
สารบัญ
Anchor Text คืออะไร ข้อความลิงก์ที่บอก Google และ AI ว่าหน้าถัดไปคืออะไร
ฮัลโหล แมวส้มเองครับ วันนี้แมวส้มจะมาคลายข้อสงสัยเรื่องคำที่คุณเห็นทุกวันแต่แทบไม่มีใครเรียกชื่อ คือข้อความที่กดได้ในหน้าเว็บ อ่านจบคุณจะรู้ว่า anchor text คืออะไร เขียนแบบไหน Google กับ Bing อ่านเข้าใจ และทำไมเรื่องเล็กแค่นี้ถึงไปเกี่ยวกับคำตอบของ AI
Anchor Text คือข้อความที่มองเห็นได้ของลิงก์ หรือคำที่คุณกดแล้วถูกพาไปอีกหน้า เอกสารภาษาไทยของ Google เรียกว่า “ข้อความลิงก์” (link text)
หรือจะพูดแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือ “ป้ายบนประตูที่บอกว่าเปิดเข้าไปแล้วจะเจออะไร” นั่นเอง
ถ้าแยกคำออกมาดูทีละคำ จะเห็นภาพชัดขึ้นอีก
- Anchor แปลว่า สมอ หรือจุดยึด ในโค้ด HTML ลิงก์เขียนด้วยแท็ก <a> ซึ่ง Google เรียกว่า anchor element
- Text แปลว่า ข้อความ
รวมกันก็คือ ข้อความที่ผูกอยู่กับลิงก์ เช่นในโค้ด <a href="/menu/">เมนูบัวลอยไข่หวาน</a> คำว่า “เมนูบัวลอยไข่หวาน” คือ anchor text แล้วมันสำคัญยังไง มาดูภาพเปรียบกัน
Anchor Text เปรียบง่ายๆ เหมือนอะไร
Anchor text เหมือนป้ายหน้าห้องในโรงเรียน ป้ายที่เขียนว่า “ห้องวิทยาศาสตร์” บอกได้ทันทีว่าข้างในมีอะไร ส่วนป้ายที่เขียนว่า “ห้อง” เฉยๆ ต้องเปิดเข้าไปดูเองถึงจะรู้
ลองคิดสภาพว่า.. ทุกห้องในตึกติดป้ายว่า “คลิกที่นี่” เหมือนกันหมด นักเรียนใหม่คงหลงทั้งวัน บอทของ Google ก็เจอปัญหาคล้ายกัน เมื่อทั้งหน้ามีแต่ลิงก์ที่เขียนว่า “อ่านต่อ”
แมวส้มมองว่าภาพนี้ตอบได้ว่าทำไมคำแค่สองสามคำถึงมีค่า เพราะมันคือคำใบ้ที่คนกับบอทได้ก่อนจะเปิดหน้าถัดไป แล้วถามว่า.. Google กับ AI ใช้คำใบ้นี้จริงไหม ไปดูกัน
ทำไม Anchor Text สำคัญกับ SEO, AEO และ GEO
Anchor text สำคัญเพราะ Google บอกเองว่ามันช่วยให้ทั้งคนและ Google เข้าใจว่าหน้าปลายทางเกี่ยวกับอะไร และ Bing เขียนว่าลิงก์ที่มี anchor text เกี่ยวข้อง ช่วยเรื่องสิทธิ์ถูกใช้ใน grounding (การที่ AI อย่าง Copilot ดึงหน้าเว็บจริงมาประกอบคำตอบ)
เอกสาร Link best practices ของ Google (อัปเดต 10 ธ.ค. 2025) เขียนว่า anchor text ที่ดีต้องอธิบายชัด สั้นพอดี และเกี่ยวกับทั้งหน้าที่ลิงก์อยู่และหน้าปลายทาง ยิ่ง anchor text ดี คนก็ยิ่งเดินในเว็บง่าย และ Google ก็ยิ่งเข้าใจหน้าปลายทางง่าย
ฝั่ง AI ของ Microsoft ก็พูดตรงกัน Bing Webmaster Guidelines (ตรวจ 1 พ.ย. 2026) บอกว่าลิงก์ควรเป็นลิงก์ <a href> มาตรฐาน มี anchor text หรือ alt ของรูปที่เกี่ยวข้อง และการลิงก์ทั้งภายในและภายนอกที่ดีช่วยทั้งการค้นพบ การประเมินความน่าเชื่อถือ และสิทธิ์ถูกใช้ใน grounding
มีตัวเลขฝั่ง AI ด้วย งานของ Ahrefs กับแบรนด์ราว 75,000 แบรนด์ (12 ธ.ค. 2025) พบว่า branded anchor (ลิงก์ที่ใช้ชื่อแบรนด์เป็นข้อความ) มีค่าสหสัมพันธ์กับการถูก AI Mode เอ่ยชื่อราว 0.628 ส่วนใน ChatGPT และ AI Overviews อยู่ราว 0.51 ถึง 0.53 ผู้เขียนย้ำว่าสหสัมพันธ์ไม่ใช่เหตุและผล
แมวส้มชอบที่ Ahrefs อธิบายว่า branded anchor คือการที่มีคนตั้งใจลิงก์หาแบรนด์ด้วยชื่อ แมวส้มจึงอ่านว่า “คนเรียกชื่อคุณตอนลิงก์มา” สำคัญกว่าการยัดคำค้นลงในลิงก์ ทีนี้มาดูกันว่าแบบไหนเรียกว่าดี แบบไหนเรียกว่าพัง
ตัวอย่าง Anchor Text ที่ดีและไม่ดี
Anchor text ที่ดีอ่านแยกจากประโยคแล้วยังรู้ว่าลิงก์ไปไหน ส่วนแบบที่ไม่ดีมีสามทาง คือกว้างเกินไป ยาวเกินไป และยัดคำค้นจนอ่านไม่รู้เรื่อง ตัวอย่างในตารางแปลงจากเอกสารของ Google ให้เป็นร้านบัวลอยสมมติ
| แบบ | ตัวอย่าง anchor text | ทำไม |
|---|---|---|
| กว้างเกินไป | “คลิกที่นี่” “อ่านต่อ” “เว็บไซต์” | ไม่บอกเลยว่าหน้าปลายทางคืออะไร |
| ยาวเกินไป | ทั้งประโยคเรื่องโปรโมชันเปิดร้านวันอังคาร | คนแยกไม่ออกว่าคำไหนสำคัญ |
| ยัดคำค้น | “บัวลอย บัวลอยอร่อย บัวลอยใกล้ฉัน ร้านบัวลอย” | Google บอกว่าการยัดคำค้นผิดนโยบายสแปม |
| รูปที่เป็นลิงก์ ไม่มี alt | รูปปุ่มสั่งซื้อที่ alt ว่างเปล่า | Google ใช้ alt ของรูปแทน anchor text |
| ดี | “เมนูบัวลอยไข่หวาน” | สั้น ชัด ตรงกับหน้าปลายทาง |
อีกเรื่องที่ต้องรู้คือ นโยบายสแปมของ Google (อัปเดต 28 ส.ค. 2026) นับลิงก์ที่ใส่ anchor text แบบจงใจดันคำค้นในบทความรับเชิญ (guest post) หรือข่าวประชาสัมพันธ์ที่กระจายไปหลายเว็บ เป็น link spam ด้วย
สิ่งที่แมวส้มเอาไปใช้จริงจากตารางนี้มีข้อเดียว เขียนลิงก์เหมือนกำลังบอกเพื่อนว่ากดแล้วจะเจออะไร ถ้าประโยคนั้นฟังแปลกเวลาอ่านออกเสียง ก็แปลว่ายัดคำค้นเกินแล้ว แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเว็บเราเป็นแบบไหน ลองเช็กกันเลย
ลองเช็ก Anchor Text ของเว็บคุณวันนี้
คุณเช็กได้ฟรีในไม่กี่นาที ด้วยการอ่านลิงก์ในหน้าของตัวเอง และดูรายงาน Links ใน Google Search Console (เครื่องมือฟรีของ Google สำหรับเจ้าของเว็บ) ทำตาม 3 ขั้นนี้ได้เลย
- เปิดบทความของคุณสักหน้า อ่านเฉพาะคำที่เป็นลิงก์โดยไม่อ่านประโยครอบๆ ตามทริกในเอกสารของ Google ถ้าเดาไม่ออกว่าลิงก์ไปหน้าไหน ให้แก้คำนั้น
- เปิด Search Console กดเมนู Links แล้วดู Top linking text ว่าเว็บอื่นใช้คำอะไรลิงก์มาหาคุณบ่อยที่สุด
- หาลิงก์ที่เป็นรูป เช่น ปุ่มหรือแบนเนอร์ แล้วเช็กว่ามี alt ที่บอกว่ากดแล้วไปไหน
ถ้าให้แมวส้มเลือกขั้นเดียว แมวส้มเลือกขั้นที่ 1 เพราะแก้ได้ทันทีในเว็บของตัวเอง ส่วนขั้นที่ 2 เป็นคำที่คนอื่นเลือกให้ ซึ่งเราคุมไม่ได้ แต่ถ้าเห็นชื่อแบรนด์อยู่ในนั้นเยอะ ก็เป็นสัญญาณดีตามงานของ Ahrefs ข้างบน คำถามที่เหลืออยู่ข้างล่างนี้
คำถามที่พบบ่อย
คำที่เกี่ยวข้อง
คำที่เกี่ยวข้องกับ anchor text มีตามรายการด้านล่าง ถ้าให้แมวส้มเลือกอ่านต่อคำเดียว แมวส้มเลือก Brand Mention เพราะ branded anchor คือจุดที่การถูกพูดถึงชื่อกับลิงก์มาเจอกัน
- Brand Mention การถูกพูดถึงแบรนด์ทั้งแบบมีและไม่มีลิงก์
- Digital PR พีอาร์ออนไลน์ที่ได้ลิงก์โดยไม่ต้องซื้อ
- Topical Authority ความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องของเว็บ
- Entities สิ่งที่ Google และ AI จำได้ว่าคือใคร
- อ่านต่อแบบเต็ม AI Crawlability ทำให้บอท AI อ่านเว็บได้ครบ และภาพรวมที่ AI SEO คืออะไร
แหล่งอ้างอิง
- Bing Webmaster Guidelines (Microsoft Bing, ตรวจ 1 พ.ย. 2026)
- Spam policies for Google web search (Google Search Central, อัปเดต 28 ส.ค. 2026)
- Top Brand Visibility Factors in ChatGPT, AI Mode, and AI Overviews (75k Brands Studied) (Ahrefs, Louise Linehan, 12 ธ.ค. 2025)
- Link best practices for Google (Google Search Central, อัปเดต 10 ธ.ค. 2025)
- แนวทางปฏิบัติแนะนำเกี่ยวกับลิงก์สำหรับ Google (ฉบับภาษาไทย) (Google Search Central, ตรวจ 1 พ.ย. 2026)
- Links report (Search Console Help, ตรวจ 1 พ.ย. 2026)
เขียนโดย
แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน
เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY








