AI Visibility ตัวไหนคุ้ม - แมวส้ม SEO

สารบัญ

AI Visibility Tools 2026 เครื่องมือติดตามแบรนด์ในคำตอบ AI ตัวไหนคุ้ม

·ตุลาคม 20, 2026·ใช้ AI ทำ SEO·

สวัสดีครับ แมวส้มเองครับ วันนี้มาเปิดกล่องเครื่องมือที่ใครทำ AI SEO ต้องเจอแน่ๆ AI visibility tools คือเครื่องมือที่บอกว่าแบรนด์หรือเว็บของคุณถูกแสดง ถูกพูดถึง หรือถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI บ่อยแค่ไหน ในเดือนตุลาคม 2026 ให้เริ่มจากของฟรีจากเจ้าของแพลตฟอร์ม 3 ตัว คือรายงาน Generative AI ใน Search Console, AI Performance ใน Bing Webmaster Tools และช่อง AI Assistant ใน GA4 แล้วค่อยจ่ายเงินให้ tracker อย่าง Ahrefs Brand Radar, Semrush, Otterly.AI หรือ Peec AI เมื่ออยากรู้ว่า ChatGPT พูดถึงคุณยังไง

AI visibility tools คืออะไร ทำไมต้องแยกตาม “แหล่งข้อมูล”

AI visibility tools แบ่งได้ 2 ตระกูลตามที่มาของตัวเลข ตระกูลแรกคือข้อมูล first-party จากเจ้าของ AI เอง เช่น Google บอกว่าลิงก์เว็บคุณถูกแสดงใน AI Overviews กี่ครั้ง ตระกูลที่สองคือ tracker ที่ส่งคำถามชุดเดียวกันไปถาม ChatGPT, Gemini หรือ Perplexity ซ้ำทุกวัน แล้วนับว่าชื่อคุณโผล่ไหม เลือกผิดตระกูลก็เหมือนเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปชั่งน้ำหนัก เครื่องดีแต่ตอบคนละเรื่อง

ลองนึกภาพร้านกาแฟในซอย ข้อมูล first-party คือกล้องหน้าร้านที่นับคนเดินผ่านจริงทุกคน แต่ไม่ได้ยินว่าเขาคุยอะไร ส่วน tracker คือการจ้างคนไปถามลูกค้าวันละ 50 คนว่า “แถวนี้กาแฟร้านไหนอร่อย” ได้ยินคำพูดจริง แต่ได้เฉพาะคนที่ถูกถาม สองอย่างนี้ใช้คู่กันได้ แต่แทนกันไม่ได้

เทียบเครื่องมือ AI visibility 2 ตระกูล ข้อมูลจริงจาก Google และ Microsoft ที่ฟรีและนับการแสดงผลจริงแต่ไม่บอกว่า AI พูดถึงแบรนด์ยังไง กับ tracker เสียเงินที่ส่งชุดคำถามไปถาม AI ซ้ำแล้วนับผล เห็นคำตอบและคู่แข่งแต่ผลขึ้นกับคำถามที่เลือก
เทียบเครื่องมือ AI visibility 2 ตระกูล ข้อมูลจริงจาก Google และ Microsoft ที่ฟรีและนับการแสดงผลจริงแต่ไม่บอกว่า AI พูดถึงแบรนด์ยังไง กับ tracker เสียเงินที่ส่งชุดคำถามไปถาม AI ซ้ำแล้วนับผล เห็นคำตอบและคู่แข่งแต่ผลขึ้นกับคำถามที่เลือก

อีกเรื่องที่ต้องรู้ไว้ก่อนดูตาราง คู่มือ AI ของ Google เขียนไว้ตรงๆ ว่า “No third-party tool has access to our internal ranking or AI systems” แปลว่าไม่มีเครื่องมือภายนอกตัวไหนเห็นข้อมูลภายในของ Google จริง ตัวเลขจาก tracker จึงเป็นการสุ่มตัวอย่าง ใช้ดูแนวโน้มและเทียบคู่แข่งได้ แต่ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ความหมายของ mention rate และ share of voice อยู่ใน AI Visibility คืออะไร วิธีวัดว่าแบรนด์ถูกพูดถึงใน AI แค่ไหน

เครื่องมือฟรีจากเจ้าของแพลตฟอร์ม ต้องเปิดก่อนจ่ายเงินให้ใคร

เครื่องมือ AI visibility ฟรีที่ควรเปิดก่อนมี 3 ตัว คือรายงาน Generative AI performance ใน Google Search Console, รายงาน AI Performance ใน Bing Webmaster Tools และช่อง AI Assistant ใน GA4 ทั้งสามเป็นตัวเลขจริงจากระบบของ Google และ Microsoft ไม่ใช่การสุ่มถาม แต่แต่ละตัวเห็นแค่บางมุม

Google Search Console: รายงาน Generative AI performance

รายงานนี้บอกว่าลิงก์ไปเว็บคุณถูกแสดงในฟีเจอร์ AI ของ Google Search กี่ครั้ง Google เปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกเมื่อ 31 ส.ค. 2026 ครอบคลุม AI Overviews กับ AI Mode รวมกันในรายงานเดียว แยกสองอย่างออกจากกันไม่ได้ แต่แยกดูตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ได้ ส่วน AI ใน Discover มีรายงานของตัวเองอีกหน้า

ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือ Search Console เรื่องรายงาน Generative AI performance ระบุว่ารวม impressions จาก AI Overviews และ AI Mode และนิยาม impressions ว่าคือจำนวนครั้งที่ลิงก์ไปเว็บถูกแสดงในฟีเจอร์ AI
ภาพหน้าจอจริงจากหน้าช่วยเหลือ Search Console เรื่องรายงาน Generative AI performance ระบุว่ารวม impressions จาก AI Overviews และ AI Mode และนิยาม impressions ว่าคือจำนวนครั้งที่ลิงก์ไปเว็บถูกแสดงในฟีเจอร์ AI

สิ่งที่รายงานนี้ไม่มีคือคลิกกับคำค้น เอาง่ายๆ คือรู้ว่าป้ายร้านคุณถูกแปะในคำตอบ AI กี่ครั้ง แต่ไม่รู้ว่าใครถามอะไร และมีคนเดินเข้าร้านไหม เหตุที่บางเว็บเปิดแล้วไม่เห็นรายงาน กับวิธีอ่านกราฟและตาราง แมวส้มอธิบายไว้ใน วิธีวัด ROI ของ GEO

Bing Webmaster Tools: AI Performance และ Topics Portfolio

ฝั่ง Microsoft ให้ข้อมูลละเอียดกว่า Google หนึ่งขั้น เพราะบอก “คำค้นเบื้องหลัง” ด้วย รายงาน AI Performance (public preview ตั้งแต่ 10 ก.พ. 2026) ครอบคลุม Microsoft Copilot, AI summaries ใน Bing และพาร์ตเนอร์บางราย ให้ Total Citations (จำนวนครั้งที่เว็บคุณถูกยกเป็นแหล่งอ้างอิง) และ grounding queries ซึ่งคือวลีที่ AI ใช้ค้นก่อนหยิบเนื้อหาคุณไปตอบ Microsoft ระบุว่าส่วนนี้เป็นตัวอย่างบางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมด

ของใหม่ที่แมวส้มตื่นเต้นที่สุดคือ Topics Portfolio (beta) ที่ Bing ประกาศเมื่อ 13 ต.ค. 2026 ระบบจัด grounding queries เป็นกลุ่มหัวข้อ บอกขนาดความต้องการและจำนวนเว็บที่แย่งกันอยู่ และมีตาราง Top Opportunity Queries ที่โชว์คำค้นซึ่ง “เว็บอื่นถูกอ้างแต่เว็บคุณไม่ถูกอ้าง” แบบที่ tracker เสียเงินชอบขาย แต่ Bing ให้ฟรีจากข้อมูลจริง ข้อจำกัดคือเห็นเฉพาะเว็บที่มีข้อมูลมากพอ ตัวเลขบางส่วนเป็นช่วง และยังไม่มีข้อมูลคลิก รายละเอียดฝั่ง Copilot อ่านต่อที่ Copilot SEO

GA4: ช่อง AI Assistant บอกเฉพาะคนที่คลิกเข้ามา

GA4 ไม่ได้วัดการถูกพูดถึง แต่วัดคนที่กดลิงก์จาก AI เข้าเว็บจริง ช่อง AI Assistant (มีตั้งแต่ 13 พ.ค. 2026) รวม session จาก ChatGPT, Gemini, Deepseek, Copilot และ Grok แต่ Google เขียนชัดว่าช่องนี้ “excludes Google’s AI Overviews and AI Mode” และ Search Engine Journal (ก.ค. 2026) รายงานว่า Perplexity ยังตกไปอยู่ Referral จึงควรทำ custom channel group เสริม (ขั้นตอนอยู่ในบทความ ROI ที่ลิงก์ไว้ข้างบน)

AI visibility tools 2026 แบบเสียเงิน เทียบ 6 ตัวในตารางเดียว

tracker เสียเงินที่ยืนยันข้อมูลได้จากหน้าทางการ ณ 19 ต.ค. 2026 มี 6 ตัวที่แมวส้มเลือกมาเทียบ คือ Ahrefs Brand Radar, Semrush AI Visibility Toolkit, Otterly.AI, Peec AI, Profound และ SE Ranking ราคาทั้งหมดเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนแบบจ่ายรายเดือน ไม่รวมภาษี บทความนี้ไม่มีลิงก์ affiliate และไม่ได้เป็นบทความที่ผู้ให้บริการรายไหนจ้างเขียน

เครื่องมือ เก็บข้อมูลยังไง แพลตฟอร์มที่ระบุ เริ่มต้นที่ ทางเลือกฟรี
Ahrefs Brand Radar 2 แบบ: ฐานข้อมูลสำเร็จรูป 492 ล้าน prompt ต่อเดือน กับ custom prompt ที่คุณตั้งเอง AI Overviews, AI Mode, ChatGPT, Perplexity, Gemini, Copilot (custom prompt เพิ่ม Claude) custom prompt 50 ดอลลาร์ (2,500 checks), AI Visibility Index 199 ดอลลาร์, ทุกแพลตฟอร์ม 699 ดอลลาร์ AI Visibility Checker ฟรีไม่ต้องสมัคร และแผน Lite 129 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ 5 prompt ในแผน
Semrush AI Visibility Toolkit ฐานข้อมูลกว่า 317 ล้าน prompt จากคำขอจริง ไม่ผ่าน API ของ LLM บวก Prompt Tracking รายวัน Prompt Tracking: ChatGPT Search, Google AI Mode, Gemini 99 ดอลลาร์ (25 prompt, 1 project) ซื้อเพิ่ม 50 prompt 60 ดอลลาร์ ไม่มีทดลองฟรีสำหรับ toolkit นี้
Otterly.AI ติดตาม prompt ที่คุณกำหนดทุกวัน ChatGPT, AI Overviews, Perplexity, Copilot (AI Mode, Gemini, Claude เป็น add-on) Lite 29 ดอลลาร์ (15 prompt) มีทดลองฟรี
Peec AI ติดตาม prompt ที่คุณกำหนดทุกวัน เลือกได้ 3 โมเดลต่อแผน ChatGPT, AI Mode, AI Overviews, Copilot, Gemini, Naver AI (Perplexity เป็น add-on) Starter 95 ดอลลาร์ (50 prompt) มีปุ่มทดลองฟรีบนหน้าราคา
Profound ติดตาม prompt ที่คุณกำหนด แผน Trial: ChatGPT, Gemini, AI Overviews (Enterprise ได้สูงสุด 9 engine) หน้าราคาฝั่งแบรนด์มีแค่ Trial กับ Enterprise ราคาตามตกลง Trial ฟรี 50 prompt รายวันนาน 7 วัน 1 ภาษา 1 ภูมิภาค
SE Ranking ส่งคำถามผ่านหน้าจอแบบผู้ใช้จริง (UI) ไม่ใช่ API AI Overviews, AI Mode, ChatGPT (หน้าเครื่องมือระบุ Gemini เพิ่ม แต่หน้าราคาไม่ระบุ) แผน Core 129 ดอลลาร์ มี 100 prompt พร้อมเครื่องมือ SEO ทดลอง 14 วันไม่ใส่บัตร และตัวเช็กฟรีวันละ 5 ครั้ง

สังเกตคอลัมน์ “แพลตฟอร์มที่ระบุ” ไม่มีเจ้าไหนครอบคลุมทุก AI ในแผนเริ่มต้น และ Claude มักเป็นของเสริมหรือกินโควตาหนักกว่า เช่น Ahrefs นับ Claude 8 checks ต่อการอัปเดต ส่วนแพลตฟอร์มอื่น 1 check

Ahrefs Brand Radar: ฐานข้อมูลสำเร็จรูปกับคำถามของคุณเอง ใช้ต่างกัน

Brand Radar ขายสองอย่างที่คนชอบสับสน AI Visibility Index คือคลังคำตอบสำเร็จรูปจาก 492 ล้าน prompt ที่ Ahrefs แปลงมาจากคำค้นในฐานข้อมูล keyword ของตัวเอง เปิดดูแบรนด์ไหนก็ได้ทันทีไม่ต้องตั้งค่า แต่ Ahrefs เขียนเองว่าชุดคำถามถูกทดสอบซ้ำเป็นรายเดือนบนช่วงรายงาน 90 วัน และอาจครอบคลุมน้อยสำหรับแบรนด์ที่แทบไม่มีคนค้นชื่อ

ภาพหน้าจอจริงจากหน้า Ahrefs Brand Radar ส่วน Track visibility two ways แสดง Custom Prompts เริ่ม 50 ดอลลาร์ต่อเดือน และ AI Visibility Index เริ่ม 199 ดอลลาร์ต่อเดือน
ภาพหน้าจอจริงจากหน้า Ahrefs Brand Radar ส่วน Track visibility two ways แสดง Custom Prompts เริ่ม 50 ดอลลาร์ต่อเดือน และ AI Visibility Index เริ่ม 199 ดอลลาร์ต่อเดือน

Custom prompts คือคำถามที่คุณพิมพ์เอง เช่น “คลินิกฟันจัดฟันใสแถวลาดพร้าวที่ไหนดี” แล้วให้ระบบถามซ้ำได้ถึงวันละครั้ง เหมาะกับแบรนด์ไทยขนาดเล็กกว่า เพราะไม่ต้องรอให้ดังพอจะอยู่ในคลัง ใครจ่าย Ahrefs แผน Lite อยู่แล้ว ใช้ 5 prompt ที่รวมในแผนให้หมดก่อนซื้อแพ็กเพิ่ม

Semrush AI Visibility Toolkit: แพงต่อ prompt แต่ได้รายงานฐานข้อมูลมาด้วย

Semrush ตั้งราคา toolkit นี้ 99 ดอลลาร์ต่อเดือน ไม่มีทดลองฟรี ได้ Prompt Tracking 25 prompt พร้อมรายงานจากฐานข้อมูล เช่น Visibility Overview และ Competitor Research ข้อดีที่คนไทยควรรู้คือรายงานฝั่งฐานข้อมูลมี Thailand อยู่ในรายชื่อประเทศ ส่วน AI Visibility Score ของ Semrush คำนวณจากจำนวน mention ของคุณเทียบค่ามัธยฐานของคู่แข่งที่ระบบเลือกให้ จึงเอาไปเทียบกับคะแนนของเครื่องมืออื่นตรงๆ ไม่ได้

ภาพหน้าจอจริงจาก Semrush Knowledge Base ส่วน Pricing ของ AI Visibility Toolkit ระบุราคา 99 ดอลลาร์ต่อเดือน ไม่มีทดลองฟรี และติดตามได้ 25 prompt
ภาพหน้าจอจริงจาก Semrush Knowledge Base ส่วน Pricing ของ AI Visibility Toolkit ระบุราคา 99 ดอลลาร์ต่อเดือน ไม่มีทดลองฟรี และติดตามได้ 25 prompt

Otterly.AI, Peec AI, Profound และ SE Ranking: เลือกจากโควตาและภาษา

Otterly.AI ราคาเริ่มต้นต่ำสุดในกลุ่ม และแผน Lite ระบุว่าใช้ได้ไม่จำกัดประเทศและภาษา เหมาะกับธุรกิจที่อยากเริ่มจากคำถามสำคัญไม่กี่ข้อ Peec AI ให้เลือก 3 โมเดลเอง ภาษาไม่จำกัด แต่ตารางแผน Starter ตั้งได้ 1 ประเทศ (Pro ได้ 3) Profound วางตัวเป็นเครื่องมือองค์กร นอกจาก Trial ต้องคุยราคากับฝ่ายขาย ส่วน SE Ranking เหมาะกับคนที่อยากได้เครื่องมือ SEO ปกติกับ AI tracking ในบิลเดียว

คิดเลขให้ดู ราคาต่อ 1,000 คำตอบ AI ของแต่ละเจ้า

ราคาต่อ prompt หลอกตาได้ เพราะ 1 prompt ของเจ้าหนึ่งอาจถามแค่ AI ตัวเดียว ส่วนอีกเจ้าถาม 4 ตัว ตัวที่ยุติธรรมกว่าคือ “จำนวนคำตอบ AI ที่ได้ต่อเดือน” ซึ่ง Peec AI นิยามไว้ชัดว่าเท่ากับ prompt × จำนวนโมเดล × ความถี่ แมวส้มเอาสูตรนี้ไปคิดกับเจ้าที่หน้าราคาให้ตัวเลขพอคำนวณได้ ผลอยู่ในตารางนี้

แผน ราคาต่อเดือน คำตอบต่อเดือน (คิดจากหน้าราคา) ตกราว 1,000 คำตอบละ
Otterly.AI Lite 29 ดอลลาร์ 15 prompt × 4 engine × 30 วัน = 1,800 16 ดอลลาร์
Ahrefs custom prompt แพ็ก Basic 50 ดอลลาร์ 2,500 checks (1 check = 1 prompt × 1 แพลตฟอร์ม × 1 ครั้ง) 20 ดอลลาร์
Peec AI Starter 95 ดอลลาร์ 50 prompt × 3 โมเดล × 30 วัน = 4,500 (ตัวเลขนี้ Peec แสดงเองบนหน้าราคา) 21 ดอลลาร์

นี่เป็นการคิดเลขของแมวส้มจากหน้าราคา ไม่ใช่ราคาที่เจ้าของเครื่องมือประกาศ Semrush กับ SE Ranking ไม่อยู่ในตาราง เพราะหน้าที่ตรวจไม่บอกชัดว่า 1 prompt ถูกถามกี่ engine ต่อวัน คิดแทนก็คือเดา และทั้งสองให้เครื่องมืออื่นมาในราคาเดียว เทียบตรงๆ ไม่แฟร์

บทเรียนคือของถูกต่อคำตอบไม่ได้แปลว่าคุ้มเสมอ ถ้าลูกค้าคุณใช้ Gemini เยอะ แต่แผนถูกสุดไม่มี Gemini คุณก็จ่ายเงินดูห้องที่ลูกค้าไม่ได้นั่งอยู่

เลือก AI visibility tracker ยังไง ถาม 5 ข้อนี้ก่อนรูดบัตร

วิธีเลือก AI visibility tracker ที่ได้ผลคือเริ่มจากลูกค้าของคุณ ไม่ใช่จากรายการฟีเจอร์ ตอบ 5 คำถามข้างล่างให้ได้ก่อน แล้วรายชื่อเครื่องมือจะเหลือไม่เกิน 2 ตัวเอง ทำตามลำดับนี้ได้เลย

  1. ลูกค้าคุณถาม AI ตัวไหน ใส่ช่อง “รู้จักเราจากไหน” ในฟอร์มสักเดือน ถ้าส่วนใหญ่คือ ChatGPT กับ Google ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ Claude หรือ Naver
  2. แบรนด์ดังพอจะอยู่ในฐานข้อมูลสำเร็จรูปไหม พิมพ์ชื่อแบรนด์ใน Ahrefs AI Visibility Checker ฟรี ถ้าผลแทบว่าง ให้เลือกเครื่องมือแบบ custom prompt แทนแบบคลังข้อมูล
  3. ต้องติดตามกี่คำถาม เริ่ม 15-30 คำถามที่ลูกค้าพิมพ์จริงก็พอ ถ้าเกิน 50 ข้อ ให้ตัดคำถามที่ไม่นำไปสู่การขาย
  4. ต้องใช้ภาษาไทยและประเทศไทยได้ ตอนทดลองให้ใส่คำถามไทยจริง เช่น “ประกันรถชั้น 1 เจ้าไหนเคลมง่าย” แล้วดูว่าคำตอบที่เครื่องมือเก็บมาเป็นภาษาไทยและเลือกตำแหน่งไทยได้ไหม
  5. ใครจะอ่านรายงาน ถ้าต้องส่งลูกค้าหรือหัวหน้า เช็กว่าแผนนั้นมี export, Data Studio connector หรือ API ไหม เช่น Otterly ให้ API ตั้งแต่แผน Standard

วิธีติดตาม AI visibility ฟรีแบบ DIY เดือนละ 45 นาที

ธุรกิจเล็กติดตาม AI visibility ได้โดยไม่จ่ายสักบาท ด้วยการรวมข้อมูลฟรีจาก Google, Microsoft และตัวเช็กฟรีของ tracker แล้วเติมด้วยการถามมือชุดเล็ก ทำวันเดียวกันทุกเดือน เหมือนชั่งน้ำหนักเช้าวันจันทร์แรกของเดือนทุกครั้ง ตัวเลขถึงจะเทียบกันได้ ทำตาม 6 ขั้นนี้ได้เลย

  1. Search Console (10 นาที) เปิดรายงาน Generative AI ตั้งช่วง 28 วัน กดแท็บ Pages แล้วจด 10 หน้าที่มี impressions สูงสุดลงชีต
  2. Bing Webmaster Tools (10 นาที) จด Total Citations ใน AI Performance ถ้ามี Topics Portfolio ให้จด 5 คำแรกใน Top Opportunity Queries ไว้เป็นงานเขียน
  3. GA4 (5 นาที) เปิด Reports, Acquisition, Traffic acquisition ดู session และ key event ของช่อง AI Assistant และแหล่ง perplexity.ai ใน Referral
  4. ตัวเช็กฟรี (10 นาที) ใส่ชื่อแบรนด์ใน Ahrefs AI Visibility Checker (เห็น top 5 ต่อหัวข้อ) และใส่โดเมนคุณกับคู่แข่งไม่เกิน 5 เจ้าในตัวเช็กของ SE Ranking แล้วแคปหน้าจอเก็บไว้
  5. ถามมือ 10 คำถาม (10 นาที) ใช้ชุดคำถามเดิมทุกเดือน ถามใน ChatGPT และ Gemini แบบเปิดแชตใหม่ทุกครั้ง จดว่ามีชื่อคุณไหม มีลิงก์เว็บคุณไหม และ AI พูดอะไรผิดเกี่ยวกับคุณหรือเปล่า
  6. สรุปลงชีตบรรทัดเดียว เช่น “ต.ค. 2026: AI impressions 1,240, Bing citations 85, AI session 42, ถูกเอ่ยชื่อ 4 จาก 20 คำตอบ” (ตัวเลขตัวอย่างสมมติ) แล้วดูทิศทาง 3 เดือนขึ้นไป

ชีตแบบเต็มและวิธีคิด mention rate อยู่ใน บทความ AI Visibility ส่วนเครื่องมือ SEO งานอื่นอย่าง keyword และ technical audit อยู่ใน เครื่องมือ AI SEO 2026 ตัวไหนใช้ทำอะไร

ก่อนเชื่อตัวเลขจาก AI visibility tracker ต้องรู้อะไรบ้าง

ตัวเลขจาก tracker เชื่อได้ในฐานะแนวโน้มของชุดคำถามที่คุณเลือก ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดจริง เหตุผลมี 3 ข้อ คำตอบ AI เปลี่ยนทุกครั้งที่ถาม แต่ละเจ้าเก็บข้อมูลต่างวิธี และแต่ละเจ้าคิดคะแนนด้วยสูตรของตัวเอง

เรื่องวิธีเก็บข้อมูลสำคัญกว่าที่คิด Semrush และ SE Ranking เขียนว่าเก็บคำตอบแบบที่ผู้ใช้เห็นบนหน้าจอ ไม่ผ่าน API ซึ่งคือช่องทางที่โปรแกรมคุยกับโปรแกรมโดยตรง ส่วน Peec AI ติดป้าย API ไว้ที่โมเดลบางตัวในแผน Enterprise คำตอบจากสองช่องทางอาจไม่เหมือนกัน คล้ายสั่งข้าวผ่านแอปกับสั่งหน้าร้าน เมนูเดียวกันแต่บางทีได้ไม่เหมือนกัน ถามผู้ขายให้ชัดก่อนว่าเก็บแบบไหน

อีกข้อที่ตรงนี้พลาดแล้วเจ็บ คือการเปลี่ยนเครื่องมือกลางทาง ตัวเลขเดือนก่อนจาก Otterly กับเดือนนี้จาก Semrush เอามาต่อกราฟเดียวกันไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยน ให้รันคู่กันอย่างน้อย 1 เดือนก่อน แล้วเริ่มนับเส้นฐานใหม่

คำถามที่พบบ่อย

ตัวฟรีที่เป็นข้อมูลจริงจากแพลตฟอร์มคือรายงาน Generative AI ใน Search Console, AI Performance ใน Bing Webmaster Tools และช่อง AI Assistant ใน GA4 ถ้าอยากเห็นว่า ChatGPT หรือ Gemini พูดถึงคุณไหม ใช้ Ahrefs AI Visibility Checker (ไม่ต้องสมัคร) หรือตัวเช็กของ SE Ranking (วันละ 5 ครั้ง) ทั้งสองเป็นภาพครั้งเดียว ไม่เก็บประวัติให้

rank tracker บอกตำแหน่งหน้าเว็บในผลค้นหาที่ค่อนข้างนิ่ง ส่วน AI visibility tracker บอกว่าชื่อหรือลิงก์คุณโผล่ในคำตอบ AI กี่เปอร์เซ็นต์ของการถาม คำตอบ AI สร้างใหม่ทุกครั้ง ตำแหน่งจึงแกว่งมาก ให้ดูเปอร์เซ็นต์การปรากฏเป็นหลัก

ตาม Knowledge Base ของ Semrush (ตรวจ 19 ต.ค. 2026) ราคา 99 ดอลลาร์ต่อเดือน ได้ 25 prompt 1 project และไม่มีทดลองฟรี ถ้าอยากได้ SEO กับ AI ในแผนเดียว Semrush One แผน Starter ราคา 199 ดอลลาร์ต่อเดือนแบบรายเดือน ได้ 50 prompt

Brand Radar แบ่งสองแบบ แพ็ก custom prompt เริ่ม 50 ดอลลาร์ต่อเดือน (2,500 checks) ส่วน AI Visibility Index เริ่ม 199 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับแพลตฟอร์มที่เลือก และ 699 ดอลลาร์สำหรับทุกแพลตฟอร์ม ลูกค้า Ahrefs แผน Lite, Standard และ Advanced ได้ custom prompt ในแผน 5, 10 และ 20 prompt ตามลำดับ

ได้ ถ้าติดตามไม่เกิน 10-20 คำถาม การถามมือเดือนละครั้งด้วยชุดเดิมพอสำหรับดูทิศทาง ข้อเสียคือเสียเวลาและได้ตัวอย่างน้อย เครื่องมือเสียเงินคุ้มเมื่อต้องถามหลายสิบคำถามทุกวันหรือเทียบคู่แข่งหลายเจ้า

ไม่มีตัวเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ถ้าใช้ Ahrefs หรือ Semrush อยู่แล้ว เริ่มจากส่วนเสริมของเจ้าเดิมง่ายสุด ถ้างบน้อยและอยากติดตามไม่กี่คำถาม Otterly.AI Lite ราคาเริ่มต้นต่ำสุดในกลุ่มที่แมวส้มตรวจ ทุกตัวควรทดสอบด้วยคำถามภาษาไทยของคุณก่อนจ่าย

สรุปแบบแมวส้ม เปิดของฟรี 3 ตัวให้ครบก่อน แล้วค่อยจ่ายให้ tracker ตอนที่ต้องรู้ว่า ChatGPT หรือ Gemini พูดถึงคุณยังไง เลือกจาก AI ที่ลูกค้าใช้จริงและจำนวนคำตอบต่อเดือน ไม่ใช่จากชื่อดัง ภาพรวมทั้งหมดของงานนี้อยู่ใน คู่มือ AI SEO และถ้าเจอว่าคู่แข่งถูกอ้างแต่คุณไม่ถูกอ้าง ไปต่อที่ 9 วิธีทำให้ AI อ้างอิงเว็บของคุณ

แหล่งอ้างอิง

แมวส้ม

เขียนโดย

แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY

อ่านต่อกับแมวส้ม

  • Zero-Click Search ค้นแล้วไม่คลิก - แมวส้ม SEO

    Zero-Click Search คืออะไร เมื่อคนค้นแล้วไม่คลิกเข้าเว็บ ต้องวัดผลยังไง

  • Vector Search ค้นตามความหมาย - แมวส้ม SEO

    Vector Search คืออะไร การค้นหาด้วยความหมายที่อยู่เบื้องหลัง AI Search

  • Transformer Model ตัว T ใน GPT - แมวส้ม SEO

    Transformer Model คืออะไร ตัว T ใน GPT ที่ทำให้ AI เข้าใจภาษา