Gemini CLI ยังฟรีไหม - แมวส้ม SEO

สารบัญ

Gemini CLI คืออะไร ปี 2026 ยังใช้ฟรีได้ไหม ติดตั้งยังไง และใช้ทำ SEO 3 งาน

·ตุลาคม 20, 2026·ใช้ AI ทำ SEO·

สวัสดีครับ วันนี้แมวส้มขอเล่าเรื่องที่คนค้นกันเยอะแต่ข้อมูลไทยตามไม่ทัน Gemini CLI คือเอเจนต์ AI แบบโอเพนซอร์สของ Google ที่พา Gemini มาทำงานใน Terminal อ่านไฟล์ รันคำสั่ง และดึงหน้าเว็บให้ได้เอง แต่ตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 บัญชีฟรีและสมาชิก Google AI Pro หรือ Ultra ใช้ Gemini CLI ไม่ได้แล้ว Google ให้ย้ายไปใช้ Antigravity CLI แทน ส่วนคนที่ใช้ API key แบบจ่ายเงินหรือ Code Assist ขององค์กรยังใช้ต่อได้

Gemini CLI คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง

Gemini CLI คือโปรแกรมที่ให้คุณคุยกับ Gemini ใน Terminal แล้วมันลงมือทำงานในเครื่องให้ ไม่ใช่แค่ตอบแชต เอกสารบน GitHub บอกว่ามันจัดการไฟล์ รันคำสั่ง shell ดึงหน้าเว็บ และค้น Google ได้ในตัว เปิดซอร์สโค้ดภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0

Terminal คือหน้าต่างที่สั่งคอมพิวเตอร์ด้วยการพิมพ์ CLI ย่อมาจาก command-line interface แปลว่าโปรแกรมที่ใช้ผ่านการพิมพ์ เอาง่ายๆ คือแชต Gemini บนเว็บเหมือนโทรถามเพื่อน ส่วน Gemini CLI เหมือนชวนเพื่อนมานั่งหน้าคอมเรา แล้วให้เขาเปิดไฟล์ทำให้เลย

เครื่องมือในตัวที่คน SEO ได้ใช้บ่อยมี 5 ตัว รู้ชื่อไว้จะอ่านหน้าจอที่มันขออนุญาตออก

  • read_file และ read_many_files อ่านไฟล์ในโฟลเดอร์ เช่นไฟล์ crawl หรือไฟล์ export จาก Search Console
  • write_file และ edit สร้างหรือแก้ไฟล์ ตัวนี้มันจะขออนุญาตก่อนในโหมดปกติ
  • run_shell_command รันคำสั่งในเครื่อง เช่นสั่งรันสคริปต์ที่มันเพิ่งเขียน
  • web_fetch เปิดอ่าน URL เช่น robots.txt หรือ sitemap ของเว็บ
  • google_web_search ค้น Google เพื่อเอาข้อมูลล่าสุดมาตอบ เรียกว่า grounding คือการผูกคำตอบกับแหล่งข้อมูลจริง ช่วยลดอาการ AI มั่วได้บ้าง แต่ไม่หมด

อีกอย่างที่ควรรู้ คือไฟล์ GEMINI.md ในโฟลเดอร์งาน Gemini CLI จะอ่านไฟล์นี้เป็นคู่มือประจำโปรเจกต์ เหมือนโน้ตที่แปะไว้หน้าตู้เย็นบอกทุกคนในบ้านว่าห้ามทำอะไร ใส่กติกาได้ เช่น “ตอบภาษาไทย” หรือ “ห้ามแก้ไฟล์ต้นฉบับ”

อย่าสับสนกับอีกเรื่องนะ Gemini CLI คือการใช้ Gemini ช่วยทำงาน ส่วนการทำเว็บให้ Gemini หยิบไปตอบคนอื่น อยู่ใน Gemini SEO

Gemini CLI ฟรีไหม โควตาปี 2026 เปลี่ยนไปยังไง

คำตอบสั้นๆ คือไม่ฟรีแบบเดิมแล้ว Google ประกาศใน Developers Blog วันที่ 19 พ.ค. 2026 ว่าตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 Gemini CLI หยุดรับคำขอจากผู้ใช้ฟรีของ Gemini Code Assist for individuals และสมาชิก Google AI Pro กับ Ultra คนกลุ่มนี้ให้ย้ายไป Antigravity CLI ส่วนลูกค้า Code Assist Standard หรือ Enterprise และคนที่ใช้ API key แบบจ่ายเงินยังใช้ได้เหมือนเดิม ก่อนหน้านั้นมีสัญญาณมาแล้วรอบหนึ่ง ทีม Gemini CLI ประกาศบน GitHub ว่าตั้งแต่ 25 มี.ค. 2026 บัญชีฟรีใช้ได้แค่โมเดล Flash ส่วนโมเดล Pro ต้องจ่ายเงิน

ใครเคยอ่านบทความเก่าที่เขียนว่า “ฟรีวันละ 1,000 ครั้ง” แล้วงงว่าทำไมใช้ไม่ได้ ไม่แปลกเลย ตัวเลขนั้นยังอยู่ในตารางหน้า Quotas and pricing ของ Gemini CLI จริง แต่แถบสีเขียวบนหน้าเดียวกันเขียนว่า Gemini CLI ถูกแทนด้วย Antigravity CLI สำหรับผู้ใช้ฟรีและ Google One แล้ว ป้ายร้านยังอยู่ แต่ร้านย้ายไปอีกซอยแล้วนั่นเอง

ภาพหน้าจอจริงหน้า Gemini CLI Quotas and pricing วันที่ 20 ต.ค. 2026 แถบสีเขียวด้านบนแจ้งว่าผู้ใช้ฟรีและ Google One ถูกแทนด้วย Antigravity CLI ตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 ขณะที่ตารางโควตาด้านล่างยังแสดงตัวเลขเดิม เช่น Gemini API key ฟรีวันละ 250 ครั้ง
ภาพหน้าจอจริงหน้า Gemini CLI Quotas and pricing วันที่ 20 ต.ค. 2026 แถบสีเขียวด้านบนแจ้งว่าผู้ใช้ฟรีและ Google One ถูกแทนด้วย Antigravity CLI ตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 ขณะที่ตารางโควตาด้านล่างยังแสดงตัวเลขเดิม เช่น Gemini API key ฟรีวันละ 250 ครั้ง

ถ้าคุณมีบัญชีแบบไหน ดูแถวของตัวเองในตารางนี้ได้เลย

บัญชีของคุณ ใช้ Gemini CLI ได้ไหม (ต.ค. 2026) ทางที่แมวส้มแนะนำ
บัญชี Google ฟรี ไม่ได้ ตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 Antigravity CLI ฟรี โควตารีเซ็ตรายสัปดาห์
Google One หรือ Google AI Pro / Ultra ไม่ได้ ตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 Antigravity CLI โควตารีเซ็ตทุก 5 ชั่วโมง (มีเพดานรายสัปดาห์)
Gemini API key แบบจ่ายเงิน ได้ ใช้ Gemini CLI ต่อ จ่ายตามโทเคนที่ใช้
Gemini API key ฟรี จาก AI Studio ตารางโควตายังเขียนว่าวันละ 250 ครั้ง ใช้ได้เฉพาะโมเดล Flash แต่ประกาศของ Google รับรองแค่ key แบบจ่ายเงิน ใช้ลองเล่นได้ แต่อย่าวางแผนงานทีมบนนี้
Gemini Code Assist Standard / Enterprise ได้ (Standard วันละ 1,500 ครั้ง, Enterprise 2,000 ครั้ง) ใช้ต่อได้ตามสัญญาองค์กร
ไทม์ไลน์ Gemini CLI ปี 2026 วันที่ 18 มี.ค. ทีม Gemini CLI แจ้งบน GitHub ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ วันที่ 25 มี.ค. บัญชีฟรีเหลือแค่โมเดล Flash วันที่ 19 พ.ค. Google ประกาศย้ายไป Antigravity CLI และเปิดให้ทุกคนใช้ วันที่ 18 มิ.ย. Gemini CLI หยุดให้บริการบัญชีฟรีและ AI Pro หรือ Ultra วันที่ 13 ต.ค. ยังออกเวอร์ชัน v0.64.0
ไทม์ไลน์ Gemini CLI ปี 2026 วันที่ 18 มี.ค. ทีม Gemini CLI แจ้งบน GitHub ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ วันที่ 25 มี.ค. บัญชีฟรีเหลือแค่โมเดล Flash วันที่ 19 พ.ค. Google ประกาศย้ายไป Antigravity CLI และเปิดให้ทุกคนใช้ วันที่ 18 มิ.ย. Gemini CLI หยุดให้บริการบัญชีฟรีและ AI Pro หรือ Ultra วันที่ 13 ต.ค. ยังออกเวอร์ชัน v0.64.0

หน้า Plans ของ Antigravity บอกว่าคนที่ไม่ได้สมัคร Pro หรือ Ultra ได้ “a meaningful quota, refreshed weekly” แต่ไม่บอกตัวเลข ใน Antigravity CLI พิมพ์ /usage เพื่อดูว่าเหลือเท่าไรได้ ส่วนราคา Google AI Pro ในไทย ดูเทียบกับเจ้าอื่นได้ที่ ราคา AI แต่ละเจ้า

ติดตั้ง Gemini CLI บน Windows และ Mac (สำหรับคนที่มี API key หรือบัญชีองค์กร)

ติดตั้ง Gemini CLI ต้องมี Node.js เวอร์ชัน 20 ขึ้นไปก่อน แล้วใช้คำสั่ง npm install -g @google/gemini-cli บรรทัดเดียว หน้า Installation ระบุว่าเครื่องควรเป็น macOS 15 ขึ้นไป หรือ Windows 11 24H2 ขึ้นไป มี RAM อย่างน้อย 4 GB สำหรับใช้ทั่วไป และต่ออินเทอร์เน็ต

Node.js คือตัวช่วยให้คอมรันโปรแกรมที่เขียนด้วย JavaScript ได้ ส่วน npm คือร้านค้าแอปของ Node.js เหมือน App Store แต่สั่งด้วยการพิมพ์ ถ้ายังไม่มีบัญชีที่ใช้ Gemini CLI ได้ ข้ามไปหัวข้อ Antigravity CLI ข้างล่างเลย จะได้ไม่เสียเวลา

ติดตั้งบน Windows

  1. ไปที่ nodejs.org ดาวน์โหลดตัวติดตั้งแบบ LTS แล้วกด Next ไปจนจบ
  2. กด Win + X เลือก Terminal หรือ Windows PowerShell พิมพ์ node -v ถ้าขึ้นเลข v20 ขึ้นไปแปลว่าพร้อม
  3. พิมพ์ npm install -g @google/gemini-cli แล้วกด Enter รอจนเสร็จ
  4. ตั้ง key ด้วยคำสั่ง $env:GEMINI_API_KEY="วาง key ของคุณ" (แบบนี้มีผลแค่หน้าต่างนี้ ถ้าอยากให้จำถาวร เอกสารให้เพิ่มบรรทัดนี้ในไฟล์ $PROFILE)
  5. พิมพ์ gemini เพื่อเริ่มใช้ ครั้งแรกมันจะถามวิธีล็อกอิน ให้เลือก Use Gemini API Key

ติดตั้งบน Mac

  1. ถ้ามี Homebrew อยู่แล้ว พิมพ์ brew install gemini-cli จบในบรรทัดเดียว ถ้าไม่มี ลง Node.js จาก nodejs.org แล้วใช้ npm install -g @google/gemini-cli
  2. ตั้ง key ด้วย export GEMINI_API_KEY="วาง key ของคุณ" อยากให้จำถาวร เพิ่มบรรทัดนี้ในไฟล์ ~/.zshrc
  3. พิมพ์ gemini แล้วเลือก Use Gemini API Key

อยากลองก่อนโดยไม่ติดตั้ง ใช้ npx @google/gemini-cli ได้ เหมือนขอชิมก่อนซื้อ ส่วนบัญชีองค์กรที่ใช้ Code Assist ให้เลือก Sign in with Google แล้วตั้งค่า GOOGLE_CLOUD_PROJECT ตามที่แอดมินบอก

บัญชีฟรีทำยังไงต่อ ติดตั้ง Antigravity CLI แทน

Antigravity CLI คือเครื่องมือ Terminal ตัวใหม่ของ Google ที่มาแทน Gemini CLI สำหรับบัญชีฟรีและ AI Pro หรือ Ultra เรียกใช้ด้วยคำสั่ง agy ติดตั้งด้วยบรรทัดเดียวและไม่ต้องลง Node.js เพราะ Google เขียนใหม่ด้วยภาษา Go เปิดให้ทุกคนใช้ตั้งแต่ 19 พ.ค. 2026

ข่าวดีคือของที่คุณทำไว้กับ Gemini CLI ไม่สูญ คู่มือย้ายบ้านของ Antigravity บอกว่าไฟล์ GEMINI.md และ AGENTS.md ใช้ต่อได้โดยไม่ต้องแก้ และมีคำสั่ง agy plugin import gemini แปลง extension เดิมให้ ทำตาม 4 ขั้นนี้ได้เลย

  1. Mac หรือ Linux เปิด Terminal แล้ววาง curl -fsSL https://antigravity.google/cli/install.sh | bash
  2. Windows เปิด PowerShell แล้ววาง irm https://antigravity.google/cli/install.ps1 | iex (ถ้าอยู่ใน CMD ให้เลือกแท็บ Windows (CMD) ในหน้าเอกสาร ซึ่งเป็นคำสั่งอีกแบบ)
  3. เปิดหน้าต่างใหม่ พิมพ์ agy --version ถ้าขึ้นเลขเวอร์ชันแปลว่าลงสำเร็จ
  4. สร้างโฟลเดอร์งานแล้วพิมพ์ agy ครั้งแรกมันจะให้เลือกสีหน้าจอ เลือกโหมดแสดงผล ยืนยันว่าไว้ใจโฟลเดอร์นี้ และเปิดเบราว์เซอร์ให้ล็อกอินด้วยบัญชี Google

ภาพหน้าจอจริงเอกสาร Google Antigravity หัวข้อ Download and install แท็บ Antigravity CLI เลือกแท็บ Windows (PowerShell) ไฮไลต์คำสั่ง irm https://antigravity.google/cli/install.ps1 | iex และขั้นถัดไปที่ให้พิมพ์ agy --version
ภาพหน้าจอจริงเอกสาร Google Antigravity หัวข้อ Download and install แท็บ Antigravity CLI เลือกแท็บ Windows (PowerShell) ไฮไลต์คำสั่ง irm https://antigravity.google/cli/install.ps1 | iex และขั้นถัดไปที่ให้พิมพ์ agy --version

คีย์ลัดที่ควรจำมีแค่ 3 ตัว Ctrl + R เปิดหน้ารีวิวแผนและไฟล์ที่มันจะแก้ Ctrl + C หยุดมันกลางคัน และ Ctrl + D หรือ /exit เพื่อออก เอกสาร Antigravity มีหน้าภาษาไทยด้วย เลือกภาษาที่มุมขวาบนได้

เปิดใช้ครั้งแรก ตั้งโฟลเดอร์และโหมดอนุมัติให้ปลอดภัย

ครั้งแรกให้เปิด Gemini CLI ในโฟลเดอร์ที่แยกไว้ และเลือกโหมดอนุมัติที่ให้มันถามก่อนเสมอ เพราะมันเห็นทุกไฟล์ในโฟลเดอร์ที่เปิด เหมือนเรียกช่างมาซ่อมก๊อก ก็พาไปแค่ห้องน้ำ ไม่ใช่ยื่นกุญแจทั้งบ้าน

Gemini CLI มีโหมดอนุมัติ (approval mode) 4 แบบ กด Shift + Tab วนระหว่าง Default, Auto-Edit และ Plan ได้ ส่วน YOLO เปิดได้จากบรรทัดคำสั่งเท่านั้น

โหมด ทำอะไรได้เองโดยไม่ถาม แมวส้มใช้ตอนไหน
Default อ่านได้ แต่ถามคุณก่อนแก้ไฟล์หรือรันคำสั่ง ไฟล์ลูกค้า งานครั้งแรก
Auto-Edit แก้ไฟล์ได้เลย แต่ยังถามก่อนรันคำสั่ง นั่งดูมันแก้ในโฟลเดอร์สำเนา
Plan อ่านอย่างเดียว เขียนได้แค่ไฟล์แผน (.md) ก่อนเริ่มงานใหญ่ทุกครั้ง
YOLO ทุกอย่าง ไม่มีด่าน แมวส้มไม่แนะนำสำหรับงาน SEO

ทำ 3 อย่างนี้ก่อนสั่งงานจริง สร้างโฟลเดอร์ seo-work แล้วก๊อปไฟล์สำเนามาไว้ สร้างไฟล์ GEMINI.md เขียนกติกาประจำ เช่น “ตอบภาษาไทย บันทึกผลเป็นไฟล์ใหม่เสมอ” แล้วเปิดด้วย gemini --approval-mode=plan ให้มันเสนอแผนก่อน อยากรันคำสั่งเดียวจบโดยไม่เข้าหน้าแชต ใช้ gemini -p "คำสั่งของคุณ"

3 งาน SEO ที่ให้ Gemini CLI ทำได้ โดยไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น

ใช้ Gemini CLI ทำ SEO ไม่ต้องเขียนโค้ด แค่สั่งเป็นภาษาไทยให้ชัด แล้วตรวจผลก่อนใช้ ทั้ง 3 งานข้างล่างมันจะเขียนสคริปต์ให้เอง สคริปต์คือสูตรอาหารที่คอมทำตามทีละบรรทัด คุณมีหน้าที่ชิมก่อนเสิร์ฟ

งาน สิ่งที่คุณให้ สิ่งที่ได้กลับมา ต้องเช็กเองก่อนใช้
ตรวจ sitemap ทั้งเว็บ URL ของ sitemap ไฟล์ CSV บอก status ทุก URL เปิด URL ที่ติดธงดูเองในเบราว์เซอร์
ร่าง meta description จาก CSV ไฟล์ CSV รายการหน้า ไฟล์ใหม่ที่มีคอลัมน์ meta ร่าง อ่านทุกแถว แก้ข้อเท็จจริงที่ผิด
เช็ก robots.txt ชื่อโดเมน ตารางบอทไหนเข้าได้ และ sitemap ที่ประกาศ เทียบรายงาน robots.txt ใน Search Console

1. ตรวจ sitemap ว่าทุก URL เปิดได้จริง

Sitemap คือสารบัญเว็บที่ส่งให้ Google ถ้าในสารบัญมีหน้าที่ 404 หรือถูก redirect เหมือนสารบัญหนังสือที่ชี้ไปหน้าที่ฉีกทิ้งแล้ว ก๊อปคำสั่งนี้ไปวางได้เลย

อ่าน sitemap ที่ https://example.com/sitemap_index.xml
ถ้าเป็น sitemap index ให้ไล่อ่าน sitemap ย่อยทุกไฟล์
เขียนสคริปต์เช็ก status code ของทุก URL เว้น 1 วินาทีต่อครั้ง
URL ไหนไม่ใช่ 200 หรือถูก redirect ไปที่อื่น ให้ใส่หมายเหตุ "ตรวจดู"
บันทึกผลเป็น sitemap-audit.csv คอลัมน์ url, status, final_url, note
แล้วสรุปว่าเจอทั้งหมดกี่ URL ต้องตรวจกี่ URL
ก่อนเริ่ม บอกแผนเป็นข้อๆ แล้วรอฉันตอบตกลง

แมวส้มลองรันสคริปต์แบบที่คำสั่งนี้ขอ (ใช้แค่ไลบรารีที่มากับ Python) กับ maewsom.com เมื่อ 20 ต.ค. 2026 ได้ผล 88 URL จาก sitemap ย่อย 3 ไฟล์ (ตัวเลขนี้ขยับขึ้นทุกครั้งที่มีบทความใหม่) และขึ้น “ต้องตรวจดู 0” หมายความว่าทุกหน้าตอบ 200 ไม่มีหน้าไหนถูก redirect การเว้น 1 วินาทีคือมารยาท ไม่งั้นสคริปต์จะยิงเว็บตัวเองรัวจนช้า

ขั้นตอนตรวจ sitemap ด้วย Gemini CLI 5 จังหวะ คุณวางคำสั่งพร้อม URL ของ sitemap เอเจนต์เสนอแผนแล้วรอคุณตกลง อ่าน sitemap ย่อยทุกไฟล์ เช็ก status ทีละ URL เว้น 1 วินาที แล้วบันทึก sitemap-audit.csv ให้คุณเปิด URL ที่ติดธงดูเอง สคริปต์แบบเดียวกันรันกับ maewsom.com วันที่ 20 ต.ค. 2026 พบ 88 URL ต้องตรวจ 0
ขั้นตอนตรวจ sitemap ด้วย Gemini CLI 5 จังหวะ คุณวางคำสั่งพร้อม URL ของ sitemap เอเจนต์เสนอแผนแล้วรอคุณตกลง อ่าน sitemap ย่อยทุกไฟล์ เช็ก status ทีละ URL เว้น 1 วินาที แล้วบันทึก sitemap-audit.csv ให้คุณเปิด URL ที่ติดธงดูเอง สคริปต์แบบเดียวกันรันกับ maewsom.com วันที่ 20 ต.ค. 2026 พบ 88 URL ต้องตรวจ 0

2. ร่าง meta description ทีละหลายสิบหน้าจาก CSV

CSV คือตาราง Excel ที่เซฟเป็นข้อความธรรมดา งานนี้คืองานที่เอเจนต์ช่วยได้มากที่สุด เพราะมันเปิดหน้าจริงอ่านได้ ไม่ได้เดาจากชื่อหน้าอย่างเดียว ลองสั่งแบบนี้

ในโฟลเดอร์นี้มี pages.csv คอลัมน์ url, title, focus_keyword
1. เปิดดูหัวคอลัมน์และนับแถวก่อน แล้วรอฉันยืนยัน
2. สำหรับแต่ละแถว ใช้ web_fetch อ่านเนื้อหาหน้าจริง
3. ร่าง meta description ภาษาไทย ยาว 120-155 ตัวอักษร มี focus_keyword
   อธิบายสิ่งที่หน้านั้นมีจริงเท่านั้น ห้ามใส่ราคา โปรโมชัน หรือตัวเลขที่ไม่มีบนหน้า
4. นับความยาวด้วยสคริปต์ ห้ามกะเอง
5. บันทึกเป็น pages-meta.csv เพิ่มคอลัมน์ meta_draft และ length ห้ามแก้ pages.csv

บรรทัด “ห้ามใส่ตัวเลขที่ไม่มีบนหน้า” สำคัญที่สุด เพราะโมเดลภาษาชอบเติมคำโฆษณาให้ดูน่าคลิก ส่วนเลข 120-155 เป็นกรอบของทีม ไม่ใช่กฎของ Google ซึ่งตัดข้อความตามความกว้างจอ และ Google อาจเลือกข้อความอื่นจากหน้ามาแสดงแทนได้ด้วย

3. เช็ก robots.txt ว่าบอทไหนเข้าเว็บได้

robots.txt คือป้ายหน้าประตูบอกว่าบอทไหนห้ามเข้าห้องไหน งานนี้ไม่ต้องให้มันเขียนสคริปต์ด้วยซ้ำ สั่งให้ใช้ web_fetch อ่านไฟล์แล้วอธิบายเป็นภาษาคนได้เลย

ใช้ web_fetch อ่าน https://example.com/robots.txt
สรุปเป็นตารางว่า Googlebot, Bingbot, GPTBot, OAI-SearchBot,
ClaudeBot, PerplexityBot และ Google-Extended ถูกห้ามเข้าหน้าไหนบ้าง
บอก sitemap ที่ประกาศไว้ และชี้กฎที่อาจบล็อกหน้าสำคัญโดยไม่ตั้งใจ
อ้างบรรทัดจากไฟล์จริงทุกครั้ง ห้ามเดา

ของจริงจาก maewsom.com วันที่ 20 ต.ค. 2026 มีแค่ User-agent: * ตามด้วย Disallow: ที่ว่างเปล่า แปลว่าทุกบอทเข้าได้ทุกหน้า และประกาศ sitemap ไว้ที่ https://maewsom.com/sitemap_index.xml ถ้า Gemini CLI ตอบไม่ตรงกับไฟล์จริงแบบนี้ ให้ถามกลับว่า “อ้างบรรทัดไหน” ทันที บอทแต่ละตัวควรเปิดหรือปิด อ่านต่อใน AI Crawler คืออะไร ควรบล็อก GPTBot ไหม

Gemini CLI กับ Claude Code ต่างกันยังไง เลือกตัวไหนดี

Gemini CLI กับ Claude Code เป็นเอเจนต์ใน Terminal เหมือนกัน ต่างกันที่ค่ายโมเดล วิธีจ่ายเงิน และสถานะ ปี 2026 Gemini CLI ไม่มีทางฟรีแล้ว (ทางฟรีของ Google คือ Antigravity CLI) ส่วน Claude Code ก็ไม่มีในแพ็กเกจฟรีเหมือนกัน เริ่มที่ Claude Pro $20 ต่อเดือน

เทียบกัน Gemini CLI Claude Code
ค่าย Google Anthropic
ใช้ฟรีได้ไหม ไม่ได้แล้ว บัญชีฟรีย้ายไป Antigravity CLI ไม่ได้ เริ่มที่ Pro $20/เดือน
ติดตั้ง ต้องมี Node.js 20+ แล้วใช้ npm หรือ Homebrew คำสั่งบรรทัดเดียว หรือใช้แท็บ Code ในแอป Claude
ไฟล์กติกาประจำโฟลเดอร์ GEMINI.md CLAUDE.md
โหมดถามก่อนทำ Default และ Plan Manual และ plan
เหมาะกับ ทีมที่มีบัญชี Google Cloud หรือ API key อยู่แล้ว คนที่ใช้ Claude อยู่แล้ว และอยากได้แอปเดสก์ท็อปที่กดได้

ตรงๆ แบบไม่เชียร์ใคร ถ้าคุณยังไม่จ่ายเงินให้ใครเลย เริ่มจาก Antigravity CLI ฟรีก่อน ถ้าใช้ Claude Pro อยู่แล้ว Claude Code ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม อ่านวิธีติดตั้งและตั้งสิทธิ์ได้ใน Claude Code คืออะไร ติดตั้งยังไง คำสั่งทั้ง 3 งานในบทความนี้ใช้กับ Claude Code ได้เหมือนกัน (เปลี่ยน web_fetch เป็น “เปิดอ่าน URL”)

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ฟรีแบบเดิมแล้ว ตั้งแต่ 18 มิ.ย. 2026 Gemini CLI หยุดให้บริการบัญชีฟรีและสมาชิก Google AI Pro หรือ Ultra ทางฟรีของ Google ตอนนี้คือ Antigravity CLI ที่มีโควตารีเซ็ตรายสัปดาห์ ส่วน Gemini CLI ใช้ได้กับ API key แบบจ่ายเงินหรือ Code Assist ขององค์กร

ยังไม่ปิด โปรเจกต์บน GitHub ยังออกเวอร์ชันใหม่ทุกสัปดาห์ ล่าสุด v0.64.0 วันที่ 13 ต.ค. 2026 และ Google บอกว่ายังดูแลต่อสำหรับลูกค้า Code Assist Standard กับ Enterprise แต่หน้าเอกสารแจ้งว่า Gemini CLI ยังไม่ได้ปรับให้เข้ากับ Gemini 4 Argon ถ้าอยากใช้โมเดลนี้ต้องไป Antigravity

Gemini CLI ทำงานบน Node.js และเปิดซอร์สโค้ด ส่วน Antigravity CLI เขียนใหม่ด้วยภาษา Go ใช้ร่วมกับแอป Antigravity บนเดสก์ท็อป และสั่งเอเจนต์ย่อยทำงานเบื้องหลังได้ ไฟล์ GEMINI.md ใช้ต่อได้ทั้งคู่ แต่ Google บอกว่าตอนเปิดตัวฟีเจอร์ยังไม่ครบเท่ากันทุกอย่าง

ได้ ถ้าก๊อปคำสั่งไปวางเป็นและอ่านผลเป็น งานที่ต้องเขียนโค้ด มันเขียนให้ แต่มันตัดสินใจแทนไม่ได้ว่า meta description แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ เริ่มจากงานเช็ก robots.txt เพราะอ่านอย่างเดียว ไม่แก้อะไรในเครื่อง

ได้ พิมพ์สั่งเป็นภาษาไทยได้ปกติ และใส่ "ตอบภาษาไทย" ไว้ใน GEMINI.md จะได้ไม่ต้องพิมพ์ทุกครั้ง แต่ตั้งชื่อไฟล์และคอลัมน์เป็นภาษาอังกฤษ สคริปต์จะอ่านง่ายและพังน้อยกว่า

สรุปจากแมวส้ม Gemini CLI ยังเป็นเครื่องมือดีสำหรับคนที่มี API key แบบจ่ายเงินหรือบัญชีองค์กร ส่วนคนที่อยากเริ่มฟรี ให้ลง Antigravity CLI แล้วใช้คำสั่งชุดเดียวกันได้เลย เริ่มจากเช็ก robots.txt ก่อน แล้วค่อยขยับไปงาน sitemap กับ meta อยากได้คำสั่งสำหรับใช้ Gemini บนเว็บด้วย อ่าน คำสั่ง Gemini สำหรับงาน SEO ส่วนภาพรวมเครื่องมือทั้งหมดอยู่ที่ เครื่องมือ AI SEO 2026 และถ้าอยากรู้ว่าทั้งหมดนี้ต่อกับงาน AI SEO ยังไง เริ่มที่ AI SEO คืออะไร

แหล่งอ้างอิง

แมวส้ม

เขียนโดย

แมวส้มคือมาสคอตของทีม BIQDADDY เอเจนซี SEO และ AISO ในไทย เล่าเรื่อง AI SEO, GEO และ AEO แบบเข้าใจง่าย บทความเขียนด้วยระบบ AI ตามมาตรฐานของทีม ตรวจข้อเท็จจริงกับแหล่งต้นทาง และผ่านผู้ตรวจ AI อิสระก่อนเผยแพร่ ทีม BIQDADDY เป็นผู้ดูแลเว็บและแก้ไขเมื่อมีผู้แจ้งข้อผิดพลาด อ่านนโยบายการเขียน

เรียบเรียงเนื้อหาโดย วุฒิภัทร อุณหะกะ Co-Founder และ COO ของ BIQDADDY

อ่านต่อกับแมวส้ม

  • Copilot Studio สร้าง agent เอง - แมวส้ม SEO

    Copilot Studio คืออะไร ต่างจาก Microsoft 365 Copilot ยังไง พร้อมสร้าง agent ให้ทีม SEO

  • Gemini CLI ยังฟรีไหม - แมวส้ม SEO

    Gemini CLI คืออะไร ปี 2026 ยังใช้ฟรีได้ไหม ติดตั้งยังไง และใช้ทำ SEO 3 งาน

  • วัด Traffic AI ใน GA4 - แมวส้ม SEO

    วัด Traffic จาก AI ใน GA4 ดูคนจาก ChatGPT และ Perplexity ทีละขั้น พร้อม Regex