ตรวจ GEO เอง 7 ด่านจบ - แมวส้ม SEO

สารบัญ

AI SEO Audit คืออะไร ตรวจ GEO เองทีละด่าน พร้อมวิธีให้คะแนนและจัดลำดับแก้

·ตุลาคม 20, 2026·AI SEO·

สวัสดีครับ วันนี้แมวส้มชวนพาเว็บไปตรวจสุขภาพก่อนรีบกินยาตามที่เพื่อนในฟีดแนะนำ AI SEO audit คือการตรวจเว็บทีละชั้นว่า AI Search เข้าเว็บคุณได้ไหม อ่านเนื้อหาเจอไหม รู้ไหมว่าคุณเป็นใคร และหยิบเว็บคุณไปตอบบ่อยแค่ไหน แมวส้มแบ่งเป็น 7 ด่าน ให้คะแนน 0-2 พร้อมหลักฐาน แล้วจัดลำดับแก้ด้วยผลกระทบคูณความง่าย ทำเองได้ใน 1-2 วันด้วยเครื่องมือฟรี

AI SEO audit คืออะไร ต่างจาก SEO audit และเช็กลิสต์ยังไง

AI SEO audit หรือที่หลายคนเรียกว่า GEO audit คือ SEO audit ที่เพิ่มคำถามอีกชุด คือ “AI อ่านและอ้างอิงเราได้ไหม” ฐานยังเป็น SEO เหมือนเดิม เพราะคู่มือ Optimizing your website for generative AI features ของ Google (อัปเดต 10 ก.ค. 2026) ระบุว่าหน้าต้องถูก index และแสดง snippet ได้ก่อน ส่วนที่เพิ่มคือบอทค่ายอื่น HTML ดิบ และการวัดว่า AI พูดถึงเราไหม

ใครงงว่า audit กับ checklist ต่างกันยังไง ไม่แปลกเลย เอาง่ายๆ คือเช็กลิสต์เหมือนส่องกระจกก่อนออกจากบ้าน ส่วน audit คือตรวจสุขภาพประจำปี ได้ผลเลือดเป็นตัวเลข แล้วหมอบอกว่าอะไรต้องรักษาก่อน

SEO audit ทั่วไป AI SEO checklist AI SEO audit (หน้านี้)
คำถามหลัก Google crawl, index, จัดอันดับเราได้ไหม ต้องเช็กอะไร เช็กยังไง ทำครบหรือยัง แต่ละด่านแย่แค่ไหน มีหลักฐานอะไร ควรแก้อะไรก่อน
ผลลัพธ์ รายการปัญหาเทคนิค ผ่าน ไม่ผ่าน หรือไม่เกี่ยว คะแนนต่อด่าน หลักฐาน baseline และแผนแก้ที่มีเจ้าของงาน
หลักฐาน ผลจากเครื่องมือ crawl ไม่บังคับ ทุกคะแนนต้องแนบ

7 ด่านเรียงจากพื้นฐานไปหาการวัดผล ด่านต้นไม่ผ่าน ด่านหลังก็ช่วยไม่ได้ เหมือนแต่งร้านสวยแค่ไหน ถ้าประตูล็อกอยู่ ลูกค้าก็เข้าไม่ได้ วิธีเช็กละเอียดแมวส้มลิงก์ไปให้แทนการเขียนซ้ำ มือใหม่อ่าน คู่มือ AI SEO ก่อนได้

7 ด่านของ AI SEO audit แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เทคนิค (bot access, rendering) เนื้อหาและตัวตน (answer block, entity, schema) และวัดผล (baseline AI visibility, ระบบวัดผล) ด่าน 1-2 ได้ 0 ต้องแก้ก่อน
7 ด่านของ AI SEO audit แบ่งเป็น 3 กลุ่ม เทคนิค (bot access, rendering) เนื้อหาและตัวตน (answer block, entity, schema) และวัดผล (baseline AI visibility, ระบบวัดผล) ด่าน 1-2 ได้ 0 ต้องแก้ก่อน

เตรียมก่อนตรวจ เลือกหน้า ชุดคำถาม และชีตให้คะแนน

audit ที่ดีไม่ต้องตรวจทุกหน้า เว็บ SME ตรวจ 10-15 หน้าก็เห็นปัญหาเกือบหมด เพราะหน้าที่ใช้ template เดียวกัน (แม่แบบหน้าเว็บ เหมือนแม่พิมพ์ขนมครก) มักป่วยแบบเดียวกันทั้งถาด เตรียม 4 อย่างนี้ก่อน

  1. เลือกหน้าตัวอย่าง หน้าแรก หน้าเกี่ยวกับเรา หน้าติดต่อ หน้าที่ทำเงิน 5 หน้า และบทความคลิกสูงสุด 5 หน้าจาก Search Console
  2. เขียนชุดคำถาม 20 ข้อ ที่ลูกค้าจะพิมพ์ถาม AI จริง เช่น “ร้านเค้กวันเกิดส่งด่วนในบางนา ร้านไหนดี” ใช้ในด่าน 3 และ 6 และห้ามเปลี่ยนจนตรวจซ้ำเสร็จ
  3. สร้างชีตบันทึก หนึ่งแถวต่อหนึ่งด่านต่อหนึ่ง URL ตามหัวคอลัมน์ด้านล่าง
  4. ตั้งโฟลเดอร์หลักฐาน ตั้งชื่อไฟล์ ด่าน-URL-วันที่ เช่น 1-cake-2026-10-19.png รอบหน้าจะได้เปิดเจอทันที
คัดลอก

คอลัมน์ “สิ่งที่เห็น” สำคัญกว่าคะแนนนะ เขียนแค่ “ไม่ผ่าน” อีกสามเดือนคุณจะเกาหัวว่าตกเพราะอะไร

ด่าน 1-2 เทคนิค บอท AI เข้าได้ไหม และอ่านเนื้อหาเจอไหม

สองด่านแรกพิสูจน์เรื่องเดียว คือ AI มีโอกาสเห็นเนื้อหาคุณหรือเปล่า บอทโดนบล็อก หรือเนื้อหาโผล่หลังรัน JavaScript เท่านั้น บทความดีแค่ไหน AI บางค่ายก็มองไม่เห็น

ด่าน 1 bot access พิสูจน์ว่าไม่มีใครปิดประตูใส่บอทค้นหา

ด่าน 1 พิสูจน์ว่าบอทค้นหาของ AI เข้าหน้าสำคัญได้จริง ประตูมีสามบาน คือ robots.txt (ป้ายหน้าบ้าน), firewall หรือ CDN (รปภ. หน้าหมู่บ้าน) และสวิตช์ Search generative AI ใน Search Console ที่ต้องเป็น Include ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้น ตามหน้าช่วยเหลือของ Google บอทค้นหาอย่าง OAI-SearchBot, PerplexityBot, Claude-SearchBot, Googlebot และ Bingbot ต้องเข้าได้ ส่วน GPTBot กับ ClaudeBot เป็นบอทเก็บข้อมูลไปเทรน บล็อกได้ไม่หักคะแนน ตารางบอทเต็มอยู่ใน AI Crawler คืออะไร

หลักฐานมี 3 ชิ้น คือภาพ robots.txt, ภาพหน้า Settings ใน Search Console และ log หรือแดชบอร์ด AI Crawl Control ของ Cloudflare ว่าบอทได้ status อะไร ทดสอบเร็วคือเปิด https://โดเมนคุณ/robots.txt แล้วหา Disallow: / ใต้ User-agent: * หรือใต้ชื่อบอทค้นหา วิธียิงทดสอบ firewall และอ่าน log อยู่ใน วิธีเช็กว่าบอท AI อ่านเว็บคุณได้ครบไหม

ด่าน 2 rendering พิสูจน์ว่าเนื้อหาหลักอยู่ใน HTML ดิบ

ด่าน 2 พิสูจน์ว่าข้อมูลที่ลูกค้าถามบ่อย เช่น ราคาและเวลาเปิดปิด อยู่ใน HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งมาตั้งแต่แรก rendering คือการรัน JavaScript ประกอบหน้าให้ครบ นึกถึงโต๊ะ IKEA HTML ดิบคือกล่องที่ส่งมา บอทที่ไม่ประกอบจะเห็นแค่ของในกล่อง

ณ ต.ค. 2026 หลักฐานมาจากการวัดของคนนอก ยังไม่มีค่ายไหนเขียนเรื่องนี้ในเอกสารทางการ Vercel กับ MERJ (ธ.ค. 2024) พบว่า GPTBot, ClaudeBot และ PerplexityBot ไม่รัน JavaScript ส่วน Resoneo (ม.ค. 2026) และ Advanced Web Ranking (ส.ค. 2026) พบว่าตอนดึงหน้าสด ChatGPT, Claude และ Gemini อ่านแค่ HTML ดิบ Googlebot ที่ทำ index ให้ Search รัน JavaScript ได้ แต่ Gemini ตอนดึงหน้าสดยังไม่แน่ ตารางเต็มอยู่ใน บอท AI ตัวไหนรัน JavaScript ได้บ้าง

เพราะผลยังแกว่ง แมวส้มจึงให้คะแนนจาก HTML ดิบเท่านั้น ทดสอบเร็วคือนับว่าตัวเลขสำคัญ เช่น ราคา “1,290” อยู่ใน HTML ดิบกี่ครั้ง ผลคำสั่งนี้คือหลักฐาน

คัดลอก

ได้ 0 แปลว่าราคาถูก JavaScript เติมทีหลัง ด่านนี้ได้ 0 ทันที ฝั่ง Google ใช้ URL Inspection ใน Search Console กด Test live URL แล้ว View tested page ดูแท็บ HTML

ด่าน 3-5 เนื้อหาและตัวตน answer block, entity, schema

สามด่านนี้พิสูจน์ว่าเมื่อ AI อ่านหน้าได้แล้ว มันหยิบคำตอบที่ถูกไป และรู้ว่าเป็นของแบรนด์ไหน พลาดตรงนี้ AI อาจไปยกคู่แข่งแทน

ด่าน 3 answer block พิสูจน์ว่าคำตอบอยู่ต้นหน้า ไม่ต้องขุด

ด่าน 3 พิสูจน์ว่าหน้าที่ควรตอบคำถามลูกค้า ตอบได้ในสองย่อหน้าแรก answer block คือย่อหน้าที่ตอบจบในตัว เหมือนเมนูร้านข้าวมันไก่ที่เขียนว่า “ธรรมดา 50 พิเศษ 60” อ่านปุ๊บรู้ปั๊บ แต่ไม่ต้องหั่นเนื้อหาเป็นชิ้นจิ๋ว คู่มือ Google เขียนไว้ว่าไม่จำเป็น

หลักฐานคือสองย่อหน้าแรกวางคู่กับคำถามที่หน้านั้นควรตอบ ตัวอย่างสมมติ หน้าเค้กชิฟฟ่อนเปิดว่า “เค้กของเราทำด้วยความใส่ใจทุกขั้นตอน…” ได้ 0 เพราะไม่รู้ราคา ถ้าเปิดว่า “เค้กชิฟฟ่อนใบเตย 1 ปอนด์ ราคา 1,290 บาท สั่งก่อน 10 โมงส่งวันเดียวกัน” ได้ 2 วิธีเขียนย่อหน้าแรกให้ตอบจบอยู่ใน เช็กลิสต์หมวดเนื้อหา

ด่าน 4 entity พิสูจน์ว่าข้อมูลแบรนด์ตรงกันทุกที่

ด่าน 4 พิสูจน์ว่า AI ได้ข้อมูลแบรนด์ชุดเดียวกันจากทุกแหล่ง entity คือ “ตัวตน” ที่ระบบเข้าใจว่าเป็นสิ่งเดียวกัน เช่น แบรนด์หรือสถานที่ นึกถึงเพื่อนในแชตกลุ่มห้องที่เปลี่ยนชื่อโปรไฟล์ทุกอาทิตย์ สักพักทุกคนก็งงว่าใครเป็นใคร AI ก็งงแบบเดียวกัน

หลักฐานมี 2 ชิ้น คือตารางเทียบชื่อ ที่อยู่ เบอร์ และเวลาเปิดปิด หนึ่งแถวต่อหนึ่งแหล่ง (เว็บ, Google Business Profile, Facebook, LINE OA) และภาพคำตอบเมื่อถาม AI ว่า “ร้าน [ชื่อคุณ] เปิดกี่โมง เบอร์อะไร” พร้อมลิงก์ที่มันอ้าง ซึ่งมักพาไปเจอข้อมูลเก่าค้าง วิธีทำให้ entity แข็งแรงอยู่ใน Entity SEO คืออะไร

ด่าน 5 schema พิสูจน์ว่าฉลากถูก และตรงกับของจริง

ด่าน 5 พิสูจน์ว่า structured data ไม่มี error และพูดตรงกับที่หน้าเขียน schema คือโค้ด JSON-LD ที่บอกเครื่องว่าหน้านี้คืออะไร เหมือนฉลากหลังกล่องนม Google บอกว่าไม่ต้องมี schema พิเศษเพื่อ AI ด่านนี้จึงตรวจความถูก ไม่ตรวจว่ามีครบทุกแบบ หลักฐานคือภาพผลจาก Schema Markup Validator หรือ Rich Results Test

คัดลอก

ทดสอบเร็วคือเอา name กับ telephone จากตัวอย่างสมมติด้านบนไปเทียบกับตารางด่าน 4 ไม่ตรงให้ 0 ทันที เพราะฉลากกำลังยืนยันข้อมูลผิด ไม่มี FAQPage ไม่หักคะแนน เพราะ Google หยุดแสดง FAQ rich result ตั้งแต่ 7 พ.ค. 2026 markup ที่คุ้มทำอยู่ใน Schema สำหรับ AI Search

ด่าน 6-7 วัดผล baseline AI visibility และระบบวัดผลหลังแก้

สองด่านสุดท้ายไม่ได้ตรวจตัวเว็บ แต่พิสูจน์ว่าคุณรู้ว่ายืนตรงไหน และรู้ว่าแก้แล้วดีขึ้นจริง ข้ามไป audit จะจบด้วยประโยค “รู้สึกว่าดีขึ้นนะ” ซึ่งหัวหน้าไม่ขำแน่

ด่าน 6 baseline พิสูจน์ว่ามีตัวเลข “ก่อนแก้” ไว้เทียบ

baseline คือรูปถ่าย “ก่อน” ในโฆษณาลดน้ำหนัก ไม่มีรูปนี้ก็ไม่มีใครเชื่อรูป “หลัง” หลักฐานชิ้นแรกคือชีตผลยิงชุดคำถาม 20 ข้อบน ChatGPT, Gemini, Perplexity และ Google AI Mode ข้อละ 3 รอบ จดว่ามีชื่อแบรนด์ ลิงก์ และข้อมูลถูกไหม ต้องยิงซ้ำเพราะ SparkToro (27 ม.ค. 2026) ให้อาสาสมัครราว 600 คนยิง prompt เดิมรวม 2,961 ครั้ง พบว่าโอกาสได้รายชื่อชุดเดิมซ้ำต่ำกว่า 1 ใน 100 (ยังไม่ผ่าน peer review) จึงควรวัดเป็นเปอร์เซ็นต์การปรากฏ

ตัวเลขจากแพลตฟอร์มคือหลักฐานชิ้นที่สอง Generative AI performance report ใน Search Console ให้ impressions (จำนวนครั้งที่ลิงก์เราโผล่ให้คนเห็น) จาก AI Overviews และ AI Mode รวมกัน แยกตามหน้าและวันได้ แต่ไม่มีคลิกและคำค้น ฝั่ง Bing Webmaster Tools มีรายงาน AI Performance แบบ public preview ตั้งแต่ 10 ก.พ. 2026 อันนี้แหละที่แมวส้มชอบที่สุด เพราะบอกจำนวน citation ใน Copilot และ AI summary ของ Bing พร้อม grounding queries คือคำที่ AI ใช้ค้นก่อนหยิบหน้าเราไป

ภาพตัวอย่างรายงาน AI Performance ใน Bing Webmaster Tools จากประกาศของ Bing แสดงช่อง Total Citations, Avg. Cited Pages และแท็บ Grounding Queries
ภาพตัวอย่างรายงาน AI Performance ใน Bing Webmaster Tools จากประกาศของ Bing แสดงช่อง Total Citations, Avg. Cited Pages และแท็บ Grounding Queries

Bing ประกาศเมื่อ 16 มิ.ย. 2026 ว่าทยอยเปิด Citation Share (สัดส่วน citation ของเว็บเราจาก citation ทั้งหมดของ grounding query เดียวกัน) และ Compare (เทียบช่วงเวลา) แบบ preview ให้แคป Total Citations กับ 10 grounding queries แรกพร้อม Citation Share ของแต่ละคำ วิธีวัดละเอียดอยู่ใน AI Visibility คืออะไร

ด่าน 7 measurement พิสูจน์ว่าระบบวัดผลพร้อมก่อนแก้

ด่านนี้ตรวจ 4 ข้อ ข้อแรก ยืนยันเจ้าของ Search Console และ Bing Webmaster Tools ข้อสอง GA4 เห็นช่อง AI Assistant ซึ่ง หน้าช่วยเหลือ GA4 ระบุว่ารวม ChatGPT, Gemini, Copilot แต่ AI Overviews กับ AI Mode ถูกนับใน Organic Search ข้อสาม มี custom channel group สำรองแบบ Source matches regex เพราะ Search Engine Journal รายงาน (15 ก.ค. 2026) ว่า Perplexity ยังตกไป Referral ข้อสี่ มีไฟล์จดวันที่แก้ไว้เทียบกับกราฟ

หน้าช่วยเหลือ GA4 ระบุว่าช่อง AI Assistant รวม ChatGPT, Gemini, Copilot แต่ไม่รวม AI Overviews และ AI Mode ซึ่งถูกนับในช่อง Organic Search
หน้าช่วยเหลือ GA4 ระบุว่าช่อง AI Assistant รวม ChatGPT, Gemini, Copilot แต่ไม่รวม AI Overviews และ AI Mode ซึ่งถูกนับในช่อง Organic Search

channel group คือการจัดลิ้นชักให้ทราฟฟิก regex พร้อมก็อปอยู่ใน เช็กลิสต์หมวดวัดผล ทดสอบเร็วคือเปิด GA4 > Reports > Realtime ให้เพื่อนกดลิงก์เว็บคุณจากคำตอบ ChatGPT ควรเห็น source เป็น chatgpt.com ในไม่กี่นาที แคปไว้

เกณฑ์ให้คะแนน AI SEO audit ครบ 7 ด่าน ได้ 2, 1 หรือ 0 เมื่อไร

ทุกด่านใช้เกณฑ์เดียวกัน 2 คือผ่านครบ, 1 คือผ่านบางส่วนหรือบางหน้า, 0 คือไม่ผ่าน กฎเหล็กของแมวส้มคือไม่มีหลักฐาน ให้ 0 ไว้ก่อน เพราะรอบหน้าคนตรวจอาจเป็นคนละคน ด่าน 1, 2, 3 และ 5 ให้ทีละ URL ส่วนด่าน 4, 6 และ 7 ให้ครั้งเดียวทั้งเว็บ ตารางนี้คือหัวใจของหน้านี้ พิมพ์แปะข้างจอได้เลย

ด่าน หลักฐานที่ต้องแนบ ได้ 2 เมื่อ ได้ 1 เมื่อ ได้ 0 เมื่อ
1 Bot access ภาพ robots.txt, หน้า Settings ใน Search Console, log บอทค้นหาได้ 200 ตั้ง Include ไม่มี nosnippet บล็อกบางบอท บางโฟลเดอร์ หรือโดน 403 บางช่วง ปิดบอทค้นหาบนหน้าทำเงิน ตั้ง Exclude หรือมี nosnippet
2 Rendering ผล curl กับ grep เนื้อหาหลัก ราคา เวลาเปิดปิด อยู่ใน HTML ดิบครบ เนื้อหาหลักอยู่ แต่รีวิวหรือข้อมูลรองมาจาก JavaScript เนื้อหาหลักหรือราคามาจาก JavaScript เท่านั้น
3 Answer block สองย่อหน้าแรกคู่กับคำถาม ตอบในสองย่อหน้าแรก มีตัวเลขที่ตรวจได้ ตอบลึกกว่านั้น หรือไม่มีตัวเลข สองย่อหน้าแรกเป็นคำเกริ่นล้วน
4 Entity ตารางเทียบทุกแหล่ง และภาพคำตอบ AI ข้อมูลตรงกันทุกแหล่ง และ AI ตอบถูก ต่างกันจุดเล็ก หรือ AI ตอบถูกบางข้อ เบอร์หรือที่อยู่ไม่ตรงกัน หรือ AI ตอบผิด
5 Schema ภาพผล validator และค่าที่เทียบ ไม่มี error และค่าตรงกับหน้า มี warning หรือขาด field เช่น ราคา มี error หรือค่าขัดกับหน้าหรือด่าน 4
6 Baseline ชีต 20 คำถาม x 3 รอบ และภาพรายงาน Search Console กับ Bing จดครบทั้งสองอย่างก่อนเริ่มแก้ จดอย่างเดียว หรือยิงรอบเดียว ไม่มีตัวเลขก่อนแก้
7 Measurement ภาพยืนยันเจ้าของเว็บ, ช่อง AI ใน GA4, Realtime ครบ 4 ข้อ และ Realtime เห็น source ถูก ครบบางข้อ ยังไม่ยืนยัน Search Console หรือ Bing

ให้คะแนน AI SEO audit และจัดลำดับการแก้ยังไง

วิธีของแมวส้มคือ ทุกแถวที่ได้ 0 หรือ 1 ใส่ผลกระทบ (1-3) กับความง่าย (1-3) แล้วคูณกัน ผลคูณ 9 ทำสัปดาห์นี้ 3-6 ทำเดือนนี้ 1-2 ทำไตรมาสนี้ ข้อยกเว้นเดียวคือด่าน 1-2 ที่ได้ 0 บนหน้าที่ทำเงิน เข้ารอบสัปดาห์นี้เสมอ เพราะมันปิดทางด่านอื่นทั้งหมด นี่เป็นกรอบของแมวส้ม ไม่ใช่สูตรของ Google ปรับน้ำหนักได้ตามธุรกิจ ทำ 5 ขั้นนี้

  1. รวมคะแนนแต่ละด่านเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น ด่าน 3 ตรวจ 12 หน้า เต็ม 24 ได้ 15 คือ 63%
  2. ให้ผลกระทบ 3 ถ้าอยู่บนหน้าที่ทำเงินหรือกระทบทั้งเว็บ, 2 ถ้ากระทบหน้าทราฟฟิกสูง, 1 ถ้าหน้าเล็ก
  3. ให้ความง่าย 3 ถ้าแก้เองได้ในวันเดียว, 2 ถ้าต้องใช้ developer, 1 ถ้าต้องเปลี่ยนระบบหรือรอคนอื่น
  4. ดึงแถวที่เข้าข้อยกเว้นขึ้นก่อน แล้วเรียงที่เหลือตามผลคูณลงสามรอบงาน
  5. ใส่ชื่อผู้รับผิดชอบทุกแถว แล้วนัดวันตรวจซ้ำ 4-6 สัปดาห์หลังรอบแรกเสร็จ

ชีตที่ให้คะแนนแล้วของร้านเค้กสมมติจะหน้าตาประมาณนี้

ด่าน สิ่งที่เจอ คะแนน ผลกระทบ x ความง่าย รอบงาน ผู้รับผิดชอบ
1 Cloudflare บล็อก PerplexityBot (403) 0 3 x 3 = 9 (ข้อยกเว้น) สัปดาห์นี้ คนถือรหัส Cloudflare
2 ราคาเค้กโหลดจาก widget ไม่อยู่ใน HTML ดิบ 0 3 x 2 = 6 (ข้อยกเว้น) สัปดาห์นี้ developer
4 เบอร์โทรในเว็บกับ Google Business Profile ไม่ตรงกัน 0 3 x 3 = 9 สัปดาห์นี้ เจ้าของร้าน
3 หน้าเค้ก 5 หน้าเปิดด้วยย่อหน้าเกริ่นไม่มีราคา 1 2 x 3 = 6 เดือนนี้ คนเขียนคอนเทนต์
7 ยังไม่มีช่องสำรองสำหรับ Perplexity 1 1 x 3 = 3 เดือนนี้ คนดูแล GA4
5 schema Product ไม่มีราคา 1 1 x 2 = 2 ไตรมาสนี้ developer
ลำดับแก้ของร้านเค้กสมมติ แบ่ง 3 รอบงาน สัปดาห์นี้ คือข้อยกเว้นด่าน 1 Cloudflare บล็อก PerplexityBot (3 x 3 = 9) ด่าน 2 ราคาอยู่ใน widget (3 x 2 = 6) และด่าน 4 เบอร์โทรไม่ตรงกัน (9) เดือนนี้ คือด่าน 3 ย่อหน้าแรกไม่มีราคา (6) และด่าน 7 ยังไม่มีช่องสำรอง Perplexity (3) ไตรมาสนี้ คือด่าน 5 schema ไม่มีราคา (2)
ลำดับแก้ของร้านเค้กสมมติ แบ่ง 3 รอบงาน สัปดาห์นี้ คือข้อยกเว้นด่าน 1 Cloudflare บล็อก PerplexityBot (3 x 3 = 9) ด่าน 2 ราคาอยู่ใน widget (3 x 2 = 6) และด่าน 4 เบอร์โทรไม่ตรงกัน (9) เดือนนี้ คือด่าน 3 ย่อหน้าแรกไม่มีราคา (6) และด่าน 7 ยังไม่มีช่องสำรอง Perplexity (3) ไตรมาสนี้ คือด่าน 5 schema ไม่มีราคา (2)

สังเกตแถวด่าน 2 นะ ผลคูณแค่ 6 ปกติต้องไปรอบเดือนนี้ แต่ข้อยกเว้นดึงขึ้นมา เพราะบอทมองไม่เห็นราคา AI ก็ตอบราคาไม่ได้อยู่ดี

เปลี่ยนชีตเป็นแผนแก้ ส่งงานให้ถูกคน

ชีตคะแนนกลายเป็นงานจริงก็ต่อเมื่อทุกแถวมีชื่อคน งานไม่มีเจ้าของจะนอนรอจนถึงรอบ audit หน้า ด่าน 1 ให้คนถือรหัส Cloudflare หรือโฮสต์ ด่าน 2 และ 5 ให้ developer ด่าน 3 ให้คนเขียนคอนเทนต์ ด่าน 4 ให้เจ้าของร้าน ด่าน 6-7 ให้คนที่เปิด GA4 ทุกสัปดาห์

ตรวจซ้ำหลัง 4-6 สัปดาห์ เทียบกับ baseline ยังไง

การตรวจซ้ำคือการถ่ายรูป “หลัง” ด้วยกล้องตัวเดิม มุมเดิม ใช้ URL เกณฑ์ และคำถาม 20 ข้อชุดเดิม เปลี่ยนอย่างเดียว ตัวเลขก็เทียบกันไม่ได้ ไล่ 4 ขั้นนี้

  1. ให้คะแนนด่าน 1-5 ใหม่เฉพาะแถวที่แก้แล้ว พร้อมหลักฐานใหม่ แถวที่ยังได้ 0 ย้ายไปรอบถัดไปพร้อมเหตุผล
  2. ยิงชุดคำถามเดิมบน AI ตัวเดิม ข้อละ 3 รอบ แล้วคิดเปอร์เซ็นต์การปรากฏเทียบกับ baseline ด่าน 6
  3. ดึง impressions จาก Search Console และ Total Citations จาก Bing ช่วงเท่ากันก่อนและหลังวันที่แก้ ฝั่ง Bing ใช้ Compare วางทับกันได้
  4. สรุปว่าอะไรขยับ อะไรไม่ขยับ แล้วเปิดรอบงานถัดไปจากแถวที่ค้าง

อย่าเพิ่งดีใจหรือเสียใจจากรอบเดียวนะ คำตอบ AI แกว่งเยอะ เปอร์เซ็นต์ขยับนิดเดียวให้ถือว่าเท่าเดิม ส่วนคะแนนด่าน 1-5 ที่ขึ้นจาก 0 เป็น 2 เชื่อได้ทันที เพราะมีหลักฐานแนบ

ทำ GEO audit บ่อยแค่ไหน และอะไรไม่ต้องเสียเวลาตรวจ

audit เต็ม 7 ด่านทำทุกไตรมาส หรือทันทีหลังเปลี่ยนธีม ย้ายโฮสต์ หรือเปิด CDN ใหม่ เพราะสามเรื่องนี้ทำด่าน 1-2 พังได้ในคืนเดียว ส่วนด่าน 6 ยิงซ้ำทุกเดือนด้วยคำถามชุดเดิม

ไม่ต้องหักคะแนนเว็บที่ไม่มี llms.txt เพราะคู่มือ Google ฉบับ ก.ค. 2026 ระบุว่า Google Search ไม่ใช้ไฟล์นี้ ส่วน “AI SEO score” จากเครื่องมือออนไลน์สวยขึ้นได้โดยที่ AI ไม่ได้อ้างคุณมากขึ้นเลย ตัวเลขที่ต้องขยับจริงคือด่าน 6

คำถามที่พบบ่อย

SEO audit คือการตรวจว่า Google crawl, index และจัดอันดับเว็บได้ดีแค่ไหน AI SEO audit ใช้ฐานเดียวกันแล้วเพิ่มบอทค่ายอื่น ข้อมูลแบรนด์ และการวัดว่า AI พูดถึงเราไหม ทำควบคู่กันได้ เพราะด่าน 1-2 ทับกันเกือบหมด

รายงานที่ดีมี 5 ส่วน คือคะแนนต่อด่านเป็นเปอร์เซ็นต์, หลักฐานของทุกแถวที่ได้ 0 หรือ 1, งานแก้ 5 อันดับแรกพร้อมรอบงานและผู้รับผิดชอบ, baseline ด่าน 6 พร้อมวันที่ และวันนัดตรวจซ้ำ หน้าเดียวพอ หัวหน้าอ่านห้านาทีแล้วรู้ว่าต้องอนุมัติอะไร ถือว่าครบ

ใช้แทนไม่ได้ แต่ใช้คู่กันดีมาก เช็กลิสต์บอกว่าต้องเช็กอะไร ส่วน audit บอกว่าแย่แค่ไหน มีหลักฐานอะไร และแก้อะไรก่อน ทำ audit ให้รู้สถานะก่อน แล้วใช้ AI SEO checklist ตรวจหน้าใหม่ก่อนเผยแพร่

ai visibility audit วัดอย่างเดียวว่า AI พูดถึงแบรนด์คุณบ่อยแค่ไหน ตรงกับด่าน 6 ของหน้านี้ ส่วน AI SEO audit ตรวจสาเหตุด้วย วัดแต่ visibility คุณจะรู้ว่าป่วย แต่ไม่รู้ว่าป่วยเพราะอะไร

สรุปแบบแมวส้ม audit ที่ดีบอกว่าแต่ละด่านได้กี่คะแนน มีหลักฐานอะไร ใครแก้อะไรสัปดาห์นี้ และอีก 6 สัปดาห์ตัวเลขขยับไหม เริ่มสร้างชีตกับคำถาม 20 ข้อวันนี้เลย แล้วอ่านต่อที่ วิธีวัด AI Visibility เพื่อเก็บ baseline ให้แม่น ถ้าอยากให้ทีมช่วยตรวจและวางลำดับแก้ ดูได้ที่ บริการ GEO ของ BIQDADDY

แหล่งอ้างอิง

แมวส้ม

เขียนโดย

แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY

อ่านต่อกับแมวส้ม

  • Zero-Click Search ค้นแล้วไม่คลิก - แมวส้ม SEO

    Zero-Click Search คืออะไร เมื่อคนค้นแล้วไม่คลิกเข้าเว็บ ต้องวัดผลยังไง

  • Vector Search ค้นตามความหมาย - แมวส้ม SEO

    Vector Search คืออะไร การค้นหาด้วยความหมายที่อยู่เบื้องหลัง AI Search

  • Transformer Model ตัว T ใน GPT - แมวส้ม SEO

    Transformer Model คืออะไร ตัว T ใน GPT ที่ทำให้ AI เข้าใจภาษา