่างคือข่าวจริงที่สื่อเขียนถึงแบรนด์จากข้อมูลที่แบรนด์แชร์ และเอ่ยชื่อแบรนด์โดยไม่ใส่ลิงก์

ภาพหน้าจอข่าวจริงบน marketingoops.com ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2025 สรุปภาพธุรกิจ LINE MAN Wongnai จากข้อมูลที่บริษัทแชร์ ย่อหน้าแรกเอ่ยชื่อ LINE MAN Wongnai แบบตัวหนาโดยไม่มีลิงก์ แคปเมื่อ 23 ต.ค. 2026
ภาพหน้าจอข่าวจริงบน marketingoops.com ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2025 สรุปภาพธุรกิจ LINE MAN Wongnai จากข้อมูลที่บริษัทแชร์ ย่อหน้าแรกเอ่ยชื่อ LINE MAN Wongnai แบบตัวหนาโดยไม่มีลิงก์ แคปเมื่อ 23 ต.ค. 2026

แมวส้มชอบตัวอย่างนี้ตรงที่ข่าวเอ่ยชื่อ LINE MAN Wongnai แบบตัวหนา โดยไม่มีลิงก์สักลิงก์ เพราะมันย้ำว่าผลของ Digital PR ไม่ได้มีแค่ลิงก์ ชื่อที่ถูกพูดถึงก็คือ brand mention ตามนิยามข้างบนแล้ว

แล้วจะเริ่มเองยังไงดีล่ะ ไปดูส่วนถัดไปกันครับ

ลองวางไอเดีย Digital PR ของคุณเองวันนี้

คุณเริ่ม Digital PR ได้จากข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว ไม่ต้องมีงบก้อนใหญ่ ลองทำตาม 4 ขั้นนี้ได้เลย

  1. หาเรื่องที่มีแต่คุณเล่าได้ เช่น ร้านกาแฟในเชียงใหม่จดราคากาแฟร้อนของร้านแถวนิมมาน 30 ร้าน แล้วสรุปเป็นตาราง (นี่เป็นไอเดียตัวอย่าง ไม่ใช่เคสจริง)
  2. ทำหน้าเว็บที่อธิบายข้อมูลนั้นให้ชัด บอกวิธีเก็บ วันที่เก็บ และตัวเลขทั้งหมด ให้นักข่าวอ้างกลับมาได้ง่าย
  3. เลือกสื่อที่เขียนเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว ก่อนส่งลองเอาไฟล์ robots.txt (ไฟล์บอกว่าบอทเข้าหน้าไหนได้) ของเว็บนั้นไปเช็กในเครื่องมือเช็กบอท AI ของแมวส้ม ว่าบอทของ AI อ่านเว็บนั้นได้ไหม
  4. ส่งอีเมลสั้นๆ ถึงนักข่าวทีละคน เล่าว่าข้อมูลนี้ใหม่ตรงไหน ไม่ต้องขอลิงก์ ถ้าเรื่องดีพอ เขาจะใส่ลิงก์เอง

ถ้าให้แมวส้มเลือกขั้นที่ห้ามข้าม แมวส้มเลือกขั้นแรก เพราะถ้าเรื่องไม่มีอะไรใหม่ อีเมลที่เขียนดีแค่ไหนก็ไม่มีเหตุผลให้นักข่าวเขียนถึง

ครั้งแรกที่เห็นชื่อร้านตัวเองในเว็บข่าวโดยไม่ได้จ่ายสักบาท จะภูมิใจมาก แต่ถ้าส่งไปแล้วเงียบ ก็อย่าเพิ่งท้อนะ นักข่าวได้อีเมลเสนอข่าวเข้ามาเยอะ และส่วนใหญ่ไม่ตรงกับเรื่องที่เขาทำ

ก่อนลงมือ ไล่คำถามสั้น ๆ ข้างล่างนี้อีกนิดครับ

คำถามที่พบบ่อย

Digital PR คือการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ที่ทำให้สื่อและคนจริงอยากพูดถึงแบรนด์เอง ได้ทั้ง brand mention และลิงก์จากเว็บที่น่าเชื่อถือ โดยไม่ได้จ่ายเงินซื้อ

SEO คืองานทั้งหมดที่ทำให้เว็บติดอันดับ ส่วน Digital PR เป็นงานชิ้นหนึ่งที่ช่วย SEO จากนอกเว็บ คือหาเสียงพูดถึงและลิงก์จากเว็บอื่น งานในเว็บเอง เช่น เนื้อหาและความเร็วหน้าเว็บ ยังต้องทำแยก แมวส้มมองว่าต้องทำคู่กัน เพราะนักข่าวอ้างกลับมาง่ายเมื่อหน้าเว็บอธิบายข้อมูลไว้ชัด

PR แบบเดิมมักวัดผลจากจำนวนข่าวที่ได้ลง Digital PR วัดเพิ่มว่าได้ลิงก์ไหม คนค้นชื่อแบรนด์มากขึ้นไหม และ AI เริ่มเอ่ยชื่อแบรนด์ในคำตอบหรือยัง

คำที่เกี่ยวข้อง

ถ้าให้แมวส้มเลือกคำต่อไปที่ควรรู้จัก แมวส้มเลือก Corroboration เพราะคือเรื่องเดียวกับขั้นสุดท้ายในแผนภาพข้างบน ที่หลายแหล่งพูดตรงกันจน Google และ AI มีข้อมูลยืนยันว่าแบรนด์คุณคือใคร

แหล่งอ้างอิง

แมวส้ม

เขียนโดย

แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY

อ่านต่อกับแมวส้ม

  • Digital PR พีอาร์ออนไลน์ - แมวส้ม SEO

    Digital PR คืออะไร พีอาร์ออนไลน์ที่ทำให้สื่อและ AI พูดถึงแบรนด์

  • Search Intent เจตนาการค้นหา - แมวส้ม SEO

    Search Intent คืออะไร เจตนาการค้นหามีกี่แบบ ดูยังไงให้ทำหน้าเว็บถูกแบบ

  • Knowledge Panel บัตรประจำตัว - แมวส้ม SEO

    Knowledge Panel คืออะไร กล่องข้อมูลข้างผลค้นหา Google มาจากไหน แก้ยังไง