
สารบัญ
Copilot SEO คืออะไร ทำยังไงให้ Microsoft Copilot อ้างอิงเว็บเรา
สวัสดีครับ ปุ่ม Copilot อยู่ใน Windows, Edge และ Bing ใกล้มือคนไทยกว่าที่คิด วันนี้แมวส้มขอพาไปแอบดูหลังบ้านว่ามันหยิบคำตอบมาจากไหน Copilot SEO คือการทำเว็บให้ Microsoft Copilot ค้นเจอ ดึงเนื้อหาไปตอบ และแปะลิงก์เว็บคุณเป็นแหล่งอ้างอิง เวลาต้องใช้ข้อมูลจากเว็บ Copilot จะย่อคำถามเป็นคำค้นสั้นๆ แล้วส่งไปค้นที่ Bing งานหลักจึงมี 4 อย่าง คือทำให้หน้าอยู่ในดัชนี Bing ไม่บล็อก Bingbot แจ้งหน้าใหม่ผ่าน IndexNow และวัดผลในรายงาน AI Performance ของ Bing Webmaster Tools
- Copilot ดึงข้อมูลเว็บจาก Bing ไม่ใช่ Google หน้าที่ไม่อยู่ในดัชนี Bing จึงไม่มีสิทธิ์ถูกอ้าง
- ไม่มีบอทชื่อ "Copilot" ให้เปิดปิดแยก คนที่มาอ่านเว็บคือ Bingbot บล็อก Bingbot เมื่อไร หายทั้ง Bing และ Copilot
- meta tag มีผลกับ Copilot ตรงๆ
noarchiveห้าม Copilot เอาเนื้อหาไปตอบ ส่วนnocacheให้ใช้ได้แค่ URL, title และ snippet - IndexNow แจ้ง Bing ได้ทันทีเมื่อเพิ่ม แก้ หรือลบหน้า และแชร์ให้เครื่องมือค้นหาที่ร่วมโปรโตคอลอัตโนมัติ (Google ไม่อยู่ในรายชื่อ)
- รายงาน AI Performance ใน Bing Webmaster Tools (public preview ตั้งแต่ 10 ก.พ. 2026) นับว่าเว็บคุณถูกอ้างใน Copilot กี่ครั้ง พร้อมคำค้นที่ AI ใช้ ใช้ฟรี
Copilot SEO คืออะไร Copilot ดึงข้อมูลจากไหน
Microsoft Copilot ดึงข้อมูลเว็บจาก Bing เอกสาร Microsoft Learn อธิบายว่า เมื่อข้อมูลจากเว็บช่วยให้ตอบดีขึ้น Copilot จะสร้างคำค้นใหม่จากคำถามของผู้ใช้ แล้วส่งไปที่ Bing คำค้นนี้ไม่ใช่ข้อความทั้งก้อน แต่เป็นคำไม่กี่คำที่สรุปมา เอาง่ายๆ คือ Copilot SEO เริ่มที่ SEO บน Bing ก่อนเสมอ
ลองนึกภาพน้องที่ไปห้องสมุดแทนเรา เราเล่ายาวเป็นย่อหน้า น้องจดโน้ตสั้นๆ สองสามคำ แล้วเดินไปค้นในตู้ของห้องสมุดชื่อ Bing ตัวอย่างในเอกสาร Microsoft เอง คำขอให้สรุปข้อมูลบริษัทสมมติชื่อ Fabrikam ถูกแตกเป็นคำค้น Fabrikam strategy กับ Fabrikam financials
ถ้าเป็นภาษาไทย (ตัวอย่างสมมติของแมวส้ม) คนถามว่า “แถวอารีย์มีคลินิกทำฟันที่เปิดวันอาทิตย์ไหม รากฟันเทียมราคาเท่าไร” โน้ตที่ส่งไป Bing น่าจะหน้าตาแนว “คลินิกทันตกรรม อารีย์ เปิดวันอาทิตย์” กับ “ราคารากฟันเทียม” หน้าที่ตอบสองเรื่องนี้ชัดๆ คือตัวเต็งที่จะถูกหยิบ
คำค้นสั้นๆ ที่ AI ใช้ไปหาเนื้อหานี้ Microsoft เรียกว่า grounding query ส่วนการเอาเนื้อหาจากเว็บมายึดคำตอบไว้กับข้อเท็จจริงเรียกว่า grounding คิดง่ายๆ ว่าเป็น “การหาหลักฐานมาแปะ” ก่อนตอบ สองคำนี้จะเจออีกในรายงานของ Bing
ข่าวดีที่แมวส้มชอบมากคือ ทำ Bing ดีครั้งเดียว ได้มากกว่า Copilot ตัวเดียว Bing Webmaster Guidelines ครอบคลุมทั้งผลค้นหา Bing, Copilot และ grounding API ส่วน Bing Search API ที่ปิดไปเมื่อ 11 สิงหาคม 2025 ก็ให้ย้ายไปใช้ Grounding with Bing Search ใน Azure AI Agents แปลว่า AI agent ที่บริษัทต่างๆ สร้างบน Azure ก็ค้นจากดัชนี Bing ชุดเดียวกัน
Copilot แสดงแหล่งอ้างอิงยังไง
Copilot แสดงแหล่งอ้างอิงเป็นลิงก์ที่คลิกได้ ทั้งแทรกในเนื้อคำตอบและรวมไว้ท้ายคำตอบ ลิงก์ชี้ไปที่ URL ของหน้าเว็บ ไม่ใช่แค่ชื่อโดเมน หน้าที่ตอบตรงคำถามจึงได้เครดิต ไม่ใช่หน้าแรกของเว็บ หน้าตาต่างกันนิดหน่อยตาม Copilot แต่ละตัว
| Copilot แบบไหน | แสดงแหล่งอ้างอิงอย่างไร | แหล่งที่ยืนยัน |
|---|---|---|
| AI Overview และ AI Mode ใน Bing (เดิมชื่อ Copilot Search เปิดตัว เม.ย. 2025) | AI Overview เป็นกล่องสรุปบนสุดของผลค้นหา มีลิงก์ให้กดเช็กแหล่ง ส่วน AI Mode เป็นแท็บคุยถามต่อได้ และแสดงรายการแหล่งที่ใช้ทำคำตอบ | Microsoft Bing |
| Copilot app (copilot.com, iOS, Android, Copilot ใน Edge) ปรับเมื่อ พ.ย. 2025 | citation คลิกได้ในคำตอบและท้ายคำตอบ ปุ่ม “Show all” เปิดรายการแหล่งทั้งหมดในแผงขวา | Microsoft Copilot Blog |
| Microsoft 365 Copilot (ฝั่งองค์กร) | แยกหัวข้อ “From the web” และโชว์คำค้นที่ส่งไป Bing จริง (เฉพาะใน Copilot Chat ดูได้ 24 ชั่วโมง) | Microsoft Learn |
แถวสุดท้ายนี่แหละที่สาย B2B ควรตื่นเต้น พนักงานจัดซื้อที่ใช้ Microsoft 365 Copilot หาซัพพลายเออร์ ก็ค้นผ่าน Bing เหมือนกัน ถ้าเว็บโรงงานของคุณไม่อยู่ใน Bing ชื่อคุณก็หลุดจากโต๊ะประชุมของลูกค้าแบบไม่มีใครบอก
หน้าตาจริงบน Bing เป็นแบบภาพข้างล่าง แมวส้มค้น “ล้างแอร์บ่อยแค่ไหน” เมื่อ 20 ต.ค. 2026 แล้วเจอกล่องชื่อ AI Overview ที่มีโลโก้ Copilot นำหน้า ชื่อซ้ำกับของ Google ก็จริง แต่เป็นคนละระบบ Microsoft บอกว่า Copilot Search ถูกแยกเป็น AI Overview กับ AI Mode และทั้งคู่ยังทำงานด้วย Copilot จึงดึงจากดัชนี Bing เหมือนเดิม ลองดูสองจุด จุดแรกคือชิปชื่อเว็บท้ายประโยค อย่าง rak-chang.com +3 เลข +3 คืออีก 3 แหล่งที่รวมอยู่ในชิปเดียวกัน จุดที่สองคือการ์ดแหล่งที่มาด้านขวา ที่ลิงก์ไปถึงหน้าบทความนั้นเลย
วิธีเช็กเองวันนี้: เปิด copilot.com หรือค้นบน bing.com แล้วดูกล่อง AI Overview (หรือกดแท็บ AI Mode ถ้ามีให้เห็น) พิมพ์คำถามภาษาไทยที่ลูกค้าถามจริงสัก 5 ข้อ กดดูรายการแหล่งอ้างอิงทั้งหมด แล้วจดว่าเว็บไหน หน้าไหนถูกอ้าง Microsoft ระบุว่า Copilot ตอบภาษาไทยได้ แต่คำตอบแต่ละรอบเปลี่ยนได้ ถามซ้ำต่างวันก่อนค่อยสรุป
Bingbot คือใคร ทำไมห้ามบล็อก
Bingbot คือบอทหลักของ Bing ที่เดินเก็บหน้าเว็บเข้าดัชนี และเป็นทางเดียวที่เนื้อหาคุณจะไปถึง Copilot หน้า “Which Crawlers Does Bing Use?” ของ Microsoft มีบอท 5 ตัว คือ Bingbot, AdIdxBot, BingPreview, MicrosoftPreview และ BingVideoPreview ไม่มีตัวไหนชื่อ Copilot ต่างจาก OpenAI ที่แยกบอทค้นหากับบอทเทรนเป็นคนละตัว
ใครเคยคิดว่า “อยากอยู่ใน Bing แต่ไม่อยากให้ Copilot ใช้ เดี๋ยวบล็อกใน robots.txt เอา” ไม่แปลกเลย แต่ทางนี้ทำไม่ได้ เขียน User-agent: bingbot ตามด้วย Disallow: / เมื่อไร คุณหายจากทั้งสองที่พร้อมกัน เหมือนปิดประตูร้านเพื่อไล่คนขายประกัน แต่ลูกค้าก็เข้าไม่ได้ด้วย Bing เองก็ใส่การบล็อก Bingbot ไว้ในรายการสิ่งที่ควรเลี่ยง ถ้าอยากคุมเฉพาะฝั่ง AI ใช้ meta tag ในหัวข้อถัดไปแทน
ตรวจว่าเป็น Bingbot ตัวจริง
ชื่อบอทใน log ปลอมกันง่ายพอๆ กับป้ายชื่อบนเสื้อ Microsoft ให้ตรวจสองขา ขาแรกค้น IP กลับเป็นชื่อเครื่อง (reverse DNS) ต้องลงท้ายด้วย search.msn.com ขาที่สองเอาชื่อนั้นค้นกลับ (forward DNS) ต้องได้ IP เดิม
ไม่ถนัด command line ก็ใช้เครื่องมือ Verify Bingbot ใน Bing Webmaster Tools หรือฉบับสาธารณะที่ bing.com/toolbox/verify-bingbot ได้ ใครตั้ง firewall ให้ผ่านตาม IP ใช้ไฟล์ bing.com/toolbox/bingbot.json และดึงใหม่ทุกวัน เพราะ Microsoft บอกว่าเปลี่ยนได้ตลอด เทียบกับบอท AI ค่ายอื่นได้ใน AI Crawler คืออะไร ตั้ง robots.txt ยังไง
meta tag ที่คุม Copilot: noindex, noarchive, nocache, nosnippet
Bing ให้เจ้าของเว็บคุมการใช้เนื้อหาใน Copilot ผ่าน meta robots ไม่ใช่ robots.txt ข้อ 10 ของ Bing Webmaster Guidelines เขียนชัดว่า robots.txt คุมแค่ว่าบอทเดินเข้าได้ไหม ไม่ได้คุมว่าจะถูกเก็บเข้าดัชนีหรือไม่ แล้วแยกผลของแต่ละคำสั่งไว้ตามตารางนี้
| คำสั่ง | ผลใน Bing | ผลใน Copilot และ grounding |
|---|---|---|
noindex |
ไม่แสดงในผลค้นหา Bing | ไม่ถูกใช้ใน Copilot และ grounding API เลย |
noarchive |
ยังติดผลค้นหาได้ | เนื้อหาไม่ถูกใช้ในคำตอบ Copilot และ grounding |
nocache |
ยังติดผลค้นหาได้ | Copilot ใช้ได้แค่ URL, title และ snippet citation ตื้นลง |
nosnippet / data-nosnippet |
ไม่แสดงคำบรรยาย (หรือเฉพาะส่วนที่ครอบ) | Bing เตือนว่าอาจลดคุณภาพ citation ใน Copilot |
สรุปให้เลย noarchive คือป้าย “ห้ามเอาไปเล่าต่อ” ส่วน nocache คือ “ให้ดูแค่หน้าปกหนังสือ” อยากให้ Copilot อ้างคุณเต็มๆ อย่าใส่สองตัวนี้ในหน้าที่อยากถูกอ้าง Bing เองก็เขียนว่าให้เลี่ยง NOCACHE กับเนื้อหาที่ตั้งใจให้ Copilot ใช้
หน้าบทความทั่วไปไม่ต้องใส่อะไรเลย ส่วนหน้าคอร์สเสียเงินที่อยากติด Bing แต่ไม่อยากให้ AI เอาเนื้อหาไปเล่าฟรี ใส่แบบนี้ได้
วิธีเช็กเอง: เปิดหน้าสำคัญ 5 หน้า กด Ctrl+U แล้วค้นคำว่า noarchive กับ nocache ธีมหรือปลั๊กอินบางตัวแอบใส่ noarchive ทั้งเว็บโดยเจ้าของไม่รู้ตัว เจอในหน้าที่อยากถูกอ้างเมื่อไร เอาออกเลย
IndexNow คืออะไร ช่วยให้ Copilot เห็นหน้าใหม่เร็วขึ้นยังไง
IndexNow คือโปรโตคอลเปิดที่ให้เว็บแจ้งเครื่องมือค้นหาทันทีเมื่อมี URL ถูกเพิ่ม แก้ หรือลบ แทนที่จะนั่งรอบอทวนมาเจอเอง แนวทางของ Bing ตั้งหัวข้อว่า “Notify Bing and Copilot quickly when URLs Change” เพราะการแจ้งเร็วช่วยลดโอกาสที่ Copilot ไปอ้าง URL เก่าหรือข้อมูลที่ไม่จริงแล้ว
นึกภาพร้านข้าวมันไก่ที่เพิ่งขึ้นราคาจาก 50 เป็น 60 บาท ถ้า Copilot ยังจำเมนูเก่า มันจะบอกลูกค้าว่า 50 แล้วคนที่โดนบ่นหน้าร้านคือคุณ IndexNow ก็คือการทักไปบอก Bing ว่า “เมนูเปลี่ยนแล้วนะ มาอ่านใหม่ได้เลย”
ไฟล์รายชื่อบน indexnow.org ณ 19 ต.ค. 2026 มี Bing, Yandex, Seznam, Naver, Yep, Internet Archive และ Amazonbot ส่งให้เจ้าเดียว เจ้าอื่นได้ด้วย เพราะผู้ร่วมโปรโตคอลตกลงแชร์ URL กันอัตโนมัติ เหมือนส่งข้อความในแชตกลุ่มห้องทีเดียวแล้วทุกคนเห็น ส่วน Google ไม่อยู่ในกลุ่มนี้ ฝั่ง Google ยังใช้ sitemap และ Search Console ตามเดิม
IndexNow ไม่ได้มาแทน sitemap FAQ ของ IndexNow บอกให้ใช้คู่กัน IndexNow เหมือนกริ่งหน้าบ้านที่กดทันทีเมื่อมีของใหม่ ส่วน sitemap คือสมุดรายชื่อห้องทั้งบ้านที่บอทเปิดดูได้ตลอด แนวทางของ Bing ขอให้ sitemap มีแต่ URL หลัก (canonical) และมีวันที่แก้ไขล่าสุด (lastmod) ที่ตรงความจริง
ตั้งค่า IndexNow ด้วยมือ 4 ขั้น
- สร้าง key ยาว 8-128 ตัวอักษร ใช้ได้แค่ a-z, A-Z, 0-9 และขีด (-) เช่น
3f9c2a7e5b1d4c8aคิดซะว่าเป็นรหัสยืนยันว่าเว็บนี้เป็นของคุณจริง - วางไฟล์ key ชื่อ
3f9c2a7e5b1d4c8a.txtที่ root ของเว็บ ข้างในมีแค่ key เข้ารหัส UTF-8 เปิดลิงก์ไฟล์จากเบราว์เซอร์แล้วต้องเห็น key - ส่ง URL เดียว ด้วยการเปิดลิงก์แบบนี้ หรือยิงด้วย curl ก็ได้คัดลอก
- ส่งทีละหลาย URL ด้วย POST แบบ JSON ได้สูงสุด 10,000 URL ต่อครั้งคัดลอก
อ่านผลจากรหัสที่ตอบกลับมา จำไว้ข้อเดียวว่า 200 แปลว่า “รับเรื่องแล้ว” ไม่ได้แปลว่าเข้าดัชนีแล้ว
| Status | ความหมาย | ต้องทำอะไร |
|---|---|---|
| 200 | ส่งสำเร็จ | รอ Bing ตัดสินใจมาเก็บหน้า |
| 202 | รับแล้ว รอตรวจ key | ให้ไฟล์ key เปิดได้ตลอด |
| 400 | รูปแบบคำขอผิด | เช็ก JSON และการ encode URL |
| 403 | key ไม่ถูก หรือหาไฟล์ key ไม่เจอ | เปิดไฟล์ key จากเบราว์เซอร์ดูว่าขึ้นจริง |
| 422 | URL ไม่ใช่ของ host นี้ หรือ key ไม่ตรง | อย่าส่ง URL ข้ามโดเมนในคำขอเดียว |
| 429 | ส่งถี่เกิน ถูกมองว่าอาจเป็นสแปม | ส่งเฉพาะหน้าที่เปลี่ยนจริง |
สาย WordPress สบายกว่านั้นอีก ทีม Bing Webmaster Tools ดูแลปลั๊กอิน IndexNow Plugin บน WordPress.org (เวอร์ชัน 1.0.4 อัปเดต มิ.ย. 2026) ที่ส่ง URL ให้เองเมื่อเผยแพร่หรือแก้โพสต์ และ FAQ ของ indexnow.org ระบุว่า Cloudflare มี IndexNow ในตัว เลือกทางเดียวพอ เปิดหลายทางพร้อมกันอาจส่งซ้ำ
Bing Webmaster Tools AI Performance ดูอะไรได้บ้าง
AI Performance คือรายงานใน Bing Webmaster Tools ที่บอกว่าเว็บคุณถูกอ้างในคำตอบ AI ของ Microsoft กี่ครั้ง หน้าไหน และจากคำค้นอะไร Microsoft เปิดเป็น public preview เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ครอบคลุม Microsoft Copilot, AI summary ในผลค้นหา Bing และพาร์ตเนอร์บางราย (ไม่ได้บอกชื่อ) อันนี้แหละที่แมวส้มตื่นเต้นที่สุดในบทความนี้ เพราะมันนับ “การถูกอ้าง” ตรงๆ ส่วนรายงานของ Google นับแค่ impressions
ตัวเลขชุดแรกมี 5 ตัว อ่านง่ายกว่าที่คิด ไล่ดูในตารางได้เลย
| ตัวชี้วัด | บอกอะไร | ข้อจำกัดที่ Bing เขียนไว้ |
|---|---|---|
| Total Citations | จำนวนครั้งที่เว็บคุณถูกแสดงเป็นแหล่งอ้างอิง | ไม่บอกตำแหน่งในคำตอบ |
| Average Cited Pages | จำนวนหน้าไม่ซ้ำที่ถูกอ้างเฉลี่ยต่อวัน | ไม่ได้บอกอันดับหรือความน่าเชื่อถือ |
| Grounding queries | คำค้นที่ AI ใช้ดึงเนื้อหาที่ถูกอ้าง | เป็นข้อมูลตัวอย่าง ไม่ใช่ทั้งหมด |
| Page-level citation activity | จำนวน citation รายหน้า | บอกความถี่ ไม่ได้บอกความสำคัญ |
| Visibility trends | กราฟการถูกอ้างตามเวลา | รวมทุกช่องทาง AI ที่รองรับ |
หลังเปิดตัวรายงานนี้ได้ของเล่นใหม่เรื่อยๆ ทุกอย่างยังติดป้าย preview หรือ beta วันที่ 23 มีนาคม 2026 เพิ่มการจับคู่คำค้นกับหน้า คลิกคำค้นแล้วเห็นหน้าที่ถูกอ้าง หรือคลิกหน้าแล้วเห็นคำค้น วันที่ 16 มิถุนายน 2026 เพิ่ม Intents (จัดคำค้นเป็นกลุ่มเจตนา เช่น หาข้อมูล เทียบก่อนซื้อ หาร้านใกล้ตัว), Topics, Citation Share (สัดส่วน citation ของคุณเทียบกับทั้งหมดของคำค้นนั้น) และ Compare (เทียบ 30 วันล่าสุดกับ 30 วันก่อน) ล่าสุด 13 ตุลาคม 2026 เพิ่ม Topics Portfolio (beta) ที่โชว์ Opportunity Queries หรือคำค้นที่เว็บอื่นถูกอ้างแต่เว็บคุณยังไม่ถูก เหมือนได้ลิสต์การบ้านมาฟรีๆ Microsoft ย้ำว่า Citation Share เป็นตัวเลขไว้สังเกต ไม่ใช่อันดับ และไม่เปิดชื่อคู่แข่ง
เริ่มใช้ภายใน 10 นาที
- เข้า bing.com/webmasters ล็อกอินด้วยบัญชี Microsoft, Google หรือ Facebook (ใช้ฟรี)
- เลือก Import จาก Google Search Console ถ้ามีอยู่แล้ว เว็บจะยืนยันตัวตนอัตโนมัติและดึง sitemap มาด้วย ครั้งละไม่เกิน 100 เว็บ ถ้าไม่มีให้เพิ่มเองแล้วยืนยันด้วยไฟล์ BingSiteAuth.xml, meta tag หรือ DNS
- รอข้อมูลขึ้น Bing บอกว่าโดยทั่วไปใช้ราว 48 ชั่วโมงหลังเพิ่มเว็บ
- เปิดเมนู AI Performance ดู Total Citations ก่อน แล้วไล่แท็บ Grounding Queries กับ Pages ว่าหน้าไหนถูกอ้างด้วยคำค้นอะไร
- จดตัวเลขตั้งต้นลงชีต แล้วใช้ Compare ดูผลหลังปรับหน้า 30 วัน
ตัวเลขเป็นศูนย์อย่าเพิ่งใจหาย อาจแปลว่าหน้ายังไม่อยู่ใน Bing เพิ่งเพิ่มเว็บไม่ถึง 48 ชั่วโมง หรืออยู่แล้วแต่ยังไม่ถูกเลือก เช็กแบบแรกก่อนด้วยการค้น site:example.co.th บน bing.com และใช้ URL Inspection ใน Bing Webmaster Tools ฝั่งทราฟฟิก GA4 มีช่อง AI Assistant ที่ Google ยกตัวอย่าง Copilot เป็นหนึ่งในแหล่ง วิธีวัดภาพรวมทุกแพลตฟอร์มอยู่ใน AI Visibility วัดยังไง
เขียนเนื้อหายังไงให้ Copilot อ้างอิง
Copilot เลือกอ้างหน้าที่ Bing อ่านแล้วตรวจสอบได้ในตัวเอง ไม่ต้องเดา ไม่ต้องไปเปิดหน้าอื่นประกอบ แนวทางของ Bing มีหลายข้อพูดเรื่องนี้ตรงๆ แมวส้มคัดมา 5 ข้อที่แก้ได้วันนี้
- เขียนข้อเท็จจริงให้ชัดบนหน้า Bing ขอให้ “Facts and definitions are explicit” ก่อนแก้: “ราคาสบายกระเป๋า สอบถามทางไลน์” หลังแก้: “รากฟันเทียม 1 ซี่ ราคาเริ่มต้น 45,000 บาท รวมครอบฟัน (ราคา ต.ค. 2026)” ตัวเลขนี้สมมติ ใส่ราคาจริงของคุณ
- ตอบก่อน เล่าทีหลัง Bing ให้เลี่ยงบทนำยาวก่อนเข้าเรื่อง ย่อหน้าแรกตอบคำถามหลักให้จบ เหมือนเพื่อนถามทางแล้วเราชี้ก่อน ค่อยเล่าว่าร้านไหนอร่อย
- หนึ่ง URL หนึ่งเรื่อง หน้า “บริการทั้งหมดของคลินิก” สู้หน้า “รากฟันเทียม ราคา ขั้นตอน พักฟื้นกี่วัน” ไม่ได้ เวลามีคนถามเรื่องรากฟันเทียม
- เรียกชื่อให้เหมือนกันทุกที่ ชื่อแบรนด์ ชื่อแพทย์ ชื่อสาขา สะกดแบบเดียวทุกหน้า Bing เรียกเรื่องนี้ว่าการนิยาม entity ให้คงที่ ลงลึกต่อได้ใน Entity SEO
- รูปช่วยเสริม ไม่ใช่แทนข้อความ ตารางราคาที่เป็นรูปอย่างเดียว Bing บอกว่าไม่ควรเป็นแหล่งข้อมูลเดียว ใส่ตาราง HTML คู่กันพร้อม alt text ประกาศ AI Performance ยังเขียนเองว่าหัวข้อ ตาราง และ FAQ ที่ชัดช่วยให้ข้อมูลสำคัญถูกหยิบได้ง่าย
เรื่อง structured data Bing พูดไว้แบบระวังว่า “may support clearer grounding” แต่ไม่รับประกันการถูกอ้าง และ markup ต้องตรงกับที่เห็นบนหน้า ส่วน llms.txt ไม่ปรากฏใน Bing Webmaster Guidelines เลย ณ วันที่ตรวจ ทำได้ไม่เสียหาย แต่อย่าหวังผลกับ Copilot อ่านต่อได้ที่ Schema สำหรับ AI Search และ llms.txt คืออะไร
เช็กลิสต์ Copilot SEO ทำได้ในวันเดียว
เวลาน้อย ไล่ตารางนี้จากบนลงล่างได้เลย ข้อบนๆ คือ “ประตู” ถ้าประตูยังปิด ข้อล่างทำไปก็ไม่มีใครเห็น ภาพรวมการเตรียมเว็บให้ AI ทุกเจ้าอยู่ใน เช็กลิสต์ AI SEO
| ลำดับ | เช็กอะไร | ทำที่ไหน | ผ่านถ้าเห็นอะไร |
|---|---|---|---|
| 1 | robots.txt ไม่บล็อก Bingbot | robots.txt tester ใน Bing Webmaster Tools | ไม่มีกฎ bingbot ที่ Disallow หน้าสำคัญ |
| 2 | Bingbot ไม่โดน firewall | server log กรองคำว่า bingbot | ส่วนใหญ่ได้ 200 ไม่ใช่ 403 หรือ 429 |
| 3 | หน้าอยู่ในดัชนี Bing | ค้น site:โดเมนคุณ บน bing.com และ URL Inspection | หน้าสำคัญขึ้นครบ |
| 4 | ไม่มี noarchive หรือ nocache | Ctrl+U ในหน้าที่อยากถูกอ้าง | ไม่พบสองคำนี้ใน meta robots |
| 5 | IndexNow ทำงาน | ปลั๊กอินหรือส่งเอง แล้วดูเมนู IndexNow ใน Bing Webmaster Tools | ได้ 200 หรือ 202 |
| 6 | มีตัวเลขตั้งต้น | AI Performance | จด Total Citations และคำค้น 10 อันดับแรกแล้ว |
คำถามที่พบบ่อย
แหล่งอ้างอิง
- Bing Webmaster Guidelines โดย Microsoft Bing (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
- Introducing Topics Portfolio (Beta) in AI Performance โดย Microsoft Bing Webmaster Blog (13 ต.ค. 2026)
- New AI Visibility Insights in Bing Webmaster Tools: Intents, Topics, Citation Share, Compare โดย Microsoft Bing Blogs (16 มิ.ย. 2026)
- The AI Performance dashboard: your view into where your brand appears across the AI web โดย Microsoft Advertising Blog (23 มี.ค. 2026)
- Introducing AI Performance in Bing Webmaster Tools Public Preview โดย Microsoft Bing Webmaster Blog (10 ก.พ. 2026)
- Data, privacy, and security for web search in Microsoft 365 Copilot and Microsoft Copilot โดย Microsoft Learn (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
- Bringing the best of AI search to Copilot โดย Microsoft Copilot Blog (7 พ.ย. 2025)
- Search with AI: AI Overview และ AI Mode บน Bing โดย Microsoft (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
- Introducing Copilot Search in Bing โดย Microsoft Bing Blogs (เม.ย. 2025)
- Which Crawlers Does Bing Use? และ Verifying Bingbot โดย Bing Webmaster Tools Help (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
- IndexNow Documentation และ IndexNow FAQ โดย IndexNow.org (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
- Bing Search API retirement โดย Microsoft Learn
- Supported regions and languages in Microsoft Copilot โดย Microsoft Support (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
- [GA4] Default channel group โดย Google Analytics Help (ตรวจเมื่อ 19 ต.ค. 2026)
เขียนโดย
แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน
เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY












