
สารบัญ
ChatGPT Shopping คืออะไร ขายของใน ChatGPT ได้ไหม ร้านออนไลน์ไทยต้องเตรียมอะไร
หวัดดีครับ แมวส้มมาแล้วครับ เคยสงสัยไหมครับ เวลาพิมพ์ถาม ChatGPT ว่าหม้อหุงข้าวรุ่นไหนดี ทำไมมันถึงโชว์รูป ราคาเป็นเงินบาท และลิงก์ไปร้านไทยให้กดได้เลย ทั้งที่ OpenAI ยังไม่ได้ประกาศเปิดการช็อปในไทย วันนี้แมวส้มขอมาคุยกับเจ้าของร้านออนไลน์ที่เริ่มได้ยินว่าลูกค้าถาม ChatGPT ก่อนตัดสินใจซื้อ
ChatGPT Shopping คือ ความสามารถช่วยช็อปปิ้งใน ChatGPT ที่โชว์การ์ดสินค้าพร้อมรูป ราคา รีวิว และลิงก์ไปร้าน เมื่อคำถามของคุณมีเจตนาจะซื้อของ ณ วันที่ 22 ต.ค. 2026 ลูกค้าเลือกและเทียบสินค้าใน ChatGPT ได้ แต่ส่วนใหญ่ไปจ่ายเงินบนเว็บหรือแอปของร้านเอง หน้า ChatGPT for merchants ของ OpenAI (ตรวจ 23 ต.ค. 2026) เขียนว่าการช็อปเปิดใช้งานจริงสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ และจะขยายไปภูมิภาคอื่นภายหลัง โดยยังไม่มีชื่อประเทศไทย แต่ตอนแมวส้มลองถามจากไทยวันที่ 23 ต.ค. 2026 ก็เห็นรายการสินค้าพร้อมราคาเงินบาทและลิงก์ไปร้านไทยแล้ว เพียงแต่ไม่มีปุ่มจ่ายเงินในแชต
หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ ChatGPT ทำตัวเป็นเพื่อนช่วยเดินห้าง พาคุณดูของ เทียบราคา อ่านรีวิวให้ฟัง แล้วชี้ทางไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ของร้านเอง นั่นเอง
ทีนี้ ข่าวนี้อาจฟังดูไกลตัวร้านในไทย แต่ของที่ระบบนี้ใช้ตัดสินใจ คือข้อมูลสินค้าที่ครบและตรงกันทุกที่ ซึ่งคุณเริ่มเตรียมได้ตั้งแต่วันนี้ แมวส้มเลยเปิดหน้าทางการของ OpenAI และ Google ไล่อ่านใหม่ทั้งหมด แล้วสรุปเป็นภาษาคนไว้ให้
ถ้าให้แมวส้มพูดตรงๆ ตั้งแต่ต้น แมวส้มมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การแข่งว่าร้านไหนได้ขึ้น ChatGPT ก่อน แต่เป็นการแข่งว่าร้านไหนเตรียมข้อมูลสินค้าไว้พร้อมก่อน อ่านจบหน้านี้คุณจะรู้ว่าตอนนี้เปิดที่ไหนจริง ร้านไทยยืนอยู่ตรงไหน ฝั่ง Google มีอะไรที่ใช้ได้เลย และมี 7 ขั้นที่ลงมือได้ทันที
- ChatGPT Shopping ให้ลูกค้าดูรูป เทียบราคา และอ่านสรุปรีวิวในแชต แล้วกดไปซื้อบนเว็บร้าน OpenAI เปิด Instant Checkout (ปุ่มจ่ายเงินในแชต) เมื่อ 29 ก.ย. 2025 แล้วเมื่อ 24 มี.ค. 2026 ก็ประกาศให้ร้านใช้หน้าจ่ายเงินของตัวเองแทน
- หน้าทางการของ OpenAI เขียนว่าการช็อปเปิดใช้งานจริงในสหรัฐฯ ยังไม่มีชื่อไทย แต่แมวส้มลองถามจากไทยเมื่อ 23 ต.ค. 2026 ก็เห็นสินค้าจากร้านไทยพร้อมราคาเงินบาทแล้ว แค่ต้องกดไปจ่ายบนเว็บร้าน ร้านไทยกรอกใบสมัครได้ แต่ไฟล์รายการสินค้ามาตรฐานของ OpenAI ยังตั้งตลาดเป้าหมายไว้ที่สหรัฐฯ
- เบื้องหลังคือ Agentic Commerce Protocol หรือ ACP (กติกากลางที่ให้ AI กับร้านค้าแลกข้อมูลกันได้) ร้านส่ง product feed (ไฟล์รายการสินค้า) ที่มีช่องบังคับ 9 ช่อง
- ฝั่ง Google มี UCP กับ Universal Cart ที่ทำหน้าที่คล้ายกัน ปุ่มซื้อในหน้า Google ยังจำกัดที่สหรัฐฯ แคนาดา และออสเตรเลีย
- สิ่งที่ร้านไทยทำได้วันนี้ คือเขียนข้อมูลสินค้าเป็นตัวหนังสือให้ครบ ใส่ structured data ทำ feed ใน Google Merchant Center และเปิดให้บอตค้นหาของ OpenAI อ่านเว็บได้
ChatGPT Shopping คืออะไร ทำงานยังไงในตอนนี้
ChatGPT Shopping คือโหมดที่ ChatGPT แสดงสินค้าเป็นการ์ดพร้อมรูป ราคา และลิงก์ร้าน เมื่อมันเดาได้ว่าคุณกำลังหาของซื้อ คุณถาม เทียบ และปรับเงื่อนไขในแชตได้ แต่การจ่ายเงินส่วนใหญ่เกิดบนเว็บของร้าน
ลองคิดสภาพว่า.. ลูกค้าพิมพ์ว่า “หาหม้อหุงข้าว 1 ลิตร สำหรับอยู่คนเดียว งบไม่เกิน 1,500 บาท” ChatGPT จะโชว์สินค้าเรียงเป็นแถว แต่ละชิ้นมีรูป ราคา และป้ายสั้นๆ ลูกค้ากดเปิดดูร้านที่ขายชิ้นนั้น แล้วไปจ่ายที่เว็บร้าน
ฟีเจอร์ช็อปใน ChatGPT ตอนนี้มีหลายอย่าง แมวส้มเลือกตัวที่เจ้าของร้านควรรู้มาให้ 4 อย่าง
- การ์ดสินค้าและการเทียบ บทความ Powering Product Discovery in ChatGPT (24 มี.ค. 2026) บอกว่าดูสินค้าแบบเลื่อนดูรูป เทียบหลายชิ้นข้างกัน และอัปโหลดรูปเพื่อหาของคล้ายกันได้ เปิดให้ผู้ใช้ Free, Go, Plus และ Pro
- Try on ปุ่มลองสวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับ โดยให้ผู้ใช้ส่งรูปเซลฟี่ แล้ว ChatGPT สร้างภาพว่าใส่แล้วหน้าตาเป็นยังไง ภาพนี้เอาไว้ดูลุคคร่าวๆ ไม่ได้บอกว่าไซซ์พอดีจริง
- เก็บสินค้าไว้ดูทีหลัง เก็บสินค้าที่ชอบไว้ใน Library (คลังของผู้ใช้ใน ChatGPT)
- Shopping research โหมดค้นลึกที่ถามเงื่อนไขกลับก่อน แล้วใช้เวลาหลายนาทีทำ “คู่มือเลือกซื้อ” ให้ OpenAI เปิดตัวเมื่อ 24 พ.ย. 2025
แล้วถามว่า.. ปุ่มจ่ายเงินในแชตล่ะ หายไปไหน OpenAI เปิด Instant Checkout เมื่อ 29 ก.ย. 2025 เริ่มจากร้าน Etsy ในสหรัฐฯ แต่ในประกาศวันที่ 24 มี.ค. 2026 บอกว่าเวอร์ชันแรกยืดหยุ่นไม่พอ ตอนนี้หน้า ChatGPT for merchants ตอบตรงๆ ว่า OpenAI กำลังถอยออกจาก Instant Checkout แบบแยก และหันไปเน้นการค้นหาสินค้ากับหน้าจ่ายเงินของร้านเอง เอาง่ายๆ คือปุ่มนี้ไม่ใช่ทางหลักแล้ว
แมวส้มมองว่าการถอยจากปุ่มนี้บอกอะไรเจ้าของร้านเยอะ ถ้าการจ่ายเงินส่วนใหญ่กลับไปเกิดบนเว็บร้าน หน้าเว็บของคุณเองก็ยังเป็นจุดปิดการขายอยู่ ChatGPT แค่พาลูกค้ามาถึงหน้าประตู ส่วนลูกค้าจะซื้อหรือไม่ ยังขึ้นกับว่าหน้าสินค้าของคุณตอบเรื่องที่เขาเพิ่งเทียบมาได้ครบหรือเปล่า
อีกเรื่องที่ทำให้แมวส้มสบายใจ คือหน้าช่วยเหลือเขียนว่าผลสินค้าเหล่านี้ ChatGPT เลือกเอง ไม่ใช่โฆษณา และไม่ได้ถูกดีลพาร์ตเนอร์ของ OpenAI กำหนด ร้านเล็กที่ไม่มีดีลกับ OpenAI จึงไม่ได้ถูกตัดออกตั้งแต่ต้น แต่ถ้าไม่ได้วัดกันที่เงินหรือดีล แล้ว ChatGPT ใช้อะไรตัดสินว่าจะหยิบสินค้าชิ้นไหนขึ้นมาโชว์ล่ะ ไปดูกันต่อเลย
ChatGPT เลือกสินค้ามาโชว์จากอะไร
ChatGPT เลือกสินค้าจากคำถามและบริบทของผู้ใช้ เช่น ความจำของแชต แล้วจับคู่กับข้อมูลสินค้าที่มันมี ทั้งราคา คำอธิบาย และรีวิว ร้านที่ข้อมูลครบและตรงจึงถูกหยิบไปเทียบง่ายกว่า
ถ้าถามว่า.. มันดูอะไรบ้าง หน้าช่วยเหลือของ OpenAI แบ่งของที่ใช้ตัดสินใจไว้เป็น 3 กลุ่ม ไล่ดูทีละข้อกันเลย
- Structured metadata หรือข้อมูลสินค้าแบบมีช่องชัดเจน เช่น ราคา คำอธิบาย ที่มาจากร้านเอง (first-party) และจากผู้ให้บริการข้อมูลรายอื่น (third-party) รวมถึงเนื้อหาอื่นบนเว็บ
- คำตอบที่โมเดลคิดไว้ก่อน คือสิ่งที่ ChatGPT ตอบจากความรู้ของมันเอง ก่อนไปดูผลค้นหาใหม่
- มาตรฐานความปลอดภัยและนโยบายสินค้า ของ OpenAI ของที่ผิดกติกาจะไม่ถูกโชว์
หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ ChatGPT ดูสามอย่าง ข้อมูลสินค้าที่มีคนจดไว้เป็นช่องๆ ความรู้ที่มันมีอยู่แล้วในหัว และกฎว่าอะไรห้ามขาย นั่นเอง
พอลูกค้ากดเข้าไปดูสินค้าชิ้นหนึ่ง ChatGPT อาจโชว์รายชื่อร้านที่ขายชิ้นเดียวกัน หน้าช่วยเหลือบอกว่าจัดอันดับร้านจากของมีพร้อมขายไหม ราคา คุณภาพ และเป็นผู้ผลิตหรือผู้ขายหลักของสินค้านั้นหรือเปล่า ราคาถูกที่สุดที่มันรู้อาจได้ป้าย “Best price”
ทีนี้ มีสองเรื่องที่ทำให้หลายร้านใจหายได้ เรื่องแรก ChatGPT อาจเขียนชื่อและคำอธิบายสินค้าใหม่ให้สั้นลง และติดป้ายอย่าง “Budget-friendly” (คุ้มราคา) เองจากข้อมูลที่มันเห็น เรื่องที่สอง สรุปรีวิวมาจากรีวิวบนเว็บสาธารณะ และ OpenAI ไม่ได้ตรวจรีวิวเหล่านั้น ถ้ารีวิวของร้านคุณกระจายอยู่หลายที่แบบไม่ตรงกัน ภาพที่ AI สรุปก็อาจเพี้ยนตาม
สิ่งที่แมวส้มกังวลคือเรื่องที่สองนี่แหละ เพราะร้านคุมรีวิวบนเว็บสาธารณะได้ไม่หมด และ OpenAI ก็บอกเองว่าไม่ได้ตรวจ แปลว่ารีวิวที่ไม่ตรงกับความจริงก็มีโอกาสหลุดเข้าไปอยู่ในบทสรุปได้
แถมราคาที่เห็นอาจช้ากว่าราคาจริง เพราะ OpenAI ยอมรับว่าเมื่อร้านเปลี่ยนราคาหรือค่าส่ง อาจใช้เวลาสักพักกว่าจะอัปเดต นี่คือเหตุผลที่ OpenAI ชวนร้านส่ง feed ของตัวเอง
สิ่งที่แมวส้มเอาไปใช้จริงจากหัวข้อนี้มีข้อเดียว ร้านที่อยากให้ AI สรุปร้านตัวเองออกมาตรง ต้องเป็นเจ้าของข้อมูลต้นทางให้ได้ก่อน ทั้งราคา สต็อก และคำอธิบาย คำถามต่อมาจึงหนีไม่พ้นว่า แล้วร้านไทยส่งข้อมูลแบบนี้เข้า ChatGPT ได้หรือยัง
ขายของใน ChatGPT ได้ไหม ร้านในไทยใช้ได้หรือยัง
คนไทยเริ่มเห็นสินค้าจากร้านไทยใน ChatGPT แล้ว แต่ OpenAI ยังไม่ได้ประกาศเปิดการช็อปในไทย หน้า ChatGPT for merchants (ตรวจ 23 ต.ค. 2026) เขียนว่าการช็อปเปิดใช้งานจริงสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ และจะขยายไปภูมิภาคอื่นภายหลัง ส่วนหน้าช่วยเหลือ Shopping with ChatGPT Search ไม่ได้ระบุประเทศไว้ ตอนแมวส้มลองถามจากไทยโดยไม่ล็อกอินวันที่ 23 ต.ค. 2026 ChatGPT ตอบเป็นรายการสินค้าพร้อมรูป ราคาเงินบาท และลิงก์ไป Lotus’s, HomePro และ Power Buy แต่ไม่มีปุ่มจ่ายเงินในแชต ลูกค้าต้องกดไปซื้อบนเว็บร้านเอง
ฝั่งร้าน ร้านไทยกรอกใบสมัครส่ง feed ได้ (ฟอร์มมีประเทศไทยให้เลือก) แต่ต้องรอคิว และหน้าทางการไม่ได้บอกว่ารับ feed จากร้านไทยแล้ว เราจึงยังไม่รู้ว่าสินค้าที่เห็นในการทดสอบมาจากไหน
ลองคิดสภาพดูว่า.. ถ้ามีห้างใหม่เปิดรับสมัครร้านค้าเข้าไปวางของ ร้านไทยยื่นใบสมัครได้แล้ว แต่ยังไม่มีใครบอกว่าเมื่อไหร่จะได้ชั้นวาง ส่วนลูกค้าไทยกลับเดินเข้าห้างมาเห็นของบางชิ้นวางอยู่ก่อนแล้ว สถานการณ์ตอนนี้ประมาณนั้นเลยครับ
ภาพข้างล่างเป็นส่วนของหน้า ChatGPT for merchants ที่แมวส้มแคปไว้ มีสามประโยคที่ควรอ่านช้าๆ คือร้านที่สมัครแล้วอยู่ในคิวรอ ร้านที่ขายผ่าน Shopify หรือ Etsy (สองแพลตฟอร์มเปิดร้านออนไลน์จากต่างประเทศ) ไม่ต้องสมัครเพราะข้อมูลเชื่อมไว้แล้ว และตอนนี้การช็อปเปิดใช้งานจริงสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ
เอกสารฝั่งนักพัฒนาก็ไปทางเดียวกัน สเปกไฟล์สินค้าเขียนว่าไฟล์มาตรฐานตอนนี้ตั้งตลาดเป้าหมายไว้ที่สหรัฐฯ ช่องเลือกประเทศรองรับแค่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก และต้องรอ OpenAI ยืนยันก่อนจึงจะใช้ตลาดอื่นได้
ถ้าคุณขายผ่าน Shopify อยู่แล้วก็อย่าเพิ่งดีใจจนเปิดแชมเปญนะครับ 5 5 ข้อมูลที่เชื่อมไว้ช่วยให้สินค้าถูกมองเห็นได้ แต่ประเทศที่ OpenAI ประกาศเปิดการช็อปตอนนี้มีแค่สหรัฐฯ และหน้าทางการไม่ได้บอกว่าข้อมูลชุดนี้จะไปโชว์ให้ลูกค้าไทยเห็น ถ้าร้านคุณไม่ได้ส่งของไปสหรัฐฯ ก็อย่าเพิ่งหวังผลจากส่วนนี้มาก
แล้วถ้าคนไทยลองถามหาของใน ChatGPT จะเจออะไร คำตอบอาจต่างไปตามบัญชี ประเทศ และช่วงเวลา เพราะแบบนี้วิธีที่ดีที่สุดคือลองถามด้วยสินค้าในหมวดของคุณเอง แล้วจดว่าเห็นการ์ดสินค้า เห็นแค่ลิงก์ หรือเห็นแค่คำแนะนำเป็นข้อความ
ภาพข้างล่างคือสิ่งที่แมวส้มเห็นจริงเมื่อถามจากไทยโดยไม่ล็อกอิน วันที่ 23 ต.ค. 2026 ได้รายการสินค้าพร้อมรูป ราคาโดยประมาณเป็นเงินบาท และลิงก์ไปเว็บร้านไทยอย่าง Lotus’s, HomePro และ Power Buy แต่ไม่มีปุ่มจ่ายเงินในแชต ผลนี้มาจากการลองของแมวส้มเอง ไม่ใช่ประกาศเปิดในไทยจาก OpenAI
แมวส้มมองว่าผลทดสอบนี้กับหน้าทางการไม่ได้ขัดกัน แต่บอกคนละเรื่อง หน้าทางการบอกว่า OpenAI ประกาศเปิดที่ไหน ส่วนผลทดสอบบอกว่าคนไทยเห็นอะไรบนจอแล้ว แมวส้มจึงไม่อ่านว่า “เปิดในไทยแล้ว” แต่อ่านว่า “ลูกค้าไทยเริ่มเห็นสินค้า ก่อนที่หน้าทางการจะบอกว่ารับข้อมูลจากร้านไทย” ช่องว่างตรงนี้แหละที่ทำให้แมวส้มต้องเตือนข้อต่อไป
ถ้าวันหนึ่งคิวของร้านไทยมาถึงจริง ของที่ต้องส่งเข้าไปก็คือไฟล์ที่ชื่อ product feed หัวข้อถัดไปแมวส้มจะแกะให้ดูว่าข้างในมีอะไร
Agentic Commerce Protocol กับ product feed คืออะไร
Agentic Commerce Protocol (ACP) คือกติกาเปิดที่ OpenAI ทำร่วมกับ Stripe (บริษัทระบบรับจ่ายเงินออนไลน์) เพื่อให้ร้านส่งข้อมูลสินค้าเข้า ChatGPT และให้ AI คุยกับระบบร้านได้ ตอนนี้ ACP ใช้กับการค้นหาสินค้าเป็นหลัก ผ่านไฟล์ที่เรียกว่า product feed
ชื่อยาวแบบนี้ ถ้าแยกคำออกมาดูทีละคำจะไม่น่ากลัวเลยครับ
- Agentic แปลว่า แบบที่มีตัวแทนลงมือทำให้ ในที่นี้ตัวแทนคือ AI
- Commerce แปลว่า การค้า การซื้อขาย
- Protocol แปลว่า กติกาหรือข้อตกลงกลางที่ทุกฝ่ายใช้ร่วมกัน
รวมกันก็คือ “กติกากลางของการซื้อขายที่มี AI ช่วยทำ” หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ ภาษากลางที่ทำให้ ChatGPT กับระบบหลังร้านคุยกันรู้เรื่อง นั่นเอง ถ้าคำว่า agentic commerce ยังใหม่สำหรับคุณ แมวส้มอธิบายความหมายไว้ใน Agentic Commerce คืออะไร ตรงนี้ขอเล่าเฉพาะส่วนที่ร้านต้องลงมือทำ
Product feed คือไฟล์ตารางรายการสินค้าทั้งร้าน หนึ่งแถวต่อสินค้าหนึ่งตัวเลือก เช่น เสื้อสีดำไซซ์ M คือหนึ่งแถว ไซซ์ L อีกหนึ่งแถว ถ้าแยกคำ Product แปลว่า สินค้า ส่วน Feed แปลว่า การป้อนข้อมูลเข้าไปให้ระบบ หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ สมุดสต็อกที่ส่งให้ ChatGPT อ่านทุกวัน แทนที่จะให้มันเดินอ่านหน้าเว็บเองทีละหน้า นั่นเอง
สเปกบน developers.openai.com กำหนดช่องที่ต้องมีทุกแถวไว้ 9 ช่อง ภาพข้างล่างคือตารางจริงจากหน้านั้น
- item_id รหัสสินค้าที่ไม่ซ้ำและไม่เปลี่ยน
- title และ description ชื่อและคำอธิบายแบบข้อเท็จจริง แนะนำชื่อไม่เกิน 150 ตัวอักษร
- url และ image_url ลิงก์หน้าสินค้าและรูปหลัก ต้องเปิดได้โดยไม่ต้องล็อกอิน
- brand และ seller_name ชื่อแบรนด์และชื่อร้านจริง ห้ามใส่ชื่อสมมุติ
- availability สถานะสต็อก ต้องเป็นค่าที่กำหนด เช่น in_stock หรือ out_of_stock ถ้าว่างหรือเขียนผิด แถวนั้นจะถูกปัด
- price ราคาพร้อมรหัสสกุลเงิน เช่น 79.99 USD
แล้วถามว่า.. ส่งไฟล์ยังไง หน้าภาพรวมของ file upload บอกว่าให้ส่งผ่าน SFTP (ช่องทางส่งไฟล์แบบเข้ารหัสระหว่างเซิร์ฟเวอร์) อย่างน้อยวันละครั้ง ใช้ไฟล์ Parquet, JSONL, CSV หรือ TSV ที่บีบอัดได้ และถ้าไฟล์ใหญ่ ให้แบ่งไม่เกินราว 500,000 รายการต่อไฟล์ และอัปเดตด้วยการส่งไฟล์ทั้งชุดรอบใหม่ทับไฟล์เดิม
มีรายละเอียดหนึ่งที่กันสินค้าหายเพราะส่งไฟล์ไม่ครบ ถ้าสินค้าหายไปจากไฟล์รอบใหม่ OpenAI จะเก็บข้อมูลล่าสุดไว้อีกนานสุด 14 วันก่อนลบ ถ้าอยากซ่อนสินค้าให้เร็วกว่านั้น ต้องตั้งช่อง is_eligible_search เป็น false แทน ระบบจะซ่อนในรอบที่ประมวลผลไฟล์ถัดไป
แมวส้มชอบรายละเอียดนี้ เพราะมันเป็นกันชนให้ร้าน วันไหนระบบหลังร้านส่งไฟล์พลาด สินค้าก็ไม่หายวับไปทันที แต่ต้องจำอีกด้านไว้ด้วย ของที่เลิกขายแล้วถ้าแค่ลบออกจากไฟล์เฉยๆ ข้อมูลเดิมอาจค้างอยู่ได้นานสุด 14 วัน ช่อง is_eligible_search จึงเป็นช่องที่ร้านควรรู้จักไว้ตั้งแต่วันแรก
ข่าวดีเรื่องเงินคือ หน้า merchants บอกว่าไม่มีค่าธรรมเนียมกับยอดซื้อที่เริ่มจาก ChatGPT แล้วไปจ่ายบนเว็บหรือแอปของร้าน ส่วนสินค้าต้องห้าม คู่มือเริ่มต้นระบุไว้ชัด เช่น เหล้า บุหรี่และนิโคติน การพนัน อาวุธ และยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์
ทีนี้ ถ้ามองแค่ฝั่ง OpenAI จะเห็นภาพไม่ครบ เพราะ Google ก็มีของที่ทำหน้าที่คล้ายกัน และมีข้อหนึ่งที่ร้านไทยไม่ควรมองข้ามเลย
ฝั่ง Google มีอะไรคล้ายกัน UCP และ Universal Cart
ฝั่ง Google มี Universal Commerce Protocol (UCP) ซึ่งเป็นกติกาเปิดสำหรับการซื้อขายผ่าน AI เหมือนกัน และมี Universal Cart เป็นตะกร้ากลางใน AI Mode กับแอป Gemini ทั้งสองอย่างยังเปิดจำกัดประเทศ ไทยยังไม่อยู่ในรายชื่อ
หน้าช่วยเหลือ Merchant Center เรื่อง UCP บอกว่าปุ่มซื้อที่ใช้ UCP ใช้กับสินค้าในสหรัฐฯ แคนาดา และออสเตรเลีย เฉพาะร้านที่ได้รับคัดเลือก ปุ่มนี้อยู่ใน AI Mode (โหมดแชตถามตอบใน Google Search) และใน Gemini ลูกค้าจ่ายด้วย Google Pay ส่วนร้านยังเป็นผู้ขายตามกฎหมาย (seller of record) หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ ร้านยังรับผิดชอบการขายและการคืนของเองเหมือนเดิม นั่นเอง
Universal Cart เปิดในสหรัฐฯ เมื่อ 15 ต.ค. 2026 มันเก็บสินค้าจากหลายร้านไว้ในตะกร้าเดียว เตือนเมื่อราคาลด และให้เลือกจ่ายด้วย Google Pay หรือโอนสินค้าไปตะกร้าบนเว็บร้านก็ได้ Google บอกว่าตะกร้านี้ใช้ข้อมูลจาก Shopping Graph (ฐานข้อมูลสินค้าของ Google) ที่มีรายการสินค้ามากกว่า 6 หมื่นล้านรายการ
ตารางนี้แมวส้มวางสองฝั่งเทียบกันให้ ข้อมูลทั้งหมดตรวจวันที่ 22 และ 23 ต.ค. 2026
| เรื่อง | ChatGPT (OpenAI) | Google (AI Mode และ Gemini) |
|---|---|---|
| กติกากลางที่ใช้ | Agentic Commerce Protocol (ACP) | Universal Commerce Protocol (UCP) |
| ร้านส่งข้อมูลสินค้ายังไง | ส่ง product feed ผ่าน SFTP หลังสมัครและผ่านคิว ร้าน Shopify กับ Etsy เชื่อมไว้แล้ว | ส่ง feed ผ่าน Google Merchant Center (ระบบที่ร้านส่งรายการสินค้าให้ Google) |
| จ่ายเงินที่ไหน | ส่วนใหญ่บนเว็บหรือแอปของร้าน | จ่ายด้วย Google Pay ในหน้า Google ได้ (ร้านที่ร่วม) หรือไปจ่ายบนเว็บร้าน |
| ประเทศที่เปิด | ประกาศเปิดสำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ (แมวส้มลองจากไทยวันที่ 23 ต.ค. 2026 เห็นรายการสินค้าราคาเงินบาท แต่ไม่มีปุ่มจ่ายในแชต) | ปุ่มซื้อ UCP ในสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย ส่วน Universal Cart เปิดในสหรัฐฯ |
| ร้านไทยทำอะไรได้ตอนนี้ | เตรียมข้อมูลสินค้า และเปิดให้บอตของ OpenAI อ่านเว็บได้ | ใช้ Merchant Center ได้เลย เพราะ Google รองรับไทยและเงินบาท |
แถวสุดท้ายคือจุดที่แมวส้มอยากให้คุณจำ หน้าสกุลเงินที่รองรับของ Merchant Center มีประเทศไทยกับเงินบาทในรายชื่อ และระบุว่าคนไทยเห็นแท็บ Shopping แล้ว เพราะแบบนี้การทำ feed สินค้าให้ Google วันนี้ ไม่ได้เป็นงานรอวันเปิด แต่ใช้ได้กับลูกค้าไทยทันที
ถ้าให้แมวส้มเลือกว่าร้านไทยควรลงแรงฝั่งไหนก่อน แมวส้มเลือก Merchant Center ของ Google เพราะเป็นฝั่งเดียวในตารางที่รองรับไทยและเงินบาทแล้ว แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าอยากเริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้ หัวข้อถัดไปแมวส้มเรียงงานไว้ให้ครบแล้ว
ร้านออนไลน์ไทยควรเตรียมอะไรตอนนี้
ร้านออนไลน์ไทยควรทำข้อมูลสินค้าให้อ่านได้ทั้งคนและเครื่อง คือเขียนเป็นตัวหนังสือบนหน้าเว็บ ใส่ structured data ส่ง feed ให้ Google และเปิดให้บอตค้นหาของ AI เข้าอ่านได้ งานพวกนี้ช่วย SEO วันนี้ และพร้อมสำหรับวันที่ ChatGPT Shopping เปิดในไทย
ทำตาม 7 ขั้นข้างล่างนี้ได้เลย เรียงจากง่ายไปยาก
- ย้ายข้อมูลสำคัญจากรูปมาเป็นตัวหนังสือ ขนาด ความจุ วัสดุ สี ราคา และสถานะสต็อก ถ้าอยู่ในแบนเนอร์อย่างเดียว ระบบอาจอ่านไม่ออก
- เขียนนโยบายค่าส่งและการคืนสินค้าไว้ในหน้าที่เปิดได้โดยไม่ต้องล็อกอิน เพราะสเปก feed ของ OpenAI มีช่องสำหรับค่าส่ง จำนวนวันที่คืนได้ และลิงก์นโยบายคืนสินค้า ข้อมูลนี้ต้องมีที่มาจริง
- ใส่ structured data แบบ Product และ Offer คือป้ายข้อมูลที่ซ่อนในโค้ดหน้าเว็บ บอกเครื่องว่าตรงไหนคือชื่อ ราคา และสกุลเงิน คู่มือ merchant listing ของ Google บังคับ name, image และ offers ที่มีราคามากกว่าศูนย์ และแนะนำให้ใส่นโยบายคืนสินค้ารวมไว้ใต้ Organization (ข้อมูลของร้าน)
- ทำ feed ใน Google Merchant Center เป็นเงินบาท แล้วเช็กว่าราคาและสต็อกใน feed ตรงกับหน้าเว็บทุกชิ้น
- เปิดให้ OAI-SearchBot อ่านเว็บ บอตตัวนี้เก็บหน้าเว็บไปใช้ในผลค้นหาของ ChatGPT เช็กในไฟล์ robots.txt (ไฟล์กติกาที่บอกบอตว่าเข้าหน้าไหนได้) ว่าไม่ได้บล็อกไว้ หน้า merchants บอกเองว่า ChatGPT อ่านเว็บร้านได้แม้ไม่มี feed แต่ feed ช่วยให้คุมข้อมูลได้แม่นกว่า
- ใช้ชื่อสินค้าและรหัสเดียวกันทุกช่องทาง ทั้งเว็บ ร้านในมาร์เก็ตเพลส และ feed ระบบจะได้รู้ว่าเป็นสินค้าชิ้นเดียวกัน
- เก็บรีวิวแบบซื่อตรง ขอรีวิวจากคนที่ซื้อจริง ห้ามจ้างเขียนหรือแต่งรีวิว เพราะ ChatGPT สรุปรีวิวจากเว็บสาธารณะ และ Google ก็มีนโยบายห้ามรีวิวปลอม
ถ้าให้แมวส้มเลือกขั้นเดียวที่คุ้มที่สุด แมวส้มเลือกขั้นที่ 1 เพราะไม่ต้องรอใครเปิดประเทศ ไม่ต้องสมัครคิว และช่วยได้ทั้งฝั่ง Google กับ ChatGPT อย่างที่เช็กลิสต์ข้างบนบอกไว้ เอาจริง ๆ ข้อมูลที่ฝังอยู่ในแบนเนอร์จะสวยแค่ไหน ถ้าระบบอ่านไม่ออก ก็เท่ากับไม่มีข้อมูลนั้นเลย
อยากรู้ว่าบอตเข้าเว็บคุณได้ไหม เปิดเบราว์เซอร์ไปที่ ชื่อเว็บคุณ/robots.txt แล้วหาบรรทัด User-agent: OAI-SearchBot ถ้าเจอ Disallow: / อยู่ใต้ชื่อนั้น แปลว่าบล็อกทั้งเว็บ ความต่างของบอตแต่ละตัวอ่านได้ที่ OAI-SearchBot คืออะไร
แมวส้มเลือกภาพนี้มาให้ดู เพราะแม้แต่ amazon.com ก็เขียนบรรทัดห้าม OAI-SearchBot ไว้ในไฟล์ ถ้าร้านคุณอยากให้ ChatGPT เห็นสินค้า ก็ต้องเช็กให้แน่ว่าไฟล์ของคุณไม่ได้มีบรรทัดแบบเดียวกัน
พอไล่ดูครบทั้ง 7 ขั้นแล้ว ยังเหลือคำอีกสองสามคำที่คนมักเอามาปนกับ ChatGPT Shopping ทั้งโฆษณาใน ChatGPT และ agent ที่ซื้อของแทน หัวข้อสุดท้ายแมวส้มแยกให้ขาดกันเลย
ChatGPT Shopping ต่างจาก ChatGPT Ads และ agent ที่ซื้อของแทนยังไง
ผลสินค้าใน ChatGPT Shopping ไม่ใช่โฆษณา OpenAI บอกว่าเลือกตามความเกี่ยวข้อง ส่วนโฆษณาใน ChatGPT เป็นอีกระบบที่แยกจากกัน แสดงเป็นกล่องแยกใต้คำตอบ และมีป้ายบอกชัด
เอาจริง ๆ ความสับสนเกิดง่ายมาก เพราะทั้งสองใช้ไฟล์สินค้าแบบเดียวกันได้ เอกสาร Ads ของ OpenAI มีหน้า product feeds ที่ให้อัปโหลดแค็ตตาล็อกผ่าน SFTP เพื่อทำโฆษณาจากรายการสินค้า โดยใช้สเปกไฟล์ชุดเดียวกับ ACP แต่ต้องตั้งช่อง is_ads_eligible และต้องมีบัญชีโฆษณาก่อน
สรุปแบบจำง่ายคือ feed ฝั่ง Shopping เหมือนส่งรายการสินค้าให้ร้านหนังสือวางบนชั้นตามหมวด ส่วน feed ฝั่ง Ads เหมือนจ่ายค่าวางป้ายหน้าร้าน ทั้งสองอย่างใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน แต่จุดประสงค์ต่างกัน เรื่องโฆษณาใน ChatGPT ที่เปิดในไทยแล้ว แมวส้มแยกไว้ใน ChatGPT Ads คืออะไร
แมวส้มมองว่าการที่สองระบบใช้สเปกไฟล์ชุดเดียวกันเป็นข่าวดีของร้าน เพราะ feed ที่ทำไว้ครั้งเดียวต่อยอดได้สองทาง ถ้าวันหนึ่งอยากลองทำโฆษณา งานหลักที่เหลือคือตั้งช่อง is_ads_eligible กับเปิดบัญชีโฆษณา ไม่ต้องเริ่มทำไฟล์ใหม่ตั้งแต่ศูนย์
อีกคำที่จะได้ยินบ่อยขึ้นคือ AI agent (AI ที่ลงมือทำงานหลายขั้นแทนคน) ที่เปิดเว็บร้านแล้วกดซื้อให้ ฝั่ง Google เรียกว่า agentic checkout ส่วนเบราว์เซอร์ในแอป ChatGPT รองรับเครื่องมือที่หน้าเว็บประกาศให้ agent ใช้ได้บางส่วน ตามมาตรฐานร่างที่ชื่อ WebMCP เรื่องนี้ยังใหม่มาก ร้านส่วนใหญ่ยังไม่ต้องรีบ แต่ควรรู้ว่าหน้าเว็บที่กรอกฟอร์มง่ายและไม่ซ่อนราคา จะได้เปรียบเมื่อวันนั้นมาถึง
ถ้าให้แมวส้มเลือกว่าจะเตรียมอะไรรอเรื่อง agent แมวส้มเลือกแค่สองอย่างนี้ คือโชว์ราคาให้เห็นชัดบนหน้าสินค้า และทำฟอร์มสั่งซื้อให้ไม่ซับซ้อน เพราะลูกค้าคนจริงได้ประโยชน์ไปพร้อมกันตั้งแต่วันนี้ ส่วนคำถามที่ยังค้างอยู่ แมวส้มรวบไว้ให้ข้างล่างนี้แล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ChatGPT Shopping
แหล่งอ้างอิง
- Power product discovery in ChatGPT (ChatGPT for merchants) โดย OpenAI (ตรวจ 23 ต.ค. 2026)
- Shopping with ChatGPT Search โดย OpenAI Help Center (ตรวจ 23 ต.ค. 2026)
- Powering Product Discovery in ChatGPT โดย OpenAI (24 มี.ค. 2026)
- Buy it in ChatGPT: Instant Checkout and the Agentic Commerce Protocol โดย OpenAI (29 ก.ย. 2025)
- Introducing shopping research in ChatGPT โดย OpenAI (24 พ.ย. 2025)
- Agentic Commerce: Get Started โดย OpenAI Developers (ตรวจ 22 ต.ค. 2026)
- Product feed spec: Products และ File upload overview โดย OpenAI Developers (ตรวจ 23 ต.ค. 2026)
- Ads: Product Feeds โดย OpenAI Developers (ตรวจ 22 ต.ค. 2026)
- About the Universal Commerce Protocol (UCP) and UCP-powered checkout โดย Google Merchant Center Help (ตรวจ 22 ต.ค. 2026)
- An intelligent new shopping cart (Universal Cart) โดย Google (15 ต.ค. 2026)
- Supported languages and currencies โดย Google Merchant Center Help และ Merchant listing structured data โดย Google Search Central (ตรวจ 22 ต.ค. 2026)
เขียนโดย
แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน
เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY















