
สารบัญ
llms.txt คืออะไร ต้องมีไหม ความจริงปี 2026 พร้อมตัวอย่างและวิธีสร้าง
สวัสดีครับ ไฟล์เล็กๆ ไฟล์นี้ถูกพูดถึงเยอะเกินตัวไปมาก วันนี้แมวส้มขอเล่าความจริงแบบไม่อวย llms.txt คือไฟล์ Markdown ที่วางไว้ที่ /llms.txt ของเว็บ ทำหน้าที่เป็น “แผนที่ย่อ” บอก AI ว่าเว็บนี้คืออะไร และหน้าสำคัญอยู่ตรงไหน เสนอโดย Jeremy Howard แห่ง Answer.AI เมื่อ 3 กันยายน 2024 ต้องมีไหม? ตอบตรงๆ เลย สำหรับ Google Search ไม่ต้องมี เพราะ Google เขียนในคู่มือทางการว่าไม่ได้ใช้ไฟล์นี้ แต่ถ้าเว็บคุณเป็นเอกสารซอฟต์แวร์ หรือมีคนใช้ AI agent เข้ามาอ่านบ่อย ไฟล์นี้มีประโยชน์จริง
- llms.txt เป็นข้อเสนอ (proposal) ไม่ใช่มาตรฐานทางการแบบ robots.txt ตัวสเปกล่าสุดคือ v2 ที่ llmstxt.org ปรับเมื่อสิงหาคม 2026
- Google Search ไม่ใช้ llms.txt ทำแล้วไม่ช่วยและไม่เสียอันดับ (คู่มือทางการ ก.ค. 2026)
- OpenAI, Anthropic และ Google ทำ llms.txt ให้เว็บเอกสารนักพัฒนาของตัวเอง แต่ไม่มีใครประกาศว่าบอทค้นหาใช้ไฟล์นี้เลือกอ้างอิง
- คุ้มที่สุดกับเว็บ docs, SaaS, API และเว็บที่อยากให้ coding agent อ่านถูก ส่วนเว็บขายของหรือบล็อกเล็ก ทำได้ใน 30 นาที แต่อย่าคาดหวังทราฟฟิก
- บน WordPress เปิดได้ใน Yoast SEO แบบฟรี ที่ Settings > Site features > AI tools > LLMS.txt
llms.txt คืออะไร มาจากไหน
llms.txt คือไฟล์ข้อความรูปแบบ Markdown ที่สรุปเว็บไซต์ให้โมเดลภาษา (LLM) อ่านได้ในก้อนเดียว พร้อมลิงก์ไปหน้ารายละเอียด Markdown ก็คือตัวหนังสือธรรมดาที่ใช้เครื่องหมายง่ายๆ อย่าง # หรือ – จัดหัวข้อ เหมือนจดโน้ตในแชต หน้าเว็บปกติมีเมนู โฆษณา และ JavaScript ปนเต็มไปหมด AI ต้องเสีย token (เหมือนเหรียญที่ต้องจ่ายทุกคำที่อ่าน) แกะเนื้อจริงออกมา ไฟล์นี้จึงยื่น “เนื้อล้วน” ให้แทน
นึกภาพร้านบุฟเฟต์ชาบูที่ผนังติดป้ายโปรเต็มไปหมด ลูกค้าใหม่ยืนอ่านอยู่นานกว่าจะรู้ว่าชุดไหนมีอะไร ถ้าพนักงานยื่นเมนูแผ่นเดียวที่สรุปชุดหลักกับเงื่อนไขไว้ ลูกค้าตัดสินใจได้ทันที llms.txt ก็คือเมนูแผ่นนั้นของเว็บ แค่ลูกค้าในที่นี้คือ AI
ผู้เสนอคือ Jeremy Howard ผู้ร่วมก่อตั้ง Answer.AI และ fast.ai โพสต์ครั้งแรกวันที่ 3 กันยายน 2024 ปัจจุบันสเปกเป็น v2 (สิงหาคม 2026) ผู้เสนอเขียนว่ามี “หลายพันเว็บ” ใช้ไฟล์นี้ แต่ตัวเลขที่วัดอิสระน่าสนใจกว่าเยอะ Ahrefs สำรวจ 137,210 โดเมนในข้อมูล Ahrefs Web Analytics เดือนพฤษภาคม 2026 พบว่าราว 28% มีไฟล์ llms.txt แต่ 97% ของไฟล์เหล่านั้นไม่ถูกเรียกเลยแม้แต่ครั้งเดียวทั้งเดือน อ่านแล้วแอบสงสารไฟล์เหมือนกัน กลุ่มตัวอย่างเป็นลูกค้า Ahrefs ที่สาย SEO มากกว่าเว็บทั่วไป ตัวเลข 28% จึงน่าจะสูงกว่าความจริง ฟังไว้ได้ แต่อย่าเพิ่งเอาไปใส่สไลด์ขายลูกค้า
llms.txt ไม่ใช่ robots.txt ภาค 2 ข้อนี้ต้องจำให้แม่น สเปกเขียนแยกไว้ชัด robots.txt บอกว่า “บอทเข้าได้แค่ไหน” ส่วน llms.txt บอกว่า “ถ้าจะอ่าน อ่านตรงไหนก่อน” และคาดว่าจะใช้ตอน AI กำลังตอบผู้ใช้ (inference หรือช่วงที่ AI ทำข้อสอบ) มากกว่าตอนเทรนโมเดล (ช่วงที่ AI นั่งอ่านหนังสือ) เทียบกับหมู่บ้าน robots.txt คือ รปภ. ที่ป้อมหน้าทางเข้า ส่วน llms.txt คือป้ายแผนผังบอกว่าบ้านไหนอยู่ซอยไหน ป้ายแผนผังห้ามใครเข้าหมู่บ้านไม่ได้ ถ้าอยากห้ามบอท ต้องไปตั้งที่ robots.txt ซึ่งแมวส้มเขียนไว้ในบทความ AI Crawler คืออะไร ควรบล็อก GPTBot ไหม
ตัวอย่างไฟล์ llms.txt หน้าตาเป็นยังไง
ไฟล์ llms.txt ที่ถูกสเปกมีส่วนบังคับแค่ส่วนเดียว คือหัวข้อ H1 (หัวข้อใหญ่สุดบรรทัดแรก เหมือนชื่อหน้าปกสมุด) ที่เป็นชื่อเว็บหรือโปรเจกต์ ที่เหลือเป็นส่วนเสริม แต่ถ้าใส่ต้องเรียงตามลำดับในตารางนี้
| ลำดับ | ส่วน | เขียนด้วย | บังคับไหม | ใส่อะไร |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ชื่อเว็บ | # ชื่อ (H1) |
บังคับ | ชื่อโปรเจกต์หรือแบรนด์ |
| 2 | สรุปสั้น | > (blockquote) |
ไม่บังคับ | 1-2 ประโยคที่ต้องรู้ก่อนอ่านส่วนอื่น |
| 3 | รายละเอียด | ย่อหน้า หรือ list (ห้ามมีหัวข้อ) | ไม่บังคับ | ข้อควรรู้ วิธีตีความไฟล์ |
| 4 | รายการไฟล์ | ## หัวข้อ + - [ชื่อ](url): โน้ต |
ไม่บังคับ | ลิงก์ไปหน้าสำคัญ แบ่งเป็นหมวด |
| 5 | Optional | ## Optional |
ไม่บังคับ (เป็นธรรมเนียม) | ลิงก์รองที่ agent ข้ามได้ถ้าพื้นที่ไม่พอ ใน v2 ไม่มีความหมายพิเศษในสเปกแล้ว |
ตัวอย่างจริงจาก llmstxt.org
ไฟล์ที่สั้นที่สุดให้ดูโครงคือ llms.txt ของเว็บ llmstxt.org เอง มีแค่ 3 ส่วน คือชื่อเว็บ H1 สรุปสั้นแบบ > (blockquote หรือกล่องคำพูดยกมา) และหมวด ## Docs ที่เป็นรายการลิงก์ ดูภาพด้านล่างแล้วจะร้องอ๋อ
ตัวอย่างที่ 2 ยาวกว่าและครบกว่า ตัดมาจากไฟล์จริงของโปรเจกต์ FastHTML ซึ่งสเปกยกเป็นต้นแบบ (ย่อลิงก์ยาวท้ายไฟล์ไว้)
ตรงนี้แหละที่แมวส้มชอบที่สุด ส่วน “Important notes” เป็นข้อห้ามที่ AI ชอบเข้าใจผิด เช่น บอกตรงๆ ว่าใช้กับ React ไม่ได้ ไฟล์ที่ดีจึงเขียนสิ่งที่ AI มักตอบผิดเกี่ยวกับคุณ ไม่ใช่เขียนคำโปรย คิดแบบร้านน้ำปั่นที่แปะป้าย “ไม่มีน้ำแข็งเปล่าขาย” ไว้ตั้งแต่แรก จะได้ไม่ต้องตอบคำถามเดิมทั้งวัน
ตัวอย่างสำหรับเว็บธุรกิจไทย
ถ้าเป็นคลินิกหรือร้านค้า หน้าตาจะประมาณนี้ (เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อดูโครง ไม่ใช่ไฟล์ของเว็บจริง)
มีอะไรเปลี่ยนใน v2 (สิงหาคม 2026)
ไอเดียหน้า Markdown คู่กับหน้าเว็บมีมาตั้งแต่ v1 แล้ว โดย v1 กำหนดให้ต่อ .md ท้าย URL เต็ม เช่น page.html.md หน้า changes ของ llmstxt.org สรุปสิ่งที่ v2 เปลี่ยนไว้ 4 เรื่อง ไล่ดูกันเลย
- ชื่อไฟล์ .md แบบใหม่: นอกจาก
page.html.mdแล้ว ยอมให้แทนนามสกุลเดิมเป็นpage.mdได้ด้วย ตามที่เครื่องมือเผยแพร่หลายตัวทำกันอยู่ - Link relation: ป้ายบอกทางที่แปะไว้ในหน้าเว็บ ใช้
rel="alternate" type="text/markdown"ชี้ไปหน้า Markdown ของหน้านั้น และrel="describedby"ชี้ไป llms.txt ที่ครอบคลุมหน้านั้น ใส่เป็นแท็ก<link>ใน HTML หรือเป็น HTTP header (ข้อความแนบที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมาก่อนตัวหน้า) ก็ได้ - กติกา subfolder: ไฟล์ครอบคลุมทุกหน้าใต้ path ของมัน และถ้ามีหลายไฟล์ ให้ใช้ไฟล์ที่เจาะจงที่สุด
- วิธีใช้ไฟล์: v2 บอกตรงๆ ว่า agent จะอ่านหรือค้นใน llms.txt แล้วตามเฉพาะลิงก์ที่ต้องใช้ เครื่องมือ
llms_txt2ctxที่เคยขยายไฟล์เป็น context ก้อนใหญ่ถูกตัดออกจากสเปก ส่วน “Optional” จึงเหลือแค่ธรรมเนียม ไม่มีความหมายเชิงกลไกแล้ว
ตัวอย่าง HTTP header ตามสเปก
ตัวอย่างกติกา subfolder เช่น /docs/llms.txt ครอบคลุมทุกหน้าใต้ /docs/ ถ้าเว็บมี /llms.txt ที่ root ด้วย agent ที่อ่านหน้าใน /docs/ ควรใช้ไฟล์ของ /docs/
llms.txt vs llms-full.txt ต่างกันยังไง
llms.txt คือสารบัญพร้อมลิงก์ ส่วน llms-full.txt คือการเอาเนื้อหาทุกหน้ามารวมเป็นไฟล์ Markdown ไฟล์เดียว จุดที่หลายเว็บไม่บอก คือ llms-full.txt ไม่ได้อยู่ในสเปกของ llmstxt.org เลย มันเป็นธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเอกสารอย่าง Mintlify ทำออกมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 แล้วคนอื่นทำตาม
ถ้า llms.txt คือหน้าสารบัญของหนังสือ llms-full.txt ก็คือการถ่ายเอกสารทั้งเล่มมาเย็บเป็นปึกเดียว สะดวกตอนอยากยื่นให้อ่านรวดเดียว แต่หนักมือ และถ้าเนื้อหาในเล่มเปลี่ยน ปึกที่ถ่ายไว้ก็ต้องทำใหม่ทั้งปึก
| เรื่อง | llms.txt | llms-full.txt |
|---|---|---|
| อยู่ในสเปก llmstxt.org | ใช่ | ไม่ใช่ (ธรรมเนียมจากแพลตฟอร์ม docs) |
| เนื้อหา | สรุป + ลิงก์ไปหน้าต่างๆ | เนื้อหาเต็มทุกหน้าต่อกัน |
| ขนาด | เล็ก ตั้งใจให้ใส่ใน context ได้ | ใหญ่ได้หลาย MB ในเว็บเอกสารขนาดใหญ่ |
| ใครได้ประโยชน์ | agent ที่อ่านแล้วตามลิงก์เฉพาะที่ต้องใช้ | คนที่ก็อปลิงก์ไปวางใน AI coding assistant ทีเดียวจบ |
คำว่า context ในตาราง คือความจำระยะสั้นของ AI ในหนึ่งบทสนทนา เหมือนโต๊ะทำงานที่วางกระดาษได้จำกัด ไฟล์เล็กวางได้สบาย ไฟล์หลาย MB อาจล้นโต๊ะ
llms.txt Google ใช้ไหม สถานะจริง ณ ตุลาคม 2026
Google Search ไม่ใช้ llms.txt และเขียนไว้ในเอกสารทางการแล้ว ในคู่มือ “Optimizing your website for generative AI features on Google Search” (อัปเดต 10 กรกฎาคม 2026) Google ใส่ llms.txt ไว้ในหมวด “สิ่งที่คุณไม่ต้องทำ” ใจความว่า ไม่ต้องสร้างไฟล์ AI text, markup หรือ Markdown ใหม่เพื่อให้ติด Google Search รวมถึงฟีเจอร์ AI เพราะ Google Search ไม่ได้ใช้ ถ้าจะทำไว้ให้ระบบอื่นก็ทำได้ ไม่ช่วยและไม่ทำร้ายอันดับ ดูข้อความจริงในภาพหน้าจอข้างล่างได้เลย
ก่อนหน้านั้น John Mueller จาก Google โพสต์บน Bluesky เมื่อ 17 มิถุนายน 2025 ว่า “no AI system currently uses llms.txt” และบอกว่าใน log เซิร์ฟเวอร์ (สมุดบันทึกว่าใครมาเคาะประตูเว็บบ้าง) ไม่เห็นบอท AI มาดึงไฟล์นี้ (รายงานโดย Search Engine Roundtable)
ที่ทำให้คนงง คือฝั่ง Chrome ของ Google เองกลับมี audit ชื่อ llms.txt ใน Lighthouse (เครื่องมือตรวจสุขภาพเว็บที่ติดมากับ Chrome) หมวด Agentic browsing หน้าอธิบายการให้คะแนนของ Chrome ระบุว่ายังเป็นหมวดทดลอง (experimental) และต้องใช้ Chrome 150 ขึ้นไป audit นี้เช็กแค่ว่าเรียกไฟล์แล้วเซิร์ฟเวอร์ไม่ error (วิธีอ่านผลอยู่ในหัวข้อ checker ด้านล่าง) ใครงงตรงนี้ไม่แปลกเลย เอาง่ายๆ คือ Google บ้านเดียวกันแต่คนละห้อง ห้อง Search บอกว่าไม่อ่าน ห้อง browser agent บอกว่าเตรียมไว้เผื่อ agent ใช้ ทั้งสองห้องพูดถูกในเรื่องของตัวเอง
| ใคร | ท่าทีต่อ llms.txt (ณ เวลาที่เขียน) | หลักฐาน |
|---|---|---|
| Google Search (รวม AI Overviews, AI Mode) | ไม่ใช้ ไม่ต้องทำ | คู่มือ AI optimization ของ Search Central |
| Chrome Lighthouse | มี audit ทดลอง เช็กว่าเรียกไฟล์แล้วไม่ error | เอกสาร Lighthouse Agentic browsing |
| Google (เอกสาร Gemini API) | มี llms.txt ที่ ai.google.dev/gemini-api/docs/llms.txt สำหรับนักพัฒนา | ไฟล์จริงบน ai.google.dev (สเปก llmstxt.org ยกเป็นตัวอย่าง) |
| OpenAI | มี llms.txt ที่ developers.openai.com แต่เอกสารบอทไม่พูดถึงการใช้ไฟล์นี้ | หน้า Overview of OpenAI Crawlers (ลิงก์ในแหล่งอ้างอิง) |
| Anthropic | มี llms.txt ที่เว็บเอกสาร Claude แต่หน้าอธิบาย ClaudeBot ไม่พูดถึงไฟล์นี้ | Claude Help Center (ลิงก์ในแหล่งอ้างอิง) |
| Perplexity | มี llms.txt ที่ docs.perplexity.ai แต่เอกสารบอทไม่พูดถึง | Perplexity Crawlers docs (ลิงก์ในแหล่งอ้างอิง) |
อ่านตารางนี้ให้ถูก การที่บริษัท AI มี llms.txt ในเว็บเอกสารของตัวเอง แปลว่าเขาอยากให้ นักพัฒนาและ agent อ่านเอกสารเขาง่าย ไม่ได้แปลว่าบอทค้นหาของเขาจะหยิบ llms.txt ของเว็บคุณไปจัดอันดับ เหมือนร้านที่ทำเมนูสวยให้ลูกค้าตัวเอง ไม่ได้แปลว่าเขาจะไปอ่านเมนูร้านคุณ ถ้าอยากโผล่ใน ChatGPT หรือ Perplexity ของจริงคือเปิดให้บอทค้นหาเข้าเว็บ ดูวิธีได้ใน ChatGPT SEO และ Perplexity SEO
เมื่อไหร่ที่ทำ llms.txt แล้วคุ้ม
llms.txt คุ้มเมื่อมี “คนใช้ AI agent มาอ่านเว็บคุณ” จริง กรณีที่ชัดที่สุดคือเอกสารซอฟต์แวร์ เพราะ coding agent (AI ผู้ช่วยเขียนโค้ดที่ไปเปิดเอกสารเองได้) ถูกตั้งให้ตามลิงก์ llms.txt บ่อย และสเปกเองก็บอกว่ากรณีนี้ใช้หนักที่สุด ส่วนเว็บประเภทอื่น ต้นทุนต่ำพอที่จะทำไว้ แต่ควรอยู่ท้ายคิวงาน
สมมติร้านทำเล็บของพี่โอ๋มีเว็บแค่หน้าราคา หน้าแผนที่ และหน้าติดต่อ ทำ llms.txt ก็เหมือนทำสารบัญให้สมุดสามหน้า ไม่ผิดอะไร แต่ถ้าหน้าราคายังไม่ขึ้นใน Google เลย งานนั้นสำคัญกว่าเยอะ ตรงข้ามกับบริษัทที่ขาย API ให้นักพัฒนา เอกสารมีหลายร้อยหน้า และลูกค้าเขียนโค้ดโดยมี AI นั่งข้างๆ แบบนี้ llms.txt ช่วยให้ agent หยิบหน้าถูกได้จริง
- ควรทำ: เว็บเอกสาร API, SaaS ที่มีหน้า docs, ปลั๊กอินหรือไลบรารี โดยเฉพาะถ้าลูกค้าใช้ Cursor, Claude Code หรือเครื่องมือคล้ายกันเขียนโค้ดกับผลิตภัณฑ์คุณ
- ทำได้ถ้ามีเวลา: เว็บบริการที่ข้อมูลซับซ้อน เช่น คลินิก โรงเรียน ประกัน ที่อยากรวมข้อเท็จจริงสำคัญ (ราคา เงื่อนไข สิ่งที่ไม่มีบริการ) ไว้จุดเดียว
- ยังไม่ต้องรีบ: บล็อกเล็ก ร้านค้าออนไลน์ที่ปัญหาหลักยังเป็น index ไม่ครบหรือเนื้อหาบาง ถ้าทำ llms.txt เกินครึ่งวันแปลว่าลงแรงผิดที่ เริ่มจาก คู่มือ AI SEO และเช็กว่าบอทเข้าถึงหน้าเว็บได้จริงตาม AI Crawlability ก่อน
วิธีสร้าง llms.txt บน WordPress
บน WordPress ทางที่ง่ายที่สุดคือเปิดฟีเจอร์ llms.txt ใน Yoast SEO ซึ่ง Yoast ระบุว่าฟรีสำหรับทุกคน ไฟล์จะถูกสร้างและรีเฟรชอัตโนมัติ เลือกหน้าเองหรือให้ Yoast เลือกให้ก็ได้ ใช้เวลาน้อยกว่าชงกาแฟหนึ่งแก้ว
เปิดด้วย Yoast SEO
- อัปเดต Yoast SEO เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อน (ถ้าหาเมนูไม่เจอ Yoast แนะนำให้อัปเดต)
- ไปที่ Yoast SEO > Settings > Site features
- เลื่อนไปหมวด AI tools หา LLMS.txt แล้วเปิดสวิตช์ (เปิดแล้วจะเป็นสีม่วงมีเครื่องหมายถูก)
- กด Save changes
- ถ้าอยากเลือกหน้าเอง เข้า Customize llms.txt file แล้วเลือก Manual page selection ใส่หน้าบริการ หน้าเกี่ยวกับเรา หน้าติดต่อ และบทความหลัก
- เปิด
https://โดเมนคุณ/llms.txtในเบราว์เซอร์ ต้องเห็นข้อความ Markdown ขึ้นต้นด้วย#ชื่อเว็บ
เว็บแมวส้มเองก็ใช้วิธีนี้ เราเปิดฟีเจอร์ llms.txt ของ Yoast เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 ลองเปิด https://maewsom.com/llms.txt ดูได้เลย ไฟล์ตอบ 200 เป็น text/plain ขึ้นต้นด้วย H1 ชื่อเว็บ ตามด้วยสรุปสั้นแบบ > แล้วแบ่งลิงก์เป็นหมวด ## หน้า, ## เรื่อง และ ## Optional ที่ Yoast จัดให้เอง พร้อมบรรทัด “Generated by Yoast SEO” บอกที่มา ถ้าของคุณออกมาหน้าตาประมาณนี้ แปลว่าเปิดถูกแล้ว
ข้อจำกัดที่ Yoast เขียนไว้ คือยังไม่รองรับ WordPress multisite (เว็บหลายเว็บที่ใช้หลังบ้านเดียวกัน) และถ้าขึ้นข้อความว่าสร้างไฟล์อัตโนมัติไม่ได้ ให้เช็กสิทธิ์เขียนไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ ถ้าใช้ All in One SEO (AIOSEO) หน้าฟีเจอร์ของ AIOSEO ระบุว่าสร้างได้ทั้ง llms.txt และ llms-full.txt (เวอร์ชันฟรี Lite ทำได้เฉพาะ llms.txt ส่วน llms-full.txt ต้องใช้ Pro)
ทำมือแล้วอัปโหลดเอง
ถ้าไม่อยากพึ่งปลั๊กอิน เขียนไฟล์ด้วย text editor บันทึกเป็น UTF-8 (รูปแบบที่ทำให้ภาษาไทยไม่กลายเป็นตัวต่างดาว) ชื่อ llms.txt แล้วอัปโหลดไว้ที่ root ของเว็บ (โฟลเดอร์เดียวกับ wp-config.php) ผ่าน File Manager ของโฮสต์หรือ FTP วิธีนี้คุมเนื้อหาได้ 100% เหมาะกับเว็บที่หน้าสำคัญไม่ค่อยเปลี่ยน
llms.txt checker: เช็กยังไงว่าไฟล์ใช้ได้
เช็ก llms.txt ได้เองฟรีใน 4 ขั้น ไม่ต้องพึ่ง llms txt checker ของใคร ดูแค่ไฟล์เปิดได้ไหม ถูกโครงไหม ลิงก์เสียไหม และ AI อ่านแล้วตอบถูกไหม
- เช็ก status และ content type รันคำสั่งนี้ ต้องได้
200(แปลว่า “เจอไฟล์ เปิดได้ปกติ”) และ content-type (ป้ายบอกว่าไฟล์เป็นชนิดไหน) เป็น text/plain หรือ text/markdownคัดลอก - เช็กโครง บรรทัดแรกต้องเป็น
# ชื่อเว็บมีหัวข้อเดียวที่เป็น H1 ส่วนหมวดลิงก์ต้องเป็น##และทุกลิงก์อยู่ในรูป- [ชื่อ](url) - เช็กลิงก์ คลิกทุกลิงก์ในไฟล์ หน้าไหน redirect (ย้ายบ้านแล้ว), 404 (หาไม่เจอ) หรือติด noindex (ป้ายห้ามเก็บเข้าคลังค้นหา) ให้เอาออก
- ทดสอบกับ AI สเปกแนะนำวิธีนี้ตรงๆ คือให้ agent อ่านแค่ llms.txt ของคุณแล้วถามคำถามเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น “คลินิกนี้มีบริการเลสิกไหม” “เปิดวันอาทิตย์ไหม” ถ้าตอบผิด แปลว่าไฟล์ยังขาดข้อมูลที่ควรเขียน
อยากรู้ว่ามีบอทมาดึงไฟล์จริงไหม ให้ดู access log ของเซิร์ฟเวอร์ คำสั่งนี้จะแสดง user agent (ชื่อที่บอทแนะนำตัวตอนมาเคาะประตู) ที่ขอไฟล์ llms.txt เรียงตามจำนวนครั้ง ถ้าเงียบกริบก็ไม่ต้องเสียใจ เว็บส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้
อยากลองใน Lighthouse ให้ใช้ Chrome 150 ขึ้นไป เปิด DevTools ไปที่แท็บ Lighthouse ติ๊กหมวด Agentic browsing แล้วกด Analyze page load หมวดนี้ไม่มีคะแนน 0-100 แต่แสดงเป็นสัดส่วนข้อที่ผ่าน ดูผลของข้อ llms.txt แบบนี้ Pass คือเรียกไฟล์ได้ปกติ, Not Applicable คือไม่มีไฟล์ (404) ซึ่งไม่ถือว่าผิด, Fail คือเซิร์ฟเวอร์ตอบ error ตอนขอไฟล์ ให้ไปเช็กสิทธิ์ไฟล์หรือ firewall
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
- Overview of OpenAI Crawlers โดย OpenAI (ตรวจเมื่อ ต.ค. 2026)
- Does Anthropic crawl data from the web, and how can site owners block the crawler? โดย Anthropic (Claude Help Center) (ตรวจเมื่อ ต.ค. 2026)
- Perplexity Crawlers โดย Perplexity (ตรวจเมื่อ ต.ค. 2026)
- llms.txt feature โดย Yoast (ตรวจเมื่อ ต.ค. 2026)
- The /llms.txt file, v2 โดย Jeremy Howard, Answer.AI (อัปเดต ส.ค. 2026)
- Changes (v2) โดย Jeremy Howard, Answer.AI (อัปเดต ส.ค. 2026)
- Optimizing your website for generative AI features on Google Search โดย Google Search Central (อัปเดต ก.ค. 2026, ตรวจซ้ำ 20 ต.ค. 2026)
- We Analyzed 137K Sites: 97% of llms.txt Files Never Get Read โดย Ahrefs (Louise Linehan) (อัปเดต มิ.ย. 2026)
- Lighthouse llms.txt audit โดย Chrome for Developers (อัปเดต พ.ค. 2026)
- Lighthouse agentic browsing scoring โดย Chrome for Developers (อัปเดต พ.ค. 2026)
- How to enable llms.txt with Yoast SEO โดย Yoast (อัปเดต เม.ย. 2026)
- Control AI Indexing With the WordPress LLMs.txt Generator โดย AIOSEO (อัปเดต ต.ค. 2025)
- Google: No AI System Currently Uses LLMs.txt โดย Search Engine Roundtable (Barry Schwartz) (อัปเดต มิ.ย. 2025)
- Simplifying docs for AI with /llms.txt โดย Mintlify (Tiffany Chen) (อัปเดต พ.ย. 2024)
เขียนโดย
แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน
เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY












