
สารบัญ
Structured Data คืออะไร ข้อมูลที่มีโครงสร้างบนเว็บ ช่วย SEO และ AI ยังไง
หวัดดีครับ แมวส้มเองครับ วันนี้มาแนะนำภาษาที่หน้าเว็บใช้คุยกับเครื่องมือค้นหา แบบไม่ต้องเดาใจกัน
Structured Data คือข้อมูลที่เขียนตามรูปแบบมาตรฐาน เพื่อบอกเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ว่าหน้านี้เกี่ยวกับอะไร เช่น นี่คือชื่อร้าน นี่คือเวลาเปิด นี่คือราคา ภาษาไทยเรียกว่า “ข้อมูลที่มีโครงสร้าง”
Google นิยามว่าเป็น “a standardized format for providing information about a page and classifying the page content” แปลว่ารูปแบบมาตรฐานที่ใช้บอกข้อมูลและจัดประเภทเนื้อหาของหน้า
Structured Data เหมือนอะไรในชีวิตจริง
Structured data เหมือนฉลากโภชนาการหลังซองขนม ข้อมูลเดียวกันอาจเขียนเป็นย่อหน้าโฆษณาหน้าซองก็ได้ แต่คนต้องอ่านทั้งหมดถึงจะรู้ว่ามีน้ำตาลกี่กรัม
ฉลากโภชนาการจัดข้อมูลลงช่องที่ทุกยี่ห้อใช้เหมือนกัน ใครหยิบมาก็อ่านเจอทันที
บนเว็บ “ช่องมาตรฐาน” นั้นส่วนใหญ่มาจากคลังคำศัพท์ schema.org และเขียนได้ 3 รูปแบบที่ Google รองรับ คือ JSON-LD, Microdata และ RDFa
schema.org คือเว็บกลางที่รวมชื่อช่องมาตรฐานไว้ให้ทุกเว็บใช้ตรงกัน เช่น ช่องชื่อร้าน ช่องราคา
JSON-LD คือการเขียนข้อมูลเป็นก้อนโค้ดสั้นๆ แยกไว้ในหน้า คนมองไม่เห็น แต่เครื่องอ่านได้ Google แนะนำแบบนี้ถ้าระบบเว็บคุณทำได้ เพราะไม่ต้องแทรกในเนื้อหา
ส่วน Microdata กับ RDFa ต้องแทรกป้ายกำกับเล็กๆ (attribute) ลงในโค้ด HTML ตรงข้อความบนหน้า HTML คือภาษาที่ใช้สร้างหน้าเว็บ
ทำไม Structured Data สำคัญกับ SEO, AEO และ GEO
Structured data สำคัญเพราะเป็นตั๋วเข้า rich results ของ Google และช่วยให้ข้อเท็จจริงของหน้าชัดสำหรับเครื่อง ทั้งงาน AEO (ทำให้ติดเป็นคำตอบตรง) และ GEO (ทำให้ถูกอ้างในคำตอบที่ AI เขียน)
rich results คือผลค้นหาที่มีของแถมโชว์เพิ่ม เช่น ดาวรีวิว ราคาสินค้า หรือรูปสูตรอาหาร
แต่ขอพูดตรงๆ มันไม่ใช่สวิตช์เปิด AI คู่มือ AI ของ Google (อัปเดต 10 ก.ค. 2026) เขียนว่า “Structured data isn’t required for generative AI search, and there’s no special schema.org markup you need to add”
แปลว่า AI Search (ระบบค้นหาที่ AI เขียนคำตอบให้) ไม่บังคับ และไม่มีโค้ดกำกับ (markup) พิเศษให้ใส่
แต่การใส่ต่อไปยัง “helps with being eligible for rich results on Google Search” คือยังช่วยให้มีสิทธิ์ขึ้น rich results
ส่วนหน้า Introduction to structured data (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) ใช้คำว่า structured data “can enable” ผลค้นหาที่น่าสนใจขึ้น แปลว่าเปิดโอกาส ไม่ได้รับประกันว่าจะแสดง
ตัวอย่าง Structured Data และวิธีเช็กเอง
ตัวอย่างข้างล่างเป็น JSON-LD ของร้านค้าในพื้นที่ บอกชื่อร้าน ที่อยู่ และเวลาเปิด แบบที่เครื่องอ่านได้ทันที
<script type="application/ld+json">
{
"@context": "https://schema.org",
"@type": "Bakery",
"name": "ร้านแมวส้มเบเกอรี่",
"address": {
"@type": "PostalAddress",
"addressLocality": "เชียงใหม่",
"addressCountry": "TH"
},
"openingHours": "Tu-Su 08:00-17:00"
}
</script>
หน้าศัพท์ในเว็บนี้เองก็มี structured data 2 ก้อน ตอนแมวส้มตรวจเมื่อ 20 ต.ค. 2026 ก้อนแรกมาจาก Yoast (ปลั๊กอิน SEO ของ WordPress)
ก้อนนี้มี Article, WebPage, BreadcrumbList, Organization และ Person ชื่อพวกนี้คือ type หรือ “ประเภทของสิ่ง” เช่น Article คือบทความ Person คือคน
อีกก้อนเป็น DefinedTerm ที่บอกเครื่องว่าหน้านี้คือคำศัพท์หนึ่งคำในชุด “คำศัพท์ AI SEO” อยากเช็กเว็บคุณเอง ทำตาม 4 ขั้นนี้ได้เลย
- เปิดหน้าเว็บของคุณ กด Ctrl+U (Mac ใช้ Cmd+Option+U) เพื่อดูซอร์สโค้ด หรือโค้ดเบื้องหลังหน้าเว็บ
- กด Ctrl+F ค้นคำว่า application/ld+json ถ้าเจอ แปลว่ามี JSON-LD อยู่แล้ว
- วาง URL ลงใน Rich Results Test ของ Google เพื่อดูว่ามีสิทธิ์ขึ้น rich result แบบไหน และมีจุดผิด (error) อะไร
- วาง URL เดียวกันใน Schema Markup Validator (validator.schema.org) เพื่อดูทุก type ที่หน้าใช้ รวมถึงตัวที่ Google ไม่ได้ทำ rich result ให้
Structured Data ต่างจาก Schema และ Rich Results ยังไง
Structured data คือแนวคิด schema คือรายชื่อช่อง ส่วน rich results คือผลที่อาจได้บนหน้าค้นหา สามคำนี้เป็นคนละชั้นของเรื่องเดียวกัน
| คำ | คืออะไร | เทียบกับฉลากโภชนาการ |
|---|---|---|
| Structured Data | แนวคิดการจัดข้อมูลลงช่องมาตรฐาน | การมีฉลากหลังซอง |
| Schema.org | คลังคำศัพท์ที่บอกว่ามีช่องอะไรบ้าง เช่น Product, Bakery | รายชื่อช่องบนฉลาก |
| JSON-LD | รูปแบบการเขียนที่ Google แนะนำ | แบบฟอร์มที่ใช้พิมพ์ฉลาก |
| Rich Results | ผลค้นหาแบบพิเศษที่อาจได้ เช่น ดาวรีวิว | ป้าย “แนะนำ” บนชั้นวาง ที่ร้านเป็นคนตัดสิน |
คำถามที่พบบ่อย
คำที่เกี่ยวข้อง
- Entities สิ่งที่ structured data ช่วยระบุตัวตน
- Knowledge Graph ฐานความรู้ที่เชื่อม entity เข้าด้วยกัน
- Factual Accuracy ความถูกต้องของข้อเท็จจริงที่ต้องตรงกันทั้งหน้าและโค้ด
- Semantic Search การค้นด้วยความหมาย
อยากได้ตัวอย่าง JSON-LD ครบชุดไว้ก็อปไปปรับ อ่านต่อที่ Schema สำหรับ AI Search ใช้ markup แบบไหนให้ AI เข้าใจเว็บ
และถ้าอยากให้ Google กับ AI รู้ว่าแบรนด์คุณคือใคร ไปต่อที่ Entity SEO คืออะไร
แหล่งอ้างอิง
- Introduction to structured data markup in Google Search Google Search Central (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- Optimizing your website for generative AI features on Google Search Google Search Central (อัปเดต 10 ก.ค. 2026)
- Rich Results Test Google
- Schema Markup Validator Schema.org
เขียนโดย
แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน
เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY









