Google AI Mode ต่างจาก Gemini ไง - แมวส้ม SEO

สารบัญ

Google AI Mode คืออะไร ต่างจาก AI Overviews และ Gemini ตรงไหน ใช้ภาษาไทยได้หรือยัง

·ตุลาคม 20, 2026·AI Search·

สวัสดีครับ วันนี้แมวส้มพามาดูโหมดค้นหาใหม่ของ Google ที่คุยภาษาไทยได้แล้ว บอกเลยว่าตื่นเต้นมาก Google AI Mode คือโหมดค้นหาแบบสนทนาใน Google Search ที่แตกคำถามของคุณเป็นหัวข้อย่อย ค้นพร้อมกันหลายทาง แล้วสรุปคำตอบพร้อมลิงก์ไปเว็บต้นทาง ต่างจาก AI Overviews ที่เป็นกล่องสรุปบนหน้าผลค้นหาปกติ และต่างจากแอป Gemini ที่เป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวมากกว่าเครื่องมือค้นหา ตอนนี้ AI Mode ใช้ภาษาไทยได้แล้ว

Google AI Mode คืออะไร ใช้ยังไง ต้องจ่ายเงินไหม

AI Mode คือสิ่งที่หน้าช่วยเหลือของ Google เรียกว่า “ประสบการณ์การค้นหาด้วย AI ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของ Google” ใช้โมเดล Gemini ที่ปรับมาเฉพาะสำหรับ Search เหมาะกับคำถามที่ต้องเปรียบเทียบ ต้องคิดหลายขั้น หรือต้องถามต่อหลายรอบ ใช้ฟรีด้วยโมเดลมาตรฐาน

แยกง่ายๆ ถ้าพิมพ์แค่ “ร้านอาหารญี่ปุ่น ลาดพร้าว” ช่องค้นหาธรรมดาก็พอ แต่ถ้าเป็น “ร้านอาหารญี่ปุ่นแถวลาดพร้าว ร้านไหนพาพ่อแม่ไปได้ นั่งสบาย มีที่จอดรถ คิวไม่ยาว” แบบนี้คือคำถามหลายเงื่อนไขที่ AI Mode ถูกสร้างมาให้ตอบ เหมือนถามเพื่อนที่รู้จักทุกร้านในซอย ไม่ใช่เปิดสมุดหน้าเหลืองทีละหน้า

หน้าช่วยเหลือบอกทางเข้าไว้สามทาง เลือกทางที่สะดวกได้เลย

  • เข้า google.com/ai ตรงๆ
  • ค้นหาที่ google.com ตามปกติ แล้วกดแท็บ “โหมด AI” บนหน้าผลค้นหา
  • ในแอป Google บนมือถือ กด “โหมด AI” ที่หน้าแรก ถามด้วยเสียงหรือกล้อง (Google Lens) ได้ด้วย

เรื่องเงิน ตั้งแต่ 20 พ.ค. 2025 Google เปิด AI Mode ให้ใช้โดยไม่ต้องสมัคร Search Labs และหน้าช่วยเหลือระบุว่าโมเดลมาตรฐาน (Auto หรือ Fast) ใช้ได้ดีกับคำถามส่วนใหญ่ ส่วนโมเดลรุ่น Pro ที่เลือกได้จากเมนู เปิดให้เฉพาะสมาชิกแพ็กเกจ Google AI อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ใช้บัญชี Google ส่วนตัว และยังมีขีดจำกัดต่อวันอีกชั้น

จุดที่ต้องระวัง: ณ วันที่เขียน หน้าช่วยเหลือภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเขียนเรื่องนี้ไม่ตรงกัน ทั้งชื่อรุ่นของโมเดลและรายชื่อแพ็กเกจ (หน้าไทยระบุ Plus, Pro และ Ultra ส่วนหน้าอังกฤษระบุ Pro และ Ultra) ก่อนควักเงินสมัครแพ็กเกจเพื่อใช้โมเดลนี้ เปิดหน้าช่วยเหลือดูอีกรอบนะ จะได้ไม่เสียเงินฟรี

Google AI Mode กับ AI Overviews และ Gemini ต่างกันอย่างไร

สามตัวนี้ใช้ตระกูลโมเดล Gemini เหมือนกัน แต่ทำงานคนละแบบ AI Overviews คือกล่องสรุปที่ Google เลือกแสดงเองบนหน้าผลค้นหา AI Mode คือหน้าค้นหาแบบสนทนาที่ผูกกับดัชนีเว็บ (ดัชนี = ตู้บัตรรายการหนังสือของห้องสมุด ที่จดว่าเว็บไหนพูดเรื่องอะไร) ส่วนแอป Gemini คือสิ่งที่ Google เรียกว่า “ผู้ช่วย AI ส่วนตัว” ที่เน้นสร้างงาน เช่น เขียน สร้างภาพ หรือทำงานร่วมกับแอปอื่นของ Google

หัวข้อ AI Overviews AI Mode แอป Gemini
อยู่ที่ไหน ด้านบนหน้าผลค้นหา Google ปกติ แท็บ “โหมด AI” ใน Google Search, google.com/ai, แอป Google แอปและเว็บ gemini.google.com แยกจาก Search
เริ่มทำงานยังไง Google เลือกแสดงเองเมื่อคิดว่าช่วยได้ ผู้ใช้กดเข้าไปเอง หรือต่อมาจากการถามต่อใน AI Overview ผู้ใช้เปิดแอปเอง
ถามต่อได้ไหม ได้ บนมือถือถามต่อแล้วระบบพาเข้า AI Mode ได้ ถามต่อแบบสนทนา ได้ และจำบริบทการคุยได้
งานที่ถนัด ให้ใจความเร็วๆ ของเรื่องที่ซับซ้อน ค้นคว้า เปรียบเทียบ คำถามหลายขั้น เขียน สร้างภาพ วางแผน Deep Research ทำงานกับแอปอื่น
ข้อมูลมาจาก ดัชนี Google Search ดัชนีเว็บ, Knowledge Graph, ข้อมูลสินค้า แบบเรียลไทม์ ความรู้ของโมเดลและการค้นหาประกอบตามงาน
ลิงก์ไปเว็บ มีลิงก์สนับสนุนในกล่อง มีลิงก์แทรกในคำตอบและท้ายคำตอบ มีบ้างตามงาน ไม่ใช่จุดหลัก
เจ้าของเว็บวัดผลได้ไหม ได้ ใน Search Console ได้ ใน Search Console ไม่มีรายงานใน Search Console

ลองนึกภาพคำถาม “ทริปเชียงใหม่ 3 วัน 2 คืน ช่วงธันวาคม งบ 10,000 บาท” ใน AI Mode คุณจะได้คำตอบที่ผูกกับข้อมูลบนเว็บ พร้อมลิงก์ไปเว็บรีวิวหรือเว็บที่พักให้กดดูต่อ ใน Gemini คุณจะได้แผนเดินทางที่จัดรูปแบบสวย ปรับต่อได้ ส่งเข้าอีเมลได้ แต่การพาไปเว็บต้นทางไม่ใช่งานหลักของมัน จำง่ายๆ อยากได้แหล่งข้อมูลใช้ AI Mode อยากได้ผลงานใช้ Gemini เหมือนถามทางพี่วินปากซอยที่บอกทางพร้อมชี้ว่าป้ายร้านอยู่ตรงไหน กับจ้างไกด์ที่จัดทริปให้ทั้งทริป

สำหรับเจ้าของเว็บ แถวสุดท้ายของตารางสำคัญที่สุด สองตัวแรกอยู่ใน Google Search จึงมีตัวเลขใน Search Console ส่วน Gemini อยู่นอก Search งานที่ทำเพื่อ Gemini ดูแยกได้ที่ Gemini SEO และเรื่องกล่องสรุปบนหน้าผลค้นหาอยู่ที่ AI Overview คืออะไร

ถามต่อจาก AI Overviews เข้า AI Mode: สิ่งที่เปลี่ยนเมื่อมกราคม 2026

วันที่ 27 ม.ค. 2026 Google ประกาศว่าผู้ใช้มือถือทั่วโลกถามต่อจาก AI Overview ได้ทันที แล้วระบบจะพาเข้าบทสนทนา AI Mode ต่อเลย เส้นแบ่งระหว่างสองฟีเจอร์จึงบางลงมาก คนที่ไม่เคยกดแท็บโหมด AI ก็อาจไปจบในบทสนทนา AI Mode ได้ แบบเดินเข้าร้านมาซื้อน้ำขวดเดียว แล้วออกไปพร้อมเมนูชุดใหญ่

ผลต่อเจ้าของเว็บ (ข้อสังเกตของแมวส้ม Google ไม่ได้อธิบายกลไกนี้): การถูกอ้างใน AI Overview น่าจะไม่ได้จบแค่คำถามแรก เพราะคำตอบของคำถามต่ออาจอ้างแหล่งข้อมูลชุดใหม่ เว็บที่ตอบคำถามต่อยอดได้ เช่น ราคา เงื่อนไข ข้อเปรียบเทียบ จึงมีโอกาสถูกหยิบเพิ่ม สมมติคลินิกทันตกรรมของหมอเก่ง คนค้น “จัดฟันใสคืออะไร” แล้วถามต่อว่า “ผ่อนได้ไหม” หน้าที่เขียนเงื่อนไขการผ่อนไว้ชัดก็มีโอกาสโผล่ในคำตอบรอบที่สอง ทั้งที่รอบแรกอาจไม่ถูกอ้างเลย ได้ที่นั่งรอบสองแบบนี้ก็ชื่นใจไม่น้อย ส่วนวิธีที่ Search Console นับคำถามต่อ ดูหัวข้อ Search Console ด้านล่าง

Query fan-out คืออะไร และทำไมเจ้าของเว็บต้องรู้

Query fan-out คือเทคนิคที่ระบบแตกคำถามของผู้ใช้ออกเป็นหัวข้อย่อย แล้วค้นหาทุกหัวข้อพร้อมกันจากหลายแหล่ง ก่อนรวมเป็นคำตอบเดียว คล้ายแม่บ้านที่แยกรายการกับข้าวเป็นแผนกผัก แผนกเนื้อ แผนกเครื่องปรุง แล้วให้คนช่วยวิ่งไปพร้อมกัน Google อธิบายเทคนิคนี้ทั้งในประกาศเปิดตัวและในเอกสาร AI features ของ Search Central ซึ่งระบุว่าทั้ง AI Overviews และ AI Mode อาจใช้เทคนิคนี้ ภาพรวมทั้งระบบแมวส้มเล่าไว้ใน AI Search ทำงานยังไง

ภาพประกอบ query fan-out คำถามเดียวถูกแตกเป็นหลายคำค้นย่อย ค้นจากหลายเว็บพร้อมกัน แล้วรวมเป็นคำตอบเดียวพร้อมลิงก์

ตัวอย่าง คนถามว่า “คอนโดใกล้ BTS อ่อนนุช งบ 3 ล้าน เลี้ยงแมวได้ มีที่ไหนบ้าง” (คำถามนี้แมวส้มเห็นแล้วใจละลาย) ระบบอาจแตกเป็นคำค้นย่อยประมาณนี้ ซึ่งเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ เพราะ Google ไม่เปิดเผยคำค้นย่อยจริง

  • คอนโดใกล้ BTS อ่อนนุช ราคาไม่เกิน 3 ล้าน
  • คอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ย่านอ่อนนุช
  • กฎการเลี้ยงสัตว์ในคอนโดตามข้อบังคับนิติบุคคล
  • ระยะเดินจากคอนโดถึงสถานี BTS

แปลว่าเว็บคุณไม่จำเป็นต้องติดอันดับคำหลักยาวๆ นั้นเลย แค่มีหน้าที่ตอบคำถามย่อยข้อใดข้อหนึ่งได้ชัดที่สุด ก็มีโอกาสถูกหยิบไปเป็นแหล่งอ้างอิง ส่วนฟีเจอร์ Deep Search Google ระบุว่าระบบ “ยิงการค้นหาได้หลายร้อยครั้ง” เพื่อทำรายงานพร้อมแหล่งอ้างอิง

AI Mode ใช้ภาษาไทยได้หรือยัง ไทม์ไลน์ในไทย

ใช้ได้แล้ว หน้าช่วยเหลือ AI Mode ของ Google ณ ตุลาคม 2026 ระบุประเทศไทยในรายชื่อประเทศ และภาษาไทยในรายชื่อภาษาที่รองรับ แต่ฟีเจอร์ย่อยบางตัวยังจำกัดเฉพาะภาษาอังกฤษ เช่น ภาพแบบโต้ตอบ (interactive visuals) ที่ใช้ได้เฉพาะผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้และใช้ภาษาอังกฤษ

ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือโหมด AI ของ Google Search ภาษาไทย หัวข้อความพร้อมใช้งานของโหมด AI ชี้ว่าไทยอยู่ทั้งในรายชื่อประเทศและเขตแดนที่รองรับ และรายชื่อภาษาที่รองรับ
ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือโหมด AI ของ Google Search ภาษาไทย หัวข้อความพร้อมใช้งานของโหมด AI ชี้ว่าไทยอยู่ทั้งในรายชื่อประเทศและเขตแดนที่รองรับ และรายชื่อภาษาที่รองรับ
ช่วงเวลา เกิดอะไรขึ้น แหล่ง
5 มี.ค. 2025 Google เปิดตัว AI Mode เป็นการทดลองใน Search Labs เริ่มจากสมาชิก Google One AI Premium ที่สมัครเข้าร่วม The Keyword
20 พ.ค. 2025 เปิดใช้ทั่วสหรัฐฯ โดยไม่ต้องสมัคร Labs พร้อมประกาศ Deep Search และ Search Live The Keyword
22 ส.ค. 2025 Google ประเทศไทยประกาศว่า AI Mode พร้อมให้บริการในไทย “ขณะนี้รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษ” Google Thailand Blog
7 ต.ค. 2025 ขยายเพิ่มกว่า 35 ภาษาและกว่า 40 ประเทศ ประกาศของ Google ไม่ได้ลงรายชื่อภาษา แต่ gHacks ที่ลงรายชื่อระบุว่ามีภาษาไทยในรอบนี้ The Keyword, gHacks
18 ก.พ. 2026 Nick Fox ผู้บริหารฝ่าย Search ของ Google ประกาศขยายอีก 53 ภาษา รวมเกือบ 100 ภาษา Search Engine Roundtable
27 มี.ค. 2026 Search Live (คุยด้วยเสียงและกล้อง) ขยายไปทุกภาษาและทุกพื้นที่ที่มี AI Mode Google Thailand Blog

ถ้าคุณค้นว่า “ai mode google หาย” หรือไม่เห็นแท็บ ใจเย็นก่อน ยังไม่ต้องโทษ Google ให้ไล่เช็ก 3 ข้อนี้ทีละข้อ

  1. ดูว่าลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google Workspace ของบริษัทอยู่หรือเปล่า หน้าช่วยเหลือระบุว่าบัญชี Workspace ที่ผู้ดูแลปิดบริการ Search and Assistant ไว้ จะใช้ประวัติการค้นหาไม่ได้ และเปิดได้เฉพาะผู้ดูแลผ่าน Admin console ลองสลับเป็นบัญชี Google ส่วนตัวเพื่อเทียบว่าใช้งานต่างกันไหม
  2. เข้า google.com/ai ตรงๆ แทนการหาแท็บบนหน้าผลค้นหา
  3. ในแอป Google บนมือถือ อัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุด แล้วเปิดใหม่

AI Mode ใน Search Console ดูตรงไหน นับคลิกยังไง

ข้อมูลจาก AI Mode อยู่ใน Search Console สองที่ ที่แรกคือรายงาน Performance ปกติ ประเภทการค้นหา Web ซึ่งรวมการแสดงผลจาก AI Overviews และ AI Mode เข้ากับผลค้นหาทั่วไป ที่ที่สองคือรายงาน Generative AI performance ที่เปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026 และแสดงเฉพาะการแสดงผลใน AI Overviews และ AI Mode (ฟีเจอร์ AI ใน Discover มีรายงานแยกของตัวเอง)

ตารางเทียบรายงาน Performance ปกติกับรายงาน Generative AI performance ใน Search Console ว่ารวมอะไร มีการแสดงผล คลิก และคำค้นหรือไม่
ตารางเทียบรายงาน Performance ปกติกับรายงาน Generative AI performance ใน Search Console ว่ารวมอะไร มีการแสดงผล คลิก และคำค้นหรือไม่

เทียบกับร้านขายต้นไม้ที่มีหน้าร้านและบูธในงานแฟร์ รายงาน Performance เหมือนยอดขายรวมทุกช่องทาง ส่วนรายงาน Generative AI เหมือนตัวนับว่ามีคนเดินผ่านบูธกี่คน รู้ว่ามีคนเห็น แต่ยังไม่รู้ว่าใครซื้อ

หน้าช่วยเหลือ Search Console วางกติกาการนับไว้ 5 ข้อ อ่านก่อนดูตัวเลขจะได้ไม่งง

  • คลิก: การคลิกลิงก์ไปหน้าภายนอกใน AI Mode นับเป็นคลิก
  • การแสดงผล: ใช้กติกามาตรฐานเดียวกับผลค้นหาปกติ
  • อันดับ: ใช้วิธีคำนวณแบบเดียวกับหน้าผลค้นหา Google
  • คำถามต่อ: ถ้าผู้ใช้ถามต่อใน AI Mode ระบบนับเป็นการค้นหาใหม่ ข้อมูลของคำตอบรอบนั้นผูกกับคำถามใหม่
  • Search Labs: ข้อมูลจากการทดลองใน Search Labs ไม่ถูกนับใน Search Console

ลองเช็กของเว็บตัวเองวันนี้ได้เลย ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ทำตาม 4 ขั้นนี้

  1. เปิด Search Console เลือก property ของเว็บ
  2. ไปที่รายงาน Generative AI performance (Search) ถ้าไม่เห็น หน้าช่วยเหลือระบุว่าสาเหตุที่พบบ่อยคือเว็บยังมีการแสดงผลในฟีเจอร์ AI ไม่มากพอ
  3. ดูมิติ Pages ว่าหน้าไหนถูกแสดงเป็นลิงก์ในคำตอบ AI บ่อยที่สุด กรองประเทศเป็นไทยเพื่อดูเฉพาะคนค้นในไทย
  4. เอาหน้าที่ติดอันดับต้นๆ ในรายงานนี้ไปเทียบกับรายงาน Performance ปกติ หน้าที่แสดงผลใน AI สูงแต่คลิกต่ำ คือหน้าที่ควรเพิ่มเหตุผลให้คนอยากกดเข้ามา เช่น ตารางราคา เครื่องคำนวณ หรือข้อมูลที่หาจากที่อื่นไม่ได้

ข้อจำกัด ณ เวลาที่เขียน รายงาน Generative AI มีแค่การแสดงผล ยังไม่มีคลิกและคำค้น และหน้าช่วยเหลือไม่ได้ระบุตัวกรองที่แยก AI Mode ออกจาก AI Overviews สองช่องทางนี้จึงยังรวมกันในรายงาน

เจ้าของเว็บต้องทำอะไรเพื่อให้ติด AI Mode

Google ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดทางเทคนิคเพิ่ม หน้าเว็บแค่ต้องถูก index และมีสิทธิ์แสดงพร้อม snippet และไม่ต้องสร้างไฟล์สำหรับ AI หรือ markup พิเศษ งานจริงจึงอยู่ที่การทำให้เนื้อหาตอบคำถามย่อยได้ดี ภาพรวมทั้งหมดอยู่ใน คู่มือ AI SEO ส่วนนี้คือเฉพาะที่เกี่ยวกับ AI Mode

  1. ตรวจว่าหน้าสำคัญถูก index และไม่ได้ปิด snippet index คือการที่ Google เก็บหน้าเข้าตู้ข้อมูลแล้ว ส่วน snippet คือข้อความสั้นใต้ลิงก์ ใช้ URL Inspection ใน Search Console และเช็กว่าไม่ได้ใส่ <meta name="robots" content="nosnippet"> โดยไม่ตั้งใจ เพราะหน้าที่ปิด snippet ไม่ผ่านเงื่อนไขข้างต้น
  2. เขียนให้ตอบคำถามย่อยและคำถามต่อ ใช้ทริก fan-out ด้านบน ทำ H2 หนึ่งหัวข้อต่อหนึ่งคำถามย่อย ย่อหน้าแรกของแต่ละหัวข้อตอบให้จบในตัว
  3. ใส่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ราคา เงื่อนไข พื้นที่ให้บริการ วันที่อัปเดต ตัวเลขพร้อมแหล่ง ดูวิธีเพิ่มโอกาสถูกอ้างอิงที่ AI Citation
  4. ร้านค้าและธุรกิจท้องถิ่น ดูแลข้อมูลนอกเว็บด้วย Google ไทยระบุว่า AI Mode ดึงทั้งข้อมูลเว็บ Knowledge Graph และข้อมูลสินค้าหลายพันล้านรายการ ฟีดสินค้าใน Merchant Center จึงควรตรงกับหน้าเว็บ ร้านเสื้อออนไลน์ที่หน้าเว็บบอกเหลือแค่ไซซ์ M แต่ฟีดยังบอกมีครบทุกไซซ์ คือการให้ข้อมูลขัดกันเอง ส่วนข้อมูลใน Google Business Profile แมวส้มคาดว่าถูกใช้ด้วย แต่ Google ไม่ได้ระบุตรงๆ ในประกาศนี้
  5. ใช้ structured data ที่ตรงกับเนื้อหาจริง structured data คือป้ายกำกับที่ซ่อนในโค้ด บอกเครื่องว่าตรงนี้คือราคา ตรงนี้คือที่อยู่ เช่น Product, LocalBusiness, Article ไม่ใช่เพราะมันพาขึ้น AI Mode โดยตรง แต่ช่วยให้ระบบเข้าใจว่าหน้านี้คืออะไร รายละเอียดอยู่ที่ Schema สำหรับ AI Search

สิ่งที่เจ้าของเว็บต้องทำให้ติด Google AI Mode แบ่งเป็นงานบนหน้าเว็บ และงานนอกเว็บกับการตั้งค่า โดยไม่ต้องมีไฟล์ AI หรือ markup พิเศษ
สิ่งที่เจ้าของเว็บต้องทำให้ติด Google AI Mode แบ่งเป็นงานบนหน้าเว็บ และงานนอกเว็บกับการตั้งค่า โดยไม่ต้องมีไฟล์ AI หรือ markup พิเศษ

ความเคลื่อนไหวล่าสุด Google ประกาศใน The Keyword เมื่อ 15 ต.ค. 2026 ว่าจะแสดงลิงก์แทรกในคำตอบของ AI Mode และ AI Overviews ให้อยู่สูงขึ้นและบ่อยขึ้น ทำลิงก์ท้ายคำตอบให้เด่นขึ้นพร้อมภาพย่อ และกำลังทดสอบส่วนบนสุดของคำตอบที่แสดงเว็บทางการหนึ่งหรือสองแห่งสำหรับงานนั้นๆ พร้อมบอกว่าแต่ละลิงก์มีประโยชน์อย่างไร ส่วนที่ยังเป็นการทดสอบอาจไม่เห็นกับผู้ใช้ทุกคน เว็บที่เป็นแหล่งทางการของบริการตัวเองจึงต้องมีข้อมูลครบที่สุดเมื่อเทียบกับที่อื่น อัปเดตทำนองนี้แมวส้มรวบรวมไว้ที่ อัปเดต AI Search ล่าสุด

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ต้องสมัคร Search Labs แล้ว และใช้โมเดลมาตรฐานได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจ ส่วนโมเดลรุ่น Pro เปิดให้เฉพาะสมาชิกแพ็กเกจ Google AI อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ใช้บัญชีส่วนตัว และมีขีดจำกัดต่อวัน

เปิดแอป Google บน Android หรือ iOS แล้วกด "โหมด AI" ที่หน้าแรก พิมพ์ พูด หรือถ่ายรูปถามได้ ถ้ากดไอคอน Live ใต้ช่องค้นหา จะคุยด้วยเสียงพร้อมเปิดกล้องให้ Search เห็นสิ่งที่คุณเห็นได้

ไม่จำเป็น AI Mode เป็นส่วนหนึ่งของ Google Search จึงเข้าผ่านเบราว์เซอร์ทั่วไปที่ google.com/ai ได้ และใช้ในแอป Google บนมือถือได้ด้วย

ฝั่งผู้ใช้ ถ้าไม่กดแท็บโหมด AI และไม่ถามต่อจาก AI Overview ก็ใช้ Google แบบเดิมได้ตามปกติ ฝั่งเจ้าของเว็บ ถ้าไม่อยากให้เว็บอยู่ในคำตอบ AI ใช้ Search generative AI control ใน Search Console ได้ แต่ต้องยอมเสียการแสดงผลในฟีเจอร์ AI ทั้งหมด

ยังไม่มีตัวเลขสาธารณะที่วัดเฉพาะ AI Mode ในไทย ข้อมูลใกล้เคียงคือ การศึกษาของ Pew Research Center (ผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ 900 คน มีนาคม 2025) ที่พบว่าเมื่อหน้า Google มีสรุป AI คนคลิกลิงก์ปกติประมาณ 8% ของการเข้าชม เทียบกับ 15% เมื่อไม่มี ทางที่แม่นกว่าคือดูตัวเลขของเว็บคุณเองในรายงาน Generative AI ของ Search Console

AI Mode ไม่ได้ทำให้ SEO หายไป มันทำให้หน้าที่ตอบคำถามย่อยได้ชัดมีค่ามากขึ้น และตอนนี้วัดได้ใน Search Console แล้ว ถ้ายังสับสนว่างานที่ทำอยู่นับเป็น SEO, AEO หรือ GEO ไม่แปลกเลย อ่านต่อที่ SEO GEO AEO ต่างกันอย่างไร แล้วค่อยไปดูฝั่งแชตบอตที่ ChatGPT SEO

แหล่งอ้างอิง

แมวส้ม

เขียนโดย

แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY

อ่านต่อกับแมวส้ม

  • Zero-Click Search ค้นแล้วไม่คลิก - แมวส้ม SEO

    Zero-Click Search คืออะไร เมื่อคนค้นแล้วไม่คลิกเข้าเว็บ ต้องวัดผลยังไง

  • Vector Search ค้นตามความหมาย - แมวส้ม SEO

    Vector Search คืออะไร การค้นหาด้วยความหมายที่อยู่เบื้องหลัง AI Search

  • Transformer Model ตัว T ใน GPT - แมวส้ม SEO

    Transformer Model คืออะไร ตัว T ใน GPT ที่ทำให้ AI เข้าใจภาษา