ข้อมูล AI ใน Search Console - แมวส้ม SEO

สารบัญ

ดูข้อมูล AI ใน Search Console อ่านรายงาน AI Overviews และ AI Mode ทีละขั้น

·ตุลาคม 31, 2026·AI SEO·

หวัดดีครับ แมวส้มมาแล้วครับ ลองคิดสภาพดูว่า.. ถ้าเว็บคุณถูก AI Overviews หรือ AI Mode ของ Google หยิบลิงก์ไปโชว์อยู่เรื่อยๆ แต่คุณไม่มีตัวเลขสักตัวไปยืนยันกับหัวหน้าเลย จะน่าหงุดหงิดแค่ไหน ข่าวดีคือ Search Console (เครื่องมือฟรีของ Google ที่บอกเจ้าของเว็บว่าเว็บโผล่ในผลค้นหาแค่ไหน) มีข้อมูลเรื่องนี้ให้ดูแล้ว ถ้าคุณกำลังหาว่า AI Mode impressions ใน Search Console ดูได้ไหม คำตอบสั้นๆ คือดูได้ แต่ต้องรู้ว่าตัวเลขนั้นนับอะไร และไม่นับอะไร

รายงาน Generative AI performance ใน Search Console คือรายงานที่บอกว่าลิงก์ไปเว็บคุณถูกโชว์ใน AI Overviews (กล่องสรุปคำตอบด้วย AI บนหน้า Google) และ AI Mode (โหมดแชตถามตอบของ Google) กี่ครั้ง แยกดูตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ได้ แต่ไม่มีจำนวนคลิก และไม่บอกว่าคนค้นด้วยคำอะไร Google เปิดให้ทุกเว็บทั่วโลกใช้ตั้งแต่ 31 ส.ค. 2026

หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ “สมุดจดว่า AI ของ Google เอาลิงก์เว็บเราขึ้นโชว์กี่รอบ” นั่นเอง สมุดเล่มนี้จดแค่ว่าโชว์ ไม่ได้จดว่ามีใครกดเข้ามา

ถ้าแยกชื่อรายงานออกมาดูทีละคำ จะจำง่ายขึ้นอีก

  • Generative AI แปลว่า AI ที่สร้างคำตอบขึ้นมาเองได้ ในรายงานนี้หมายถึง AI Overviews กับ AI Mode
  • Performance แปลว่า ผลงาน
  • Impression แปลว่า การถูกเห็นหนึ่งครั้ง

แมวส้มไล่อ่านหน้าช่วยเหลือของ Google ที่เกี่ยวข้องทีละหน้าแล้วเรียบเรียงมาให้ อ่านจบหน้านี้คุณจะเปิดรายงานเป็น อ่านตัวเลขไม่ผิด รู้ว่าทำไมบางเว็บไม่เห็นรายงาน และรู้ว่าต้องไปดูอะไรต่อใน GA4

Search Console เห็นข้อมูล AI อะไรบ้างในปี 2026

ณ ต.ค. 2026 Search Console มีข้อมูลเกี่ยวกับ AI อยู่ 4 จุด คือรายงาน Generative AI ฝั่ง Search, รายงาน Generative AI ฝั่ง Discover, รายงาน Performance ปกติ และปุ่มตั้งค่า Search generative AI แต่ละจุดตอบคำถามคนละข้อ

ถ้าถามว่า.. รายงานชุดนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ Google ประกาศในบล็อก Search Central เมื่อ 3 มิ.ย. 2026 ตอนแรกเปิดให้บางเว็บลองก่อน แล้วขยายให้ทุกเว็บทั่วโลกเมื่อ 31 ส.ค. 2026 ใครที่เคยหาเมนูนี้ช่วงกลางปีแล้วไม่เจอ ไม่ใช่ว่าคุณหาไม่เป็นนะครับ ตอนนี้ลองเปิดใหม่ได้เลย

ทีนี้ 4 จุดนี้ชื่อคล้ายกันจนงงได้ง่าย แมวส้มเลยสรุปเป็นตารางว่าแต่ละจุดให้อะไร และขาดอะไร

จุดใน Search Console ให้ข้อมูลอะไร ขาดอะไร
Generative AI performance (Search) impressions ใน AI Overviews และ AI Mode แยกตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ วันที่ ไม่มีคลิก ไม่มีคำค้น แยก AI Overviews กับ AI Mode ไม่ได้
Generative AI performance (Discover) impressions ในฟีเจอร์ AI ของ Discover (ฟีดแนะนำบทความในแอป Google) แยกตามหน้า ประเทศ วันที่ ไม่มีคลิก และไม่มีแท็บอุปกรณ์
Performance ประเภท Web คลิก impressions CTR (สัดส่วนคนที่เห็นแล้วกด) อันดับ และคำค้น ที่รวมข้อมูลจาก AI ไว้ด้วย แยกว่าส่วนไหนมาจาก AI ไม่ได้
Settings แล้วเลือก Search generative AI สวิตช์เลือก Include หรือ Exclude เว็บจากฟีเจอร์ AI ของ Google เป็นปุ่มตั้งค่า ไม่ใช่รายงาน

จุดที่คนสับสนมากที่สุดคือแถวที่สาม หน้า AI features and your website ของ Google เขียนว่า AI Overviews และ AI Mode ถูกรายงานอยู่ใน Performance report ประเภท Web และถูกนับรวมในตัวเลขรวมของ Search Console

บล็อกประกาศของ Google ก็ย้ำว่าข้อมูลในรายงาน Generative AI ถูกนับอยู่ในรายงาน Performance รวมด้วย เพราะแบบนี้ ห้ามเอา impressions จากสองรายงานมาบวกกัน ไม่งั้นตัวเลขจะนับซ้ำ

เทียบสองรายงานใน Search Console รายงาน Generative AI มี impressions จาก AI Overviews และ AI Mode ไม่มีคลิกและคำค้น และเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน Performance ประเภท Web ส่วนรายงาน Web มีคลิก impressions CTR อันดับ และคำค้น รวมผลค้นหาปกติกับ AI ไว้ด้วยกันจนแยกไม่ได้ จึงห้ามเอา impressions สองรายงานมาบวกกัน
เทียบสองรายงานใน Search Console รายงาน Generative AI มี impressions จาก AI Overviews และ AI Mode ไม่มีคลิกและคำค้น และเป็นส่วนหนึ่งของรายงาน Performance ประเภท Web ส่วนรายงาน Web มีคลิก impressions CTR อันดับ และคำค้น รวมผลค้นหาปกติกับ AI ไว้ด้วยกันจนแยกไม่ได้ จึงห้ามเอา impressions สองรายงานมาบวกกัน

ลองคิดสภาพว่า.. งานวัดมีคนนับคนเข้าที่ประตูใหญ่ แล้วมีอีกคนนับคนที่เดินเข้าซุ้มขายของข้างใน ถ้าเอาสองยอดนี้มาบวกกัน คนที่เข้าซุ้มก็ถูกนับสองรอบทันที

แมวส้มมองว่านี่คือกับดักอันดับหนึ่งของรายงานชุดนี้ เพราะตัวเลขฝั่ง AI เป็นส่วนหนึ่งของตัวเลขฝั่ง Web อยู่แล้ว ถ้าเผลอบวกกันแล้วส่งให้หัวหน้า ตัวเลขจะดูสวยเกินจริง และพอมีคนจับได้ ความน่าเชื่อถือของรายงานทั้งฉบับก็หายไปด้วย รู้แล้วว่าข้อมูลอยู่ตรงไหน คำถามต่อมาคือ รายงาน Generative AI นับอะไรเข้าไปบ้าง และอะไรที่มันไม่นับเลย

รายงาน Generative AI performance นับอะไร และไม่นับอะไร

รายงานนี้นับ impressions จาก AI Overviews และ AI Mode บน Google Search เท่านั้น ไม่นับฟีเจอร์ทดลองใน Search Labs (ห้องทดลองฟีเจอร์ใหม่ที่คนต้องสมัครเข้าไปลอง) และไม่นับ Discover ซึ่งมีรายงานแยกของตัวเอง

ภาพหน้าจอจริงหัวข้อ What's included ในหน้าช่วยเหลือ Generative AI performance report (Search) ของ Google Search Console ไฮไลต์รายการ AI Overviews และ AI Mode ที่รายงานนับ และประโยคที่บอกว่า Discover มีรายงานแยกของตัวเอง
ภาพหน้าจอจริงหัวข้อ What's included ในหน้าช่วยเหลือ Generative AI performance report (Search) ของ Google Search Console ไฮไลต์รายการ AI Overviews และ AI Mode ที่รายงานนับ และประโยคที่บอกว่า Discover มีรายงานแยกของตัวเอง

หน้าช่วยเหลือของ Search Console นิยาม impressions ในรายงานนี้ว่า จำนวนครั้งที่ลิงก์ไปเว็บคุณถูกแสดงให้ผู้ใช้เห็นในฟีเจอร์ AI บน Google Search หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ จำนวนรอบที่ AI ยกเว็บคุณขึ้นป้ายอ้างอิง นั่นเอง ไม่ใช่จำนวนคนที่กดเข้ามา

แมวส้มชอบที่ Google เขียนนิยามนี้ไว้ตรงๆ เพราะมันกันเราไม่ให้หลอกตัวเอง ตัวเลข impressions สูงแปลว่าเว็บคุณถูกเห็นบ่อย ยังไม่ได้แปลว่ามีคนเข้าเว็บเพิ่ม ใครเอาตัวเลขนี้ไปพูดว่า “AI ส่งคนมาให้เยอะ” แมวส้มถือว่าอ่านเกินกว่าที่รายงานบอก

หน้าเดียวกันยังบอกว่า Google คาดว่าจะเพิ่มฟีเจอร์ในรายการนี้ไปเรื่อยๆ แมวส้มเลยแนะนำให้กลับไปเปิดหน้าช่วยเหลือดูอีกรอบทุกไตรมาส เผื่อมีฟีเจอร์ใหม่ถูกนับเพิ่ม

แล้วถามว่า.. ฝั่ง Discover ล่ะ กติกาต่างไปนิดครับ ลิงก์ต้องถูกเลื่อนจอจนเห็นจริงถึงจะนับ และเห็นซ้ำในรอบเดียวกันนับแค่ครั้งเดียว ตารางใน Discover ยังนับแยกทีละหน้าเสมอ

แมวส้มมองว่ากติกา “ต้องเลื่อนจนเห็นจริง” ทำให้ตัวเลขฝั่ง Discover ตรงกับคำว่าถูกเห็นมากทีเดียว ถ้าเว็บคุณเป็นเว็บข่าวหรือบล็อกที่คนเจอผ่านฟีด รายงานฝั่งนี้คุ้มเปิดดูเหมือนกัน พอรู้กติกาการนับครบแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาเปิดรายงานจริงกันทีละขั้น

เปิดรายงาน AI Overviews และ AI Mode ใน Search Console ทีละขั้น

ทางที่ชัวร์ที่สุดคือเปิดลิงก์ตรง search.google.com/search-console/performance/search-analytics/ai ซึ่งเป็นลิงก์ที่หน้าช่วยเหลือของ Google ใช้เอง หน้าช่วยเหลือไม่ได้บอกว่าเมนูทางซ้ายของรายงานนี้ชื่ออะไร แมวส้มจึงไม่เดาชื่อเมนูให้ เพราะบอกทางที่แน่นอนดีกว่าเดาแล้วพาคุณหลง

ก่อนเริ่ม คุณต้องมี property (เว็บที่เพิ่มและยืนยันความเป็นเจ้าของไว้ใน Search Console แล้ว) ทำตาม 6 ขั้นนี้ได้เลย

  1. ล็อกอิน Search Console ด้วยบัญชีของคุณเอง แล้วเปิดลิงก์ตรงข้างบน เลือก property ของเว็บคุณ จะเข้าสู่รายงาน Generative AI performance (Search)
  2. ตั้งช่วงวันที่ เลือก 3 เดือนล่าสุดก่อน จะเห็นแนวโน้มชัดกว่าดูทีละสัปดาห์
  3. ดูกราฟด้านบน เส้นประตรงปลายกราฟคือข้อมูลเบื้องต้นที่ยังเก็บไม่ครบ อาจเปลี่ยนได้ในไม่กี่ชั่วโมง อย่าเพิ่งตกใจถ้าวันล่าสุดดูต่ำ
  4. กดแท็บเหนือตาราง Pages ดูว่าหน้าไหนถูก AI โชว์มากที่สุด Countries ดูว่ามาจากประเทศไหน Devices ดูว่ามือถือหรือคอมพิวเตอร์ Dates ดูรายวัน
  5. ใช้ตัวกรอง search type ด้านบนเลือก Web: text-based (ค้นด้วยการพิมพ์ในช่องค้นหา) หรือ Web: multimodal (ค้นด้วยรูป เช่น Google Lens แอปส่องรูปของ Google, Circle to Search ที่วงรูปบนจอมือถือ Android, อัปโหลดรูป และค้นรูปใน Chrome)
  6. กดปุ่ม Export เพื่อดาวน์โหลดทั้งกราฟและตาราง ค่าที่ในหน้าจอแสดงเป็น ~ หรือ – จะกลายเป็น 0 ในไฟล์ที่ได้

ภาพหน้าจอรายงาน Generative AI features ใน Search Console จากบล็อก Google Search Central วันที่ 3 มิ.ย. 2026 มีตัวเลข Total impressions กราฟรายวัน และแท็บ Pages Countries Devices Dates แคปเมื่อ 23 ต.ค. 2026
ภาพหน้าจอรายงาน Generative AI features ใน Search Console จากบล็อก Google Search Central วันที่ 3 มิ.ย. 2026 มีตัวเลข Total impressions กราฟรายวัน และแท็บ Pages Countries Devices Dates แคปเมื่อ 23 ต.ค. 2026

สิ่งที่แมวส้มกังวลในขั้นที่ 6 คือเลข 0 ในไฟล์ Export เพราะค่าที่บนจอแสดงเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเลขก็กลายเป็น 0 ได้เหมือนกัน ถ้าเจอ 0 ในไฟล์ ให้กลับไปเทียบกับหน้าจอก่อน อย่าเพิ่งสรุปว่าหน้านั้นไม่เคยถูกโชว์เลย

มีอีกเรื่องที่พลาดกันได้ง่าย วันที่ในรายงานเป็นเวลาแปซิฟิก (เวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ) ซึ่งช้ากว่าเวลาไทย 14 ชั่วโมงช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ และ 15 ชั่วโมงช่วงฤดูหนาว ถ้าคุณเทียบกับยอดขายรายวันของร้าน ให้จำไว้ว่า “วันหนึ่ง” ในรายงานไม่ตรงกับวันหนึ่งในปฏิทินไทยพอดี

เอาจริง ๆ เรื่องเวลานี้ดูเล็ก แต่พลาดแล้วเจ็บนะครับ แมวส้มมองว่าถ้าจะเอาไปเทียบกับยอดขาย ให้ดูเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนแทนรายวัน ความต่างของเวลาจะมีผลน้อยลง

ตารางในรายงานยังมีข้อจำกัดเหมือนรายงาน Performance ปกติ เช่น แสดงได้สูงสุด 1,000 แถว เว็บที่มีหลายพันหน้าจึงเห็นแค่ส่วนบน ไม่ครบทุกหน้า ทีนี้ถ้าคุณเปิดกราฟกับตารางดูคู่กันแล้วตัวเลขไม่เท่ากัน อย่าเพิ่งตกใจ ข้างล่างนี้มีคำตอบ

ทำไมตัวเลขในกราฟกับตารางไม่เท่ากัน

กราฟนับแบบรวมทั้งเว็บ ส่วนตารางแท็บ Pages นับแยกทีละหน้า ตัวเลขสองที่จึงไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ระบบพัง

หน้าช่วยเหลือยกตัวอย่างว่า ถ้าคำตอบ AI เดียวมีลิงก์ไปเว็บคุณ 2 ลิงก์ กราฟจะนับเป็น 1 impression เพราะนับเป็นเว็บเดียว แต่ถ้าสองลิงก์นั้นเป็นคนละหน้า แท็บ Pages จะให้หน้าละ 1 รวมเป็น 2

ตัวอย่างการนับ impressions เมื่อคำตอบ AI หนึ่งครั้งมีลิงก์ไปเว็บคุณ 2 ลิงก์ที่เป็นคนละหน้า กราฟนับรวมทั้งเว็บได้ 1 impression เหมือนแท็บ Countries Devices และ Dates ส่วนแท็บ Pages นับรายหน้าได้หน้าละ 1 รวม 2 impressions ตัวเลขกราฟกับตารางจึงไม่เท่ากันได้
ตัวอย่างการนับ impressions เมื่อคำตอบ AI หนึ่งครั้งมีลิงก์ไปเว็บคุณ 2 ลิงก์ที่เป็นคนละหน้า กราฟนับรวมทั้งเว็บได้ 1 impression เหมือนแท็บ Countries Devices และ Dates ส่วนแท็บ Pages นับรายหน้าได้หน้าละ 1 รวม 2 impressions ตัวเลขกราฟกับตารางจึงไม่เท่ากันได้

ลองคิดสภาพว่า.. ครูเช็กชื่อ ถ้านับว่า “ห้อง ม.4/2 มาเรียนไหม” ได้ 1 ห้อง แต่ถ้านับรายคนได้ 30 คน ทั้งสองตัวเลขถูก แค่ถามคนละคำถาม

แท็บ Countries, Devices และ Dates นับแบบรวมทั้งเว็บเหมือนกราฟ มีแค่แท็บ Pages ที่นับรายหน้า และหน้าที่ถูกนับจะเป็น canonical URL (ที่อยู่หลักที่ Google เลือกเป็นตัวแทน เมื่อมีหลายที่อยู่ที่เนื้อหาเหมือนกัน) หลังผ่าน redirect (การพาไปหน้าอื่นอัตโนมัติ) แล้ว

สิ่งที่แมวส้มเอาไปใช้จริงจากกติกานี้คือ ถ้าจะรายงานยอดรวมทั้งเว็บ ให้หยิบตัวเลขจากกราฟ ส่วนถ้าอยากรู้ว่าหน้าไหนเด่น ค่อยใช้แท็บ Pages อย่าเอาตัวเลขทุกแถวในแท็บ Pages มาบวกกันแทนยอดรวม เพราะคำตอบ AI เดียวที่ลิงก์หลายหน้าจะถูกนับเกินไปทันที ทีนี้มาดูอีกฝั่งที่มีคลิกและคำค้นให้ดู คือรายงาน Performance ปกติ

AI Mode impressions ในรายงาน Performance ปกตินับยังไง

ในรายงาน Performance ประเภท Web คลิกและ impressions จาก AI Mode และ AI Overviews ถูกนับด้วยกฎเดียวกับผลค้นหาธรรมดา และถูกรวมไว้กับผลค้นหาปกติ จึงเห็นคลิกและคำค้นได้ แต่แยกไม่ได้ว่าแถวไหนมาจาก AI

หน้าช่วยเหลือ “What are impressions, position, and clicks?” ของ Search Console เขียนกติกาไว้ 4 ข้อที่ควรรู้ แมวส้มแปลเป็นภาษาคนให้แล้ว

  • คลิก การกดลิงก์ไปเว็บภายนอกใน AI Overview หรือใน AI Mode นับเป็น 1 คลิก
  • impressions ใช้กฎมาตรฐานเดียวกับผลค้นหาอื่น
  • อันดับใน AI Overviews กล่อง AI Overview ทั้งกล่องนับเป็นตำแหน่งเดียว ทุกลิงก์ในกล่องได้เลขอันดับเท่ากันหมด ต่อให้ลิงก์คุณอยู่ท้ายกล่องก็ได้อันดับเดียวกับลิงก์แรก
  • คำถามต่อใน AI Mode ถ้าคนพิมพ์ถามต่อในแชต AI Mode ระบบถือว่าเป็นการค้นครั้งใหม่ คลิก impressions และอันดับในคำตอบใหม่จะนับเข้าคำค้นใหม่นั้น

กฎการนับในรายงาน Performance ประเภท Web กล่อง AI Overview ทั้งกล่องนับเป็นตำแหน่งเดียว ทุกลิงก์ได้อันดับเท่ากัน กดลิงก์ในกล่องนับเป็น 1 คลิก ส่วนใน AI Mode ถ้าคนถามต่อ เช่น แอร์ยี่ห้อไหนดี แล้วถามต่อว่ารุ่นไหนประหยัดไฟ คำถามต่อจะนับเป็นคำค้นใหม่ในแท็บ Queries
กฎการนับในรายงาน Performance ประเภท Web กล่อง AI Overview ทั้งกล่องนับเป็นตำแหน่งเดียว ทุกลิงก์ได้อันดับเท่ากัน กดลิงก์ในกล่องนับเป็น 1 คลิก ส่วนใน AI Mode ถ้าคนถามต่อ เช่น แอร์ยี่ห้อไหนดี แล้วถามต่อว่ารุ่นไหนประหยัดไฟ คำถามต่อจะนับเป็นคำค้นใหม่ในแท็บ Queries

ข้อสุดท้ายอธิบายของแปลกที่หลายคนเจอ คือมีคำค้นยาวผิดปกติ หรือคำสั้นๆ ที่ไม่น่ามีใครพิมพ์ในช่องค้นหา โผล่ในแท็บ Queries มันอาจเป็นคำถามต่อในแชต AI Mode ก็ได้ ไม่ต้องรีบคิดว่าเว็บโดนบอทปั่นนะครับ 5 5

แมวส้มมองว่ากติกาข้อนี้ทำให้แท็บ Queries น่าอ่านขึ้นด้วยซ้ำ เพราะคำค้นแปลกๆ ที่อาจเป็นคำถามต่อ คือใบ้ว่าคนอยากรู้อะไรต่อจากคำถามแรก ลองเปิดหน้าที่ได้คำค้นนั้นดูว่าตอบเรื่องที่คนถามต่อไว้หรือยัง

ส่วนเรื่องอันดับ ถ้าอันดับเฉลี่ยของบางหน้าดีขึ้นแบบกระโดด อาจเป็นเพราะหน้านั้นเริ่มถูกอ้างในกล่อง AI Overview ที่อยู่บนสุด สิ่งที่แมวส้มกังวลคือคนจะดีใจเร็วเกินไป เพราะทุกลิงก์ในกล่องได้อันดับเท่ากันหมด ลิงก์ท้ายกล่องก็ได้เลขอันดับสวยเท่าลิงก์แรก อันดับดีขึ้นจึงไม่ได้แปลว่าคลิกจะเพิ่มตามเสมอ

อยากเข้าใจว่ากล่องนี้เลือกเว็บยังไง อ่านต่อได้ที่ AI Overview คืออะไร และฝั่งโหมดแชตอยู่ที่ Google AI Mode คืออะไร แต่ถ้าแยกไม่ได้ว่าแถวไหนมาจาก AI แล้วจะทำยังไงดีล่ะ หัวข้อถัดไปมีวิธีอ้อมที่ทำเองได้

หาว่าหน้าไหนถูก AI โชว์บ่อย ด้วยการเทียบสองรายงาน

วิธีที่ได้ข้อมูลมากที่สุดคือเอา impressions รายหน้าจากรายงาน Generative AI ไปหารด้วย impressions รายหน้าจากรายงาน Performance ประเภท Web ช่วงวันเดียวกัน จะได้สัดส่วนคร่าวๆ ว่าแต่ละหน้าถูกเห็นผ่าน AI มากแค่ไหน

ถ้าถามว่า.. ทำไมหารกันได้ ก็เพราะหน้าช่วยเหลือเขียนว่ารายงาน Generative AI ใช้ข้อมูลจาก search type แบบ Web ในรายงาน Performance และแท็บ Pages ของทั้งสองรายงานนับรายหน้าเหมือนกัน ทำตาม 5 ขั้นนี้ ใช้ Google Sheets (โปรแกรมตารางฟรีของ Google) ก็พอ

  1. ในรายงาน Generative AI ตั้งช่วง 3 เดือนล่าสุด เลือกแท็บ Pages แล้ว Export
  2. ในรายงาน Performance ฝั่ง Search results ตั้งช่วงวันเดียวกันเป๊ะ เลือก search type เป็น Web แท็บ Pages แล้ว Export
  3. วางสองไฟล์คนละแผ่นใน Google Sheets แล้วใช้สูตร XLOOKUP (สูตรหาค่าที่ตรงกันจากอีกตาราง) จับคู่ URL ให้แต่ละหน้ามี impressions สองช่องอยู่แถวเดียวกัน
  4. เพิ่มคอลัมน์ “สัดส่วน AI” เท่ากับ impressions จาก AI หารด้วย impressions จาก Web แล้วตั้งรูปแบบเป็นเปอร์เซ็นต์
  5. เรียงจากมากไปน้อย แล้วดู CTR ของหน้าเดียวกันในรายงาน Web ประกอบ

ตัวอย่างข้างล่างเป็นตัวเลขสมมติ ทำขึ้นเพื่อให้เห็นภาพการอ่านเท่านั้น

หน้า (ตัวอย่างสมมติ) impressions จาก AI impressions จาก Web สัดส่วน AI อ่านว่า
/วิธีเลือกแอร์บ้าน/ 4,200 12,000 35% คำถามแนว “ยังไง” ที่ AI ชอบสรุป ควรเช็กว่าเนื้อหายังถูกต้องและใหม่
/ราคาล้างแอร์/ 300 6,000 5% คนส่วนใหญ่ยังเจอจากผลค้นหาปกติ
/ติดต่อเรา/ 0 900 0% หน้าแบบนี้ไม่ค่อยถูกอ้างในคำตอบ AI เป็นเรื่องปกติ

ถ้าให้แมวส้มเลือกแถวที่ต้องรีบดูก่อน แมวส้มเลือกหน้าที่สัดส่วน AI สูงอย่างแถวแรก เพราะเป็นหน้าที่คนเห็นผ่าน AI มากที่สุด ถ้าเนื้อหาหน้านั้นเก่าหรือผิด คนที่เห็นก็เยอะตามไปด้วย

ทีนี้ลองดู CTR ประกอบ หน้าที่สัดส่วน AI สูงแต่ CTR ในรายงาน Web ต่ำลงเรื่อยๆ อาจแปลว่าคนอ่านคำตอบในหน้า Google จบแล้วไม่คลิกต่อ ที่เรียกว่า zero-click search ถ้าเห็นแบบนี้ ลองเติมสิ่งที่คำตอบสั้นๆ ให้ไม่ได้ เช่น ตารางเทียบราคา รูปจริง หรือเครื่องคำนวณ ให้คนมีเหตุผลกดเข้ามา

วิธีนี้มีข้อจำกัด 2 ข้อ ข้อแรกคือตารางทั้งสองรายงานแสดงได้ไม่เกิน 1,000 แถว เว็บใหญ่จะเทียบได้แค่หน้าที่อยู่บนสุด ข้อสองคือสัดส่วนนี้บอกแค่ “ถูกเห็นผ่าน AI บ่อยแค่ไหน” ไม่ได้บอกว่าคนชอบหรือซื้อของ

พอไล่ดูครบ แมวส้มมองว่าข้อจำกัดข้อสองสำคัญกว่าข้อแรก สัดส่วน AI คือเข็มทิศบอกว่าควรไปดูหน้าไหนก่อน ไม่ใช่คะแนนบอกว่าหน้าไหนทำเงิน แต่ถ้าคุณเปิดมาแล้วไม่เจอรายงานให้ Export เลย หรือเจอแต่ศูนย์ ไปไล่เช็กกันต่อเลยครับ

ไม่เห็นรายงาน Generative AI หรือตัวเลขเป็นศูนย์ เช็ก 3 จุดนี้

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดมี 2 อย่างตามหน้าช่วยเหลือ คือเว็บยังมี impressions ในฟีเจอร์ AI ไม่มากพอ หรือเว็บถูกตั้งค่าเป็น Exclude ไว้ในหน้า Settings จุดที่สามที่คนมักลืมคือ property ลูกที่รับค่าตั้งจาก property แม่

ถ้าเปิดแล้วไม่เจออะไรเลย อย่าเพิ่งท้อนะครับ เว็บเล็กอาจยังไม่เคยถูกอ้างในคำตอบ AI เลยก็ได้ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเว็บเสีย ลองไล่เช็กตามลำดับนี้

  1. เช็กปุ่ม Search generative AI เข้า Settings แล้วเลือก Search generative AI ดูว่าเลือก Include (ให้เว็บไปอยู่ในฟีเจอร์ AI ได้) ไว้หรือเปล่า Google ระบุว่า Include เป็นค่าตั้งต้นของทุก property แต่ถ้า property นั้นมี property แม่ ค่าเริ่มต้นจะเป็น Inherit control from parent แทน ตามข้อ 2
  2. เช็กว่า property สืบทอดค่ามาจากไหน ถ้าคุณดูแล property แบบ URL-prefix (เพิ่มเว็บโดยระบุที่อยู่ขึ้นต้น เช่น https://example.com/blog/) ค่าเริ่มต้นคือ Inherit control from parent (ใช้ค่าตาม property ที่ใหญ่กว่า) ถ้าเจ้าของ property ระดับโดเมนเคยกด Exclude ไว้ เว็บส่วนของคุณก็ออกไปด้วย
  3. รอให้มีข้อมูลพอ ถ้าทั้งสองข้อข้างบนปกติ แปลว่าเว็บยังถูกโชว์ใน AI น้อยเกินไป ให้ไปทำเนื้อหาให้ตอบคำถามได้จริงก่อน แล้วกลับมาเปิดใหม่เดือนหน้า

แมวส้มมองว่าข้อ 2 คือจุดที่เงียบที่สุด เพราะคนที่กด Exclude อาจไม่ใช่คุณเลย ลองคิดสภาพว่า.. คุณดูแลแค่ส่วน /blog/ แต่อีกทีมดูแล property ระดับโดเมน การตั้งค่าของเขาก็พาเว็บส่วนของคุณออกไปด้วย โดยที่คุณไม่ได้แตะอะไรสักปุ่ม

เช็กครบทั้ง 3 จุดแล้ว ยังเหลืออีกคำถามที่คนวัดผลต้องตอบให้ได้ คือ Search Console ต่างจาก GA4 ตรงไหน

Search Console ต่างจาก GA4 ตรงไหน เวลาวัด AI

Search Console นับสิ่งที่เกิดบนหน้า Google ก่อนคนเข้าเว็บ เช่น ถูกเห็นกี่ครั้ง ส่วน GA4 นับสิ่งที่เกิดหลังคนเข้าเว็บแล้ว เช่น เข้ามากี่ session (การเข้าเว็บหนึ่งรอบ) และทำอะไรต่อ สองเครื่องมือจึงตอบคนละคำถาม

หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ Search Console เป็นคนนับคนที่เดินผ่านหน้าร้านแล้วเห็นป้าย ส่วน GA4 เป็นคนนับคนที่เดินเข้ามาในร้านแล้ว นั่นเอง

เรื่อง Search Console GA4
AI Overviews และ AI Mode มี impressions แยกในรายงาน Generative AI ส่วนคลิกรวมอยู่ในรายงาน Web คลิกถูกนับในช่อง Organic Search (คนที่มาจากผลค้นหาปกติ) GA4 ไม่มีช่องแยกให้
ChatGPT, Gemini, Copilot ไม่มีข้อมูล เพราะเป็นของบริษัทอื่นหรือคนละบริการ อยู่ในช่อง AI Assistant หรือกรองหาจากชื่อแหล่งที่มาได้
คำค้น มีในรายงาน Web แต่ไม่มีในรายงาน Generative AI ไม่มีคำค้นจาก Google ในตัวเอง ต้องเชื่อมกับ Search Console ก่อนถึงจะดึงมาแสดงได้
สิ่งที่คนทำหลังเข้าเว็บ ไม่มี มี เช่น อ่านนานไหม กรอกฟอร์มไหม

หน้าช่วยเหลือ Default channel group ของ GA4 เขียนชัดว่าช่อง AI Assistant ไม่รวม AI Overviews และ AI Mode ของ Google และช่อง Organic Search รวมสองอย่างนี้ไว้ วิธีตั้ง GA4 ให้เห็นคนจาก ChatGPT และ Perplexity ทีละขั้นอยู่ใน วัด Traffic จาก AI ใน GA4

สิ่งที่แมวส้มเอาไปใช้จริงจากเรื่องนี้คือ เลิกตามหาคนจาก AI Overviews ในช่อง AI Assistant ของ GA4 ไปได้เลย เพราะ Google เขียนชัดว่าไม่อยู่ในนั้น ถ้าช่อง AI Assistant ของเว็บคุณดูน้อย ไม่ได้แปลว่า AI ของ Google ไม่ส่งคนมา คนกลุ่มนั้นไปปนอยู่ใน Organic Search ต่างหาก

ถ้าคุณต้องเอาตัวเลขทั้งสองฝั่งไปรายงานหัวหน้าว่างาน AI SEO คุ้มเงินไหม วิธีเรียงชั้นข้อมูลและสิ่งที่ห้ามคำนวณอยู่ใน การวัด ROI ของ GEO ส่วน AI ที่ไม่ใช่ของ Google ซึ่ง Search Console มองไม่เห็นเลย ใช้วิธีถามเองและจดผลตาม AI Visibility คืออะไร

คำถามสั้นๆ ที่ยังค้างอยู่ แมวส้มรวบไว้ข้างล่างนี้แล้วครับ

คำถามที่พบบ่อย

ได้ เปิดรายงาน Generative AI performance ฝั่ง Search จะเห็น impressions ของ AI Mode รวมกับ AI Overviews แยกตามหน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ แต่แยกตัวเลขของ AI Mode ออกมาเดี่ยวๆ ไม่ได้

รายงาน Generative AI ไม่มีคลิกเลย คลิกจาก AI Overviews ถูกนับอยู่ในรายงาน Performance ประเภท Web ปนกับคลิกจากผลค้นหาปกติ จึงรู้ยอดรวมได้ แต่แยกไม่ได้ว่าคลิกไหนมาจากกล่อง AI แมวส้มมองว่านี่คือเหตุผลที่ต้องเปิดสองรายงานคู่กันเสมอ

หน้าช่วยเหลือบอกว่ามักเกิดจากเว็บยังมี impressions ในฟีเจอร์ AI ไม่พอ หรือเว็บถูกตั้ง Exclude ไว้ในหน้า Settings ถ้าเป็น property แบบ URL-prefix ให้เช็กด้วยว่าค่าตั้งสืบทอดมาจาก property ระดับโดเมนหรือเปล่า ถ้าให้แมวส้มเลือกเช็กข้อแรก แมวส้มเลือกหน้า Settings เพราะเปิดดูได้เองทันที และถ้าเจอว่าเป็น Exclude ก็รู้สาเหตุเลยไม่ต้องรอ

ณ วันที่เขียน ยังไม่ได้ รายงาน Generative AI มีแค่หน้า ประเทศ อุปกรณ์ และวันที่ ส่วนคำค้นอยู่ในรายงาน Web ซึ่งรวม AI กับผลค้นหาปกติไว้ด้วยกัน Google เขียนในประกาศว่ากำลังคุยกับเจ้าของเว็บเรื่องเพิ่มตัวชี้วัดในอนาคต แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะเพิ่มอะไร

คือตัวกรองที่แยกการค้นด้วยรูปออกจากการค้นด้วยการพิมพ์ เช่น ค้นผ่าน Google Lens, Circle to Search บนมือถือ Android, อัปโหลดรูป หรือค้นรูปใน Chrome ใช้ได้ทั้งในรายงาน Performance และรายงาน Generative AI ถ้าคุณขายของที่คนชอบถ่ายรูปไปค้น เช่น อะไหล่ หรือเสื้อผ้า ตัวกรองนี้ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น

ภาพหน้าจอตัวกรอง Search type ใน Search Console จากบล็อก Google Search Central วันที่ 24 ก.ย. 2026 ใต้ Web มีตัวเลือก Text-based และ Multimodal ที่ติดป้าย New แคปเมื่อ 23 ต.ค. 2026
ภาพหน้าจอตัวกรอง Search type ใน Search Console จากบล็อก Google Search Central วันที่ 24 ก.ย. 2026 ใต้ Web มีตัวเลือก Text-based และ Multimodal ที่ติดป้าย New แคปเมื่อ 23 ต.ค. 2026

ก่อนจากกัน แมวส้มขอสรุปไว้ตรงนี้ รายงาน Generative AI บอกได้ว่าเว็บคุณถูก AI ของ Google ยกขึ้นโชว์บ่อยแค่ไหนและหน้าไหนโดนบ่อย เอาไปเทียบกับรายงาน Web จะรู้ว่าหน้าไหนพึ่ง AI มาก แล้วใช้ GA4 ดูต่อว่าคนที่เข้ามาทำอะไร ตัวเลขยังไม่ครบทุกมุม แต่แมวส้มว่าดีกว่าการเดาเยอะ

ภาพรวมว่าทำเว็บยังไงให้ AI หยิบไปตอบตั้งแต่ต้น อ่านต่อได้ที่ AI SEO คืออะไร

แหล่งอ้างอิง

แมวส้ม

เขียนโดย

แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY

อ่านต่อกับแมวส้ม

  • Claude AI ฟรีหรือ Pro ดี - แมวส้ม SEO

    Claude AI คืออะไร ใช้ฟรีได้ไหม ราคา Pro กี่บาท ภาษาไทยดีแค่ไหน และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวยังไง

  • ข้อมูล AI ใน Search Console - แมวส้ม SEO

    ดูข้อมูล AI ใน Search Console อ่านรายงาน AI Overviews และ AI Mode ทีละขั้น

  • Gemini AI ฟรีหรือ Pro ดี - แมวส้ม SEO

    Gemini AI คืออะไร ใช้ฟรีได้แค่ไหน Google AI Pro ราคาเท่าไร และตั้งค่าความเป็นส่วนตัวยังไง